Special Interview

JMT มั่นใจปี 62 นิวไฮธุรกิจบริหารหนี้ขยายตัว เป้าโตไม่ต่ำกว่า 30%

JMT มั่นใจปี 62 นิวไฮธุรกิจบริหารหนี้ขยายตัว เป้าโตไม่ต่ำกว่า 30%

          JMT มองผลงานปีนี้แรงต่อเนื่อง วางงบลงทุน 4.5 พันลบ. เดินหน้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้าพอร์ตเพิ่ม ดันเป้ารายได้ปี 62 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อนหน้า ด้านแม่ทัพใหญ่ “สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์” เผย ในช่วงที่ผ่านมาเนื้อหอม มีกองทุนดอดขอข้อมูลธุรกิจ จากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ฟากโบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 15.3 บ./หุ้น

 

*** เผยกลยุทธ์ปี 62 เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ตเพิ่ม มั่นใจผลงานโตไม่ต่ำกว่า 30%

          JMT ตั้งเป้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทุกปี สำหรับภาพรวมผลประกอบการปี 2562 นี้ วางเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปี 2561 จากการซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น ณ สิ้นปี 2561 บริษัทฯ มีพอร์ตบริหารหนี้รวมมูลค่ามากกว่า 135,000 ล้านบาท

          ด้านกลยุทธ์การดำเนินงานประจำปี 2562 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน ทั้ง Bank และ Non-Bank โดยจัดสรรงบประมาณไว้ที่ 4,500 ล้านบาท สำหรับใช้ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพทั้งที่มีหลักประกัน และไม่มีหลักประกัน

          “สำหรับงบในการซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มในปีนี้ นับว่าเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเราเชื่อว่าจะสามารถใช้เงินลงทุนก้อนนี้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนภาพรวมของหนี้เสียในระบบ คาดว่าจะใกล้เคียงกับของปีที่แล้วที่ 2.9 – 3% ซึ่งหลักๆ แล้วมองว่าสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิตน่าจะทรงๆ ตัว ตรงข้ามกับสินเชื่อ SMEs และที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นับเป็นโอกาสที่ดีต่อบริษัทฯ เนื่องจากเรามีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ และให้ความสำคัญในการคัดเลือกหนี้ที่มีคุณภาพเข้ามาบริหาร”

 

*** ไร้กังวล ไม่กระทบธุรกิจแน่นอน หลังแบงก์ประกาศขอบริหารหนี้เอง

          มีบางกระแสข่าวที่กล่าวถึง ธนาคารพาณิชย์จะออกนโยบายบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพเอง แทนการขายให้บริษัทเอกชนบริหารจัดการ  บริษัทฯ มองว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เนื่องจากกลุ่มแบงก์พาณิชย์เองมีแผนกการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพอยู่แล้ว และหนี้เสียที่แบงก์จะบริหารจัดการเองเป็นหนี้ก้อนใหม่และหนี้คุณภาพดีที่สามารถจัดการได้ง่าย และคุ้มค่ากับการลงทุนด้านทรัพยากรของแต่ละแบงก์ สำหรับหนี้เสียก้อนเก่าและยากต่อการติดตามจัดเก็บนั้น ทางแบงก์ก็จะยังคงขายออกมาให้มืออาชีพอย่างเราบริหารจัดการ

 

*** เนื้อหอม เข้าตากองทุนเข้ามาจีบ

          ในช่วงที่ผ่านมา JMT นับเป็นอีกหุ้นที่ได้รับความสนใจจากกองทุนเข้ามาสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก โดยแหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีกองทุนชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้ติดต่อเข้ามาขอข้อมูลธุรกิจของ JMT สะท้อนความสนใจลงทุนในธุรกิจ จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

            "เพราะด้วยตัวธุรกิจของ JMT เองมีความมั่นคง จากพอร์ตบริหารหนี้ในมือที่ทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง สถาบันการเงินต่างๆ ไว้วางใจทยอยขายหนี้ออกมาให้บริษัทฯ และจากการสั่งสมประสบการณ์ทำให้วันนี้ JMT ถือเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพรายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ทางกองทุนจากต่างประเทศให้ความสนใจค่อนข้างมาก"

          นอกจากนี้ JMT เองถือว่าเป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย ทั้งช่วงภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น หรือขาลงก็ตาม เราก็มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการธุรกิจมาโดยตลอด สามารถเติบโตได้เสมอ นั่นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของ JMT ได้เป็นอย่างดี

 

*** โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 15.3 บ./หุ้น

          ด้านบทวิเคราะห์จากบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ประเด็นที่ธนาคารพาณิชย์จะจัดตั้งหน่วยงานภายใน เพื่อบริหารหนี้ด้อยคุณภาพเอง และอาจกระทบต่อปริมาณหนี้ที่จะออกประมูลขายให้กับ JMT นั้นมีความคาดเคลื่อน เรามองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อท่ามกลาง panic sell จาก i) คาดกำไร 4Q61 ดีต่อเนื่อง +4%QoQ,+ 43%YoY จากเงินสดที่เรียกเก็บได้จากพอร์ตหนี้เติบโตแบบ QoQ หนุนกำไรปีนีดีกว่าคาดไว้เดิม ii) ปิดดีลซื้อหนีได้ตามเป้า รองรับการเติบโตในปีหน้า iii) บริษัทกำลังสร้าง New S-Curve ในปี 2562 ด้วยการเติบโตบนตลาดหนี้ Secured loan (new market) เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท อิง P/E’62 = 23X

          ตลาดหนี้เสียไม่ได้ถูกกระทบอย่างที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นถูกกดดันด้วยประเด็นข่าวว่า ธนาคารพาณิชย์จะจัดตั้งหน่วยงานภายใน เพื่อบริหารหนี้ด้อยคุณภาพเอง ทำให้ตลาดกังวลว่าจะไม่มีหนี้เสียใหม่ออกประมูลขาย กระทบต่อภาพการเติบโตในอนาคต เรามองประเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะแท้จริงแล้วธนาคารมีหน่วยงานดังกล่าวอยู่แล้ว และทำหน้าที่บริหารในขั้นแรกก่อน จากนั้นจึงตัดสินใจเลือกขายหนี้เสียที่ธนาคารไม่ต้องการแล้ว ผ่านการประมูลให้กับ JMT (เช่น หนี้เสียในรายมีขนาดเล็ก-เก่า-ติดตามยาก-ไม่คุ้มค่าต่อการทวง vs การตัดขาดทุน-หาสินเชื่อใหม่) เรายังคงมุมมองบวกต่อภาพการเติบโตของกำไรที่เรามองไว้ที่เฉลี่ย 25% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า

          แนวโน้มผลประกอบการ 4Q61 และปี 2561 ดีกว่าคาดไว้เดิม 9% เราคาดกำไรสุทธิ 4Q61 เท่ากับ 142 ล้านบาท +4%QoQ , +43%YoY สอดคล้องกับเงินสดที่เรียกเก็บได้เพิ่มขึ้นเทียบ QoQ ขณะที่ไตรมาสนี้สามารถปิดดีลซื้อหนี้ก้อนใหญ่ได้เพิ่ม ทำให้พอร์ตหนี้โตได้ตามเป้าที่ +20,000 ล้านบาท หนุน ณ สิ้นปี มีพอร์ตทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท ขณะที่ยังรักษาอัตรากำไรยืนอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับไตรมาสก่อน คาดทั้งปี 2561 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 516 ลบ. +30%YoY เป็นการปรับเป้าหมายกำไรขึ้นอีก +9% พร้อมกับการทำ New high ของกำไรอีกปี

          คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมเท่ากับ 15.30 บาท การเติบโตของพอร์ตหนี้บริหาร และโมเมนตัมกำไรยังคงเป็นไปตามที่เรามองไว้ และเดินหน้าสถิติใหม่ในทุกมิติ ขณะภาพในปี 2562 จะเริ่มเห็นพัฒนาการที่จะเป็น New S-Curve จากการขยายลงทุนในหนี้ Secured loan ที่เป็นตลาดใหม่และใหญ่ เมื่อเทียบกับ JMT มาต่อยอดบนฐานกำไรจาก Non-secured loan เดิม เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม เท่ากับ 15.30 บาท/หุ้น อิง Forward P/E’62 = 23X ขณะราคาปัจจุบันเทรดเพียง 17X







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh