สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 31 พฤษภาคม 2561

MTC ลั่น พ.ร.บ. กำกับเป็น "ข่าวดี" ส่งซิก 50 บ. อาจ "ต่ำเกินไป"

MTC ลั่น พ.ร.บ. กำกับเป็น "ข่าวดี" ส่งซิก 50 บ. อาจ "ต่ำเกินไป"

ฝ่ามรสุมจากแรงเทขายมาได้อย่างทุลักทุเล สำหรับ บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) จากประเด็นที่ตลาดกังวลเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 9-30 เม.ย.61 ที่ผ่านมา 

แม้จนถึงวันนี้ราคาหุ้นจะยังไม่สามารถฟื้นสู่ระดับ all time high ที่ 45.25 บาทเมื่อปลายเดือน ก.พ.ไปได้ แต่ “ชูชาติ เพ็ชรอำไพ” ประธานกรรมการบริหาร MTC ก็ไม่หวั่น เพราะมั่นใจเต็มอก ประเด็นนี้เป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องลบ  

คุณชูชาติ กล่าวกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ประเด็นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเรื่องที่นักลงทุนจับตา โดยเฉพาะกองทุนในต่างประเทศที่กังวลมาก แต่หลังจากที่ตนเองได้เห็นตัวร่าง พ.ร.บ.บอกได้เลยว่า “เป็นข่าวดี”  

สาเหตุที่กล่าวเช่นนั้น เนื่องจากสาระสำคัญ ของ พ.ร.บ.คือ หัวข้อที่ 2 หมวดที่ 2 เกี่ยวกับเรื่อง "วิธีการกำกับดูแล" ที่ระบุว่า ผู้ประกอบการสามารถเปิดธุรกิจได้ทั่วทั้งประเทศ เป็นบริษัทจำกัด หรือมหาชน ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาทขึ้นไป และในการประกอบธุรกิจดังกล่าว ก็จะมีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกันก็ได้

*** คิด ดบ.ต่ำกว่าเกณฑ์ใหม่แน่นอน

"สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนสถาบันคลายกังวลก็คือ เขาไม่ได้บอกว่าดอกเบี้ย คือ การคิดเฉพาะดอกเบี้ย 15% ตามกฏหมาย แต่บอกว่าให้คิดดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียม รวมค่าติดตาม รวมค่าค้างชำระ รวมทุกๆ อย่างได้หมด ให้อยู่ที่คณะกรรมการเป็นผู้นำเสนอ"  

คณะกรรมการจะมาจาก 3 ฝ่าย 1.กระทรวงการคลัง 2.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ 3.ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนั้น นี่เป็นข้อดี เป็นข้ออ้างอิงได้ เพราะเดิม ธปท.ก็ให้ดอกเบี้ยนาโนไฟแนนซ์ 36% กระทรวงการคลังก็ให้ดอกเบี้ยของพิโกไฟแนนซ์ 36% เมื่อกรรมการแต่ละท่านมาอยู่ตรงนี้ ดอกเบี้ยจึงน่าจะอ้างอิงจากตัวเลขดังกล่าว และไม่ใช่ที่ 15% แน่นอน อาจจะเป็น 30% หรือ 28% ก็แล้วแต่ นักลงทุนจึงคลายความกังวลไปได้ 

“ของ MTC คิดดอกเบี้ยบวกค่าบริการ 23% ต้องถือว่าต่ำ เพราะแบงก์ชาติให้สูงสุด 36% ถ้าคณะกรรมการกดมาที่ 30% เราก็ทำได้ กดมาที่ 28% เราก็ทำได้ แต่คนที่คิดดอกเบี้ยสูงอันนี้จะลำบาก เพราะถ้าอ้างอิงแบงก์ชาติเขาให้แค่ 36% ใครที่คิด 40% ก็จะอยู่ลำบาก ดังนั้น ผมว่าอันนี้จะเป็นข้อดีต่อผู้ประกอบการที่ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้าจนเกินไป”

*** เปลี่ยนชื่อสะท้อนธุรกิจที่แท้จริง
แม้บริษัทจะเปลี่ยนชื่อจากเมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) เป็น เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) เพื่อขจัดความเข้าใจผิดของนักลงทุน ว่าเราทำธุรกิจลิสซิ่ง เพราะภาพเราตอนนี้คือธุรกิจ "ให้สินเชื่อ" แต่ที่จริงเราก็จะยังทำธุรกิจสืบเนื่องจากที่ MTLS ทำมา คือปล่อยสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน โดยเน้นทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ สินเชื่อที่ดิน สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อส่วนบุคคล

*** กำไรยังมีโมเมนตัมในการโต
เชื่อว่า กำไรของบริษัทมีแนวโน้มโตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3 ปี และสิ้นไตรมาส 1/61 สินเชื่อก็เติบโตได้ตามเป้าหมาย 

“ถามว่ากำไรจะเป็นอย่างไร นิวไฮไหม ก็ต้องนิวไฮต่อเนื่อง ถ้าเรายังสามารถเติบโตได้ อดีตที่ผ่านมา 3 ปี เราโต  60%  80% และ 50% จากปีนี้ไปอีก 3 ปีโตเท่าไหร่ เราตั้งเป้าโต 40% ปีนี้ , ปี62 โต 40% , ปี63 โต 30%  เมื่อการเติบโตไปในทิศทางดังกล่าว กำไรก็มีโอกาสนิวไฮตลอด” 

*** โบรกฯ เคาะมูลค่า 50 บาท อาจ "น้อยไป" 
ฟากราคาเหมาะสมหุ้น  MTC โบรกฯ ประเมินมูลค่าเหมาะสมปีนี้เฉลี่ย 50 บาท ซึ่งอาจจะดูขัดใจ “ชูชาติ” ไปสักนิดในฐานะผู้บริหาร ที่รู้ทุกสิ่้งทุกอย่างภายในบริษัท

“ นักวิเคราะห์ก็สามารถที่จะประมาณการกำไรได้โดยดูจากผลงาน ปีนี้ผมตั้งเป้าในการเติบโตไว้ 40% ถ้าผมสามารถดำเนินการได้ตามนั้นคือ สินเชื่อใหม่โต 40 ลูกหนี้คงค้างเพิ่ม 40 และกำไรก็โต 40 หรือ 50% และคุมหนี้เสียไว้ที่ 1.1-1.2% ผมว่าตัวเลขที่ประเมินมูลค่ามาไม่คลาดเคลื่อนหรอกครับ อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ”

*** ขยายสาขาสวนทางสถาบันการเงิน
ส่วนแผนการขยายสาขาก็ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง “ชูชาติ” เล่าว่า อาจจะดูสวนทางแบงก์ที่ทยอยลดสาขา แต่ทุกอย่างมีเหตุและผล โดยหากขยายสาขาแล้วพบว่า รายได้ต่อสาขายังเติบโต นั่นแปลว่ายังไม่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว ต่างจากธนนาคารที่รายได้ต่อสาขาลดลง
 
“เรายังขยายได้อีก จนกว่าจะพบจุดที่เหมาะสมที่สุด ก็คือ กำไรลดลง ยอดปล่อยต่อสาขาลดลง หรือลูกหนี้คงค้างลดลง จุดนั้นล่ะครับเป็นจุดที่เหมาะสม ดังนั้น ขณะนี้ยังขยายตัวได้อีก สาขายังไม่ถือว่ามาก”

MTC เดินหน้าขยายสาขาปีละ 600  แห่ง เพื่อให้มีสาขาแตะ 4,000 แห่งในปี 2563 รองรับดีมานด์การขอสินเชื่อจากประชาชน เพราะนอกจากบริการที่ต้องดีเลิศกว่าคู่แข่งในพื้นที่แล้ว การคิดดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า นับเป็นจุดได้เปรียบของ MTC 
 
*** ท้าชนเจ้าถิ่นเงินด่วน

MTC มีคู่แข่ง 2 ประเภท 1.คู่แข่งในตลาดหลักทรัพย์ และ 2.คู่แข่งนอกตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นรายจังหวัด รายอำเภอ จำนวนมากโดยในหนึ่งจังหวัดมีประมาณ 20 แห่ง แต่ละอำเภอมีประมาณ 10 แห่ง รายเล็กรายน้อย ร้านขายทอง ร้านขายรถจักรยานยนต์ สำนักงานทนายความ หรือผู้ที่มีเงินทุนในท้องถิ่น นี่คือผู้ประกอบการที่เป็นคู่แข่งของเรา เราแข่งกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นมากกว่าเพราะจำนวนสาขาเขาเยอะมาก 

“เราแข่งอยู่ 2 เรื่อง 1.การบริการ 2.ดอกเบี้ย เราอย่าไปชาร์จดอกเบี้ยแพง อย่าไปเอาเปรียบลูกค้า อันนี้ล่ะครับจะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการของเรา”

บรรยากาศความคลุมเครือในรายละเอียด และกฎเกณฑ์ พ.ร.บ.กำกับนอนแบงก์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ราคาหุ้น MTC ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก อาจสะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่หมดไป ที่สุดแล้วตลาดคงต้องรอติดตาม พ.ร.บ.ที่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh