Special Interview

“ลงทุนคริปโตอย่างไรให้รอด”กับ อ.เก่ง พงศกร เซียนคริปโต 2019

“ลงทุนคริปโตอย่างไรให้รอด”กับ อ.เก่ง พงศกร เซียนคริปโต 2019

“ลงทุนคริปโตอย่างไรให้รอด” กับ อ.เก่ง พงศกร เซียนคริปโต 2019

“ผมคิดว่า เหรียญที่ควรจะซื้อเก็บไว้ก็คือ บิตคอยน์ เท่านั้น ยังไม่ใช่จังหวะเวลาของเหรียญอื่นๆ ซื้ออะ ไรก็ต้องซื้อนัมเบอร์วันของโลก มีแบรนดิ้งที่ดี มีการยอมรับ” คุณพงศกร สุตันตยาวลี 

  • จบ ป.ตรี ม.เกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์และความรู้ หลักสูตรนานาชาติ (เกียรตินิยมอันดับ 2)
  • จบ ป.โท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด
  • ผู้จัดรายการ “Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์”
  • เตือนนักลงทุน ไม่มีตลาดไหนง่าย อย่าดูถูกตลาด!
  • เหรียญคริปโตที่ควรจะซื้อเก็บไว้ก็คือ “บิตคอยน์” เท่านั้น 
  • บล็อกเชน คืออนาคตในอีก 10 ปี และมันได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ 

โลกของคริปโตเคอร์เรนซี ที่ราคาหวือหวาราวกับรถไฟเหาะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของการลงทุนในตลาดนี้ลดน้อยลง แม้ว่าสถิติของผู้รอดจะไม่แตกต่างจากตลาดหุ้น นั่นคือ มีเพียง 20% เท่านั้น ขณะที่อีก 80% ต้องพ่ายแพ้และออกจากตลาดไป

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จะพาไปรู้จักกับเทรดเดอร์ผู้มากประสบการณ์ หรือที่คนในวงการเรียกกันว่า “อาจารย์เก่ง” คุณพงศกร สุตันตยาวลี ปัจจุบันเป็นผู้จัดรายการ “Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์” ทางช่องยูทูบ นอกจากนั้น ยังเป็นผู้บรรยายให้ความรู้อยู่ที่ Bitkub Academy 

คุณพงศกร เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์และความรู้ หลักสูตรนานาชาติ (เกียรตินิยมอันดับ 2) และเริ่มต้นการทำงานในวงการเกม เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนจะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด และที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนในตลาดหุ้น  

ก่อนที่ต่อมาจะได้รู้จักกับบิตคอยน์ (bitcoin) จากคนรู้จักคือ “คุณต้น” สกลกรย์ สระกวี ซีอีโอของ Bitkub เป็นผู้ชักชวน ซึ่งตอนนั้นราคาบิตคอยน์ประมาณ 800 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม อ.เก่ง เพิ่งจะมาสนใจบิตคอยน์ อย่างจริงจังช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่บิตคอยน์เริ่มเป็นแนวโน้มขาขึ้นและสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 20,000 ดอลลาร์ ในปลายปี 2560 โดยได้ลองใช้หลักการลงทุนหุ้นด้วยกราฟเทคนิค มาปรับใช้กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

เริ่มทำช่องยูทูบ Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์

ช่วง 2-3 ปีก่อนนั้น นอกจากจะเห็นเทรนด์คริปโตมาแน่ ยังเห็นปัญหาว่า คนที่เข้ามาลงทุนในตลาดนี้ ยังใช้หลักการวิเคราะห์กราฟเทคนิคน้อย ทำให้มองทิศทางตลาดไม่ออก ส่งผลให้ติดดอยกันเป็นจำนวนมากในปี 2561 จึงคิดว่า ถ้ามีคนมาอ่านกราฟ เล่าเป็นภาษาง่ายๆ เหมือนวงการตลาดหุ้นก็คงจะดี จึงเริ่มทำช่อง “Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์”

ภาพ 1: เป็นผู้จัดรายการ Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์

 

อยากเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัล ควรเริ่มต้นศึกษา เรียนรู้ กับคนในวงการ ไม่ควรเสียเวลา ไปลองผิด ลองถูกเอง

อาจารย์เก่ง แนะนำว่าความรู้แบบฟรีๆ ก็มี อย่างเช่นในรายการที่ตนเองจัดอยู่คือ “Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์” มีคลิปมากมายที่ทำไว้ให้เข้าไปเลือกศึกษา นอกจากนี้ ควรเข้าร่วมกิจกรรมกับกระดานเทรดต่างๆ เพราะจะได้รับ “ความรู้ที่เป็นกลาง” และเป็น “ความรู้ที่ถูกต้อง” จากผู้ประกอบธุรกิจในวงการนี้จริงๆ

นักลงทุนต้องทำความเข้าใจว่า กระเป๋าคืออะไร เหรียญคืออะไร สกุลเงินมันแตกออกไปยังไง แล้วทำไมฉันมีกระเป๋าเดียวไม่ได้ กระเป๋านี้เก็บเหรียญนี้ได้ แต่ถ้าฉันจะเทรดเหรียญนี้ ฉันต้องมีอีกกระเป๋าที่รองรับ แล้วกระเป๋ามีกี่แบบ กระเป๋าเก็บไว้กับกระดานเทรด กระเป๋าเก็บไว้กับตัว ก็มีรายละเอียดที่เราจะต้องสนใจ แต่มันคือเรื่องที่น่าสนุก มันเป็นเรื่องแปลกใหม่ คนที่ชอบเรียนรู้เรื่องพวกนี้ก็น่าจะสนุก แล้วก็ได้เข้ามาในวงการคริปโตเป็นกลุ่มแรกๆ

ไม่มีตลาดไหนง่าย สิ่งที่ผมอยากจะเตือนคือ อย่าดูถูกตลาด

ถ้าเราคิดว่าง่าย มันจะทำให้เกิดความมั่นใจที่ไม่เป็นผลดีต่อการตัดสินใจ การตัดสินมันจะผิดทางได้ ทุกตลาดยากหมด ประสบการณ์บอก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดทองคำ น้ำมัน บิตคอยน์ ทุกตลาดมีความยากในตัวของมันเอง สถิติทุกตลาด 80% ของนักลงทุนจะต้องออกจากตลาดภายใน 1 ปี ยิ่งบิตคอยน์นี่อาจจะน่ากลัวกว่าตลาดหุ้นด้วยซ้ำ เพราะว่าเป็นตลาดที่มีความไว เป็นตลาดอิสระ หมายความว่า เราไม่ได้ซื้อบิตคอยน์แค่ราคาในประเทศไทย

แต่เรากำลังแข่งเทรดกับคนทั้งโลก มันต่างกับการเทรดใน SET แม้ว่าเราจะซื้อบิตคอยน์อยู่ที่กระดานเทรดในไทย แต่ราคามันคือราคาตลาดโลก เปิดตลอด 24 ชม. และที่สำคัญ ตลาดนี้ไม่มีเซอร์กิตเบรกเกอร์

ตลาดคริปโตเทรด 24 ชม. เราก็ต้องมี “แผนการลงทุน” ถ้าเป็นเดย์เทรด ก็ต้องมีกลยุทธ์ดี แผนดี จังหวะดี หากเป็นนักลงทุนระยะยาว ก็ต้องมีกลยุทธ์ระยะยาว รู้จังหวะที่จะเข้าซื้อ และถือแบบไหน ถึงจะเรียกว่าระยะยาว ตอนช่วงที่ราคาบิตคอยน์ลงมา 3,200 ดอลลาร์ ก็มีคนเข้ามาสะสมบิตคอยน์เยอะมาก ซึ่งมันก็เกิดจากข้อมูลที่นักวิเคราะห์มองแนวโน้มของราคาว่าภายใน 3 ปีนี้ บิตคอยน์น่าจะขึ้นไปได้ถึง 50,000 ดอลลาร์

ผมเป็นนักลงทุนเกือบทุกแนว แบ่งพอร์ตสัดส่วนลงทุนระยะยาว 60% อีก 40% เน้นเดย์เทรด ขาขึ้น ขาลง เสียบ้าง ได้บ้าง แต่มันก็ต้องได้มากกว่า

มีความรู้อย่างเดียวไม่รอด ต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วยด้วย ฝรั่งมีเครื่องมือมากมาย หลายตัวช่วย และมี Bot ช่วยเทรดอีก และที่สำคัญก็คือ จิตวิทยาการลงทุน กับ การจัดการบริหารเงินทุน (Money Management) สองเรื่องนี้ เป็นหัวใจหลัก ที่สุดท้ายแล้วต้องไปให้ถึง

ภาพ 2: เป็นวิทยากรอยู่ที่ Bitkub Academy

 

ผมคิดว่า เหรียญที่ควรจะซื้อเก็บไว้ก็คือ บิตคอยน์ เท่านั้น ยังไม่ใช่จังหวะเวลาของเหรียญอื่นๆ

นอกจากบิตคอยน์ ยังมีเหรียญอีกประเภทหนึ่งคือ "Native Coin" หรือเหรียญประจำกระดานเทรดที่เจ้าของกระดานสร้างขึ้นมาเอง เช่น BNB (ของกระดานเทรด Binance) ,OKB (ของกระดานเทรด OKEX) พวกนี้เป็นเหรียญที่มีประโยชน์ เพราะเป็นเหรียญที่ถือไว้แล้วจะมีสิทธิ์ในการโหวตในเรื่องบางเรื่อง หรือว่าให้เผาเหรียญอะไรบางอย่างได้ และแน่นอนว่าเจ้าของกระดานจะไม่ทำให้เหรียญของเขาเสื่อมมูลค่า ก็เป็นโอกาสที่ดี ถ้าใครจะเข้าไปศึกษาแล้วก็ถือเหรียญพวกนี้ ก็ถือว่าใช้ได้และน่าสนใจ

ถ้าใครเป็นสายลงทุนในเหรียญอื่นๆ (Altcoins) ก็ต้องลองพิจารณาว่า มีเหรียญไหนที่ราคาปรับลงจนถึงจุดที่น่าจะเข้าซื้อบ้าง สังเกตได้ว่ามีหลายๆ เหรียญก็เริ่มทำ Correction น่าสนใจ พอที่จะเข้าซื้อได้ และต้องศึกษาข่าวของเหรียญนั้นๆ ด้วย ว่ามีโปรเจกต์อะไรที่จะทำเพิ่มเติมบ้าง

คนที่ไม่ใช่สาย Tech เชื่อมั่นในบิตคอยน์ จะเป็นหลุมหลบภัยชั้นดียามเกิดวิกฤต ศก.

เชื่อมั่นบิตคอยน์เพราะอะไร? ถ้ามองจากคนที่เป็นฝั่งคริปโตจ๋าเลย ข้อแรก คือ ถ้าเชื่อว่าโลกเราจะเจอวิกฤตการเงินทุก 10 ปี ซึ่งดูปัจจุบันก็สุ่มเสี่ยงจากสัญญาณหลายอย่าง เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่น้อยกว่าระยะสั้น สงครามการค้าสหรัฐ-จีน สงครามกลางเมืองที่ฮ่องกง 

เวลาเกิดวิกฤตสิ่งที่คนกลัวคือ กลัวสถาบันการเงินล้ม กลัวเงินฝากในธนาคารหายไป รัฐบาลก็รับประกันแค่บัญชีละ 1 ล้าน ทำให้คนมุ่งเอาทรัพย์สินไปใส่ไว้ใน สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ คงไม่ใช่การไปซื้อทองเก็บไว้ เพราะมันขนย้ายข้ามประเทศลำบาก  บิตคอยน์ เวลาขนออกนอกประเทศเราถือแค่แฟลชไดรฟ์ตัวเดียว จะ 10 ล้าน 100 ล้านก็แฟลชไดรฟ์แค่ 1 อัน พร้อมกับรหัสผ่าน ดังนั้น เชื่อแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วเงินก็จะไหลเข้าตลาดคริปโต  

คนสาย Tech ไม่ได้เชื่อมั่นในบิตคอยน์ แต่เชื่อมั่นใน เทคโนโลยีบล็อกเชน

ถามว่าทำไมถึงเชื่อมั่นใจบิตคอยน์ อ.เก่ง ตอบว่า เขาไม่ได้เชื่อมั่นในบิตคอยน์แต่เชื่อมั่นในบล็อกเชน เพราะเป็นคนสายเทคโนโลยี ดังนั้น ความเป็นบล็อกเชน มันทำให้โลกเราเปลี่ยนไปโลกการเงิน ซึ่งมันถูกแบ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะปฏิเสธบิตคอยน์ หรือบล็อกเชน ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี  

พร้อมกับ ขยายความต่อไว้อย่างน่าสนใจว่า...

โลกใบแรก คือ เงินปกติที่เราใช้กันในระบบธนาคาร มีตลาดหุ้น ตลาดฟิวเจอร์ ฯลฯ 

โลกใบที่สอง คือ  คือ โลกของคริปโตเคอร์เรนซี ไม่มีตัวกลาง ไม่มีรัฐบาลไหนมาควบคุมเหรียญเด่นๆ ก็เช่น บิตคอยน์ 

ดังนั้น วันนี้ถ้าใครต้องการใช้เงินอิสระ ก็บิตคอยน์ หรือคริปโตอื่นๆ แต่ถ้าต้องการใช้เงินในระบบที่มีคนดูแล มีตัวกลาง มีระบบคอยตามให้ โอนถูก โอนผิด ก็เปลี่ยนใช้ระบบของธนาคาร แต่คนในยุคถัดไป ทุกคนจะต้องมีสองระบบเงิน

“หลายๆ คนบอกว่า ระบบของคริปโตเคอร์เรนซี จะมาทำลายล้างระบบการเงินแบบดั้งเดิม คือธนาคาร ผมมองว่ายังไม่เกิดขึ้นภายใน 10 ปีนี้ เพราะระบบเดิมก็มีดีอยู่ ไม่ใช่ว่าคริปโตจะมาแทนได้ 100% จึงมองว่ามันจะคู่ขนานกันไปทั้ง 2 ระบบในความคิดผม” 

ดังนั้น ถ้าเรายังใช้แค่ระบบใดระบบหนึ่งจะเสียเปรียบในการใช้ชีวิต หรือในการทำธุรกิจ ถ้าไม่อยากเสียเปรียบก็ต้องถือมันทั้งสองฝั่ง นี่คือวิถีการใช้ชีวิตจากนี้ไป มันดีเพราะเรามีการกระจายความเสี่ยงไปได้ สมัยก่อนเวลาออกจากตลาดหุ้นก็ไปทองคำ ตราสารหนี้ เงินฝาก แต่ตอนนี้ เรามีตลาดคริปโตให้กระจายความเสี่ยงออกมา       

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ้าเรารู้ว่า อินเทอร์เน็ตเร็วเท่าทุกวันนี้เราควรทำบริษัทอะไร

ผมเคยคุยกับเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีหลายคน ซึ่งก็เป็นรุ่นน้อง ม.เกษตร เก่งๆ เยอะเลย ทำงานให้รัฐ เอกชน ด้านข้อมูล เขาตั้งคำถามมาคำถามหนึ่งน่าสนใจมาก เค้าถามผมว่า “เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ้าเรารู้ว่า อินเทอร์เน็ตเร็วเท่าทุกวันนี้เราควรทำบริษัทอะไร” ผมตอบแทบจะทันทีเลยว่า “ทำ Youtube”  มันเป็นธุรกิจที่ง่ายที่สุดแล้ว ทำเว็บให้คนอัปโหลด กินค่าโฆษณา 

คำถามคือ ทำไมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราไม่ทำ? เพราะเราจินตนาการไม่ออกว่า วันหนึ่ง คนจะถือสมาร์ทโฟนทุกคน และอินเทอร์เน็ตมันจะเร็วมาก เร็วขนาดที่ว่าการดูวีดิโอบนมือถือแบบคมชัด HD ไม่ใช่เรื่องประหลาดแล้ว เป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อ 15 ปีก่อน กว่าจะต่ออินเทอร์เน็ตได้ แค่ฟังเพลงยังติดๆ ขัดๆ ความละเอียดภาพก็ต่ำ เปิดหน้าเว็บก็รอช้ามาก เราไม่คิดว่าจะเป็นไปได้เลย เราคงไม่คิดว่าหนังทั้งเรื่องไม่มีแผ่น มันมาทางมือถือ เราคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร จะปรับตัวยังไง ซึ่งตอนนั้น Youtube มันเกิดแล้ว Facebook มันเกิดแล้ว จากกลุ่มคนเล็กๆ ที่มองเห็นอนาคตก่อนคนอื่น 

อนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า เกิดขึ้น ณ วันนี้แล้ว  แค่มันยังไม่แพร่หลาย

เทคโนโลยีของ 10 ปีข้างหน้ามันเกิดแล้ว ดังนั้น ถ้าเราถามใหม่ว่า การที่อินเทอร์เน็ตมันส่งข้อมูลได้ แต่วันนี้ บล็อกเชน ทำให้อินเทอร์เน็ตส่งคุณค่า หรือ Value ได้ มันเปลี่ยนยุคจาก internet of data เป็น internet of value  ในยุคเดิม การส่งรูปภาพไปให้เพื่อน สำเนามันยังอยู่ มันเป็นการ copy ซึ่งมันใช้กับเงินไม่ได้ แต่บล็อกเชน มันทำให้การส่งคุณค่า หรือ Value เกิดขึ้น ผมส่งบิตคอยน์ให้ใคร บล็อกเชน การันตีว่า บิตคอยน์ผมหายไป ไปอยู่อีกฝั่ง มันคือการส่ง Value เราไม่เคยส่ง Value กันได้เร็วๆ อะไรที่ต้องพึ่งการโอนคุณค่า เช่น โอนรถ โอนประกัน การจะครอบครองสิทธิ์อะไรมันช้ามาก ตรวจเอกสาร สิทธิในการเช่ารถ ก็นานมาก เหมือนกับที่ internet มันช้า คำถาม คือ 

“ถ้าวันนี้เรื่องการโอนสิทธิ์มันทำได้เร็วผ่านอินเทอร์เน็ต มันจะเกิดอะไรขึ้น? จากเมื่อ 10 ปีก่อนที่เราถามว่า “ถ้าอินเทอร์เน็ตมันเร็วมากๆ มันจะเกิดอะไรขึ้น?  ถ้าคิดออกคุณก็เป็นเจ้าของ Youtube Facebook Instagram คนต่อไป และนี่มันเพิ่งเริ่มต้นในยุค internet of value เป็นโอกาส ถ้าใครคิดออก ถ้าวันนี้การส่ง Value มันไวมากๆ ใครเข้ามาตอนนี้ก็ไม่สาย เปรียบเทียบได้กับคนเพิ่งจะเข้ามาในช่วงของอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย แต่ว่าอินเทอร์เน็ตยังช้าอยู่” 

ปัจจุบัน อ.เก่ง ยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเทกับการให้ความรู้และให้ภูมิคุ้มกันแก่ผู้ที่สนใจจะเริ่มต้นลงทุนในตลาดคริปโตแบบฟรีๆ หรืออาจจะมีบางคอร์สที่อาจจะต้องลงทุนกันอยู่บ้าง ผู้สนใจสามารถติดตามคุณพงศกร ได้ทางช่องยูทูบ “Bitcoin Trader Thailand สอนลงทุนบิทคอยน์” ล่าสุดมียอดผู้ติดตามประมาณ 12,000 คน นอกจากนี้ คุณพงศกร ยังเป็นวิทยากรให้ความรู้ที่ Bitkub Academy ชุมชนแห่งความรู้เรื่องบิตคอยน์ บล็อกเชน อีกด้วย. 

---------------------------------------------------------

สัมภาษณ์,เรียบเรียง : ชัชชญา อังคุลี

chatchaya@efinancethai.com







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh