Special Interview

JMART - AIS ประกาศเป็น Exclusive Partnership

JMART - AIS ประกาศเป็น Exclusive Partnership

          "นับเป็นดีลแห่งปี ที่เราขอประกาศความร่วมมือในการเป็น Exclusive Partnership ที่จะ synergy เพื่อสร้าง value ในแง่การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และยังมีแผนอีกมากมาย ที่สามารถสนับสนุนผลประกอบการให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในอนาคต" "อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา" แม่ทัพใหญ่เจมาร์ท ได้เปิดเผยในงานแถลงข่าว ความร่วมมือระหว่าง "AIS และ JMART" ในการเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ ผนึกกำลังผู้นำสองอุตสาหกรรมระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายและบริการดิจิทัล อันดับ1 อย่างเอไอเอส และธุรกิจค้าปลีกดิจิทัลไอทีอันดับ 1 ที่มีบริษัทในเครือหลากหลาย อย่างเจมาร์ท โดยผสานจุดแข็งซึ่งกันและกัน ภายใต้เป้าหมาย มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้คนไทย เริ่มต้นจากการส่งมอบประสบการณ์จากสินค้าและบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และครบครันจากเอไอเอส ผ่านร้านค้าในเครือเจมาร์ททั้งหมด รวม 443 แห่ง และตัวแทนจำหน่ายซิงเกอร์ ซึ่งเป็นบริการในเครือของเจมาร์ทอีกกว่า 3,000 คน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ แบบลงลึกถึงระดับหมู่บ้านและตำบล

           

            "อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ได้เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า นี่นับเป็นครั้งแรกของเจมาร์ท ที่ได้ประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เนื่องจากแต่เดิม ผมได้ขีดข้อกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ว่าเราจะต้องไม่เป็น exclusive เพราะเราจะต้องมีสินค้าของทุกค่ายอยู่ในร้านของเรา มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี แต่วันนี้เราเลือกที่จะเป็น exclusive ของเอไอเอส เพราะหากพูดถึงเจมาร์ทแล้ว เรา คือ ผู้นำในการขายมือถือมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันเรามีหน้าร้านกว่า 205 สาขาทั่วประเทศ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกว่า 1 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ เรายังมี IT Junction ซึ่งเป็นพื้นที่ให้เช่า โดยมีดีลเลอร์ขายมือถือเช่าพื้นที่อยู่ใน IT Junction ราว 51 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 1,500 ราย โดยพื้นที่เช่าดังกล่าวบริหารโดย บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทในกลุ่มของเจมาร์ท และทั้ง 1,500 ดีลเลอร์นี้ จะมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเอไอเอสร่วมกันกับเจมาร์ท เป็นจำนวนดีลเลอร์ที่เยอะมากเมื่อเทียบกับช่องทางการจัดจำหน่าย หรือจำนวนดีลเลอร์คิดเป็นประมาณ 8% ของประเทศ นับจากนี้เป็นต้นไป การแข่งขันจะดุเดือดขึ้น ซึ่งจะมีเพียงเอไอเอสเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มดีลเลอร์กว่า 1,500 รายที่เช่าพื้นที่ของ  IT Junction

            นอกจากนี้ เรายังมีช่องทางการจัดจำหน่ายของซิงเกอร์ ที่เริ่มโฟกัสเรื่องสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า บวกกับโทรศัพท์มือถือพ่วงกันไป ตามหน่วยตัวแทนจำหน่ายในหัวเมืองต่างๆ ของประเทศ สำหรับผมแล้ว ซิงเกอร์จะเป็นบริษัทที่ขายมือถือมากที่สุดในประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า และสร้างอนุภาคการขับเคลื่อนบริการของเอไอเอสเข้าถึงทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล โดย "คุณกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย ได้ปักหมุดไว้ว่า ใน 3 ปีข้างหน้าจะเปิดซิงเกอร์แฟรนไชส์ 6,000 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะเปิดครบ 1,000 แห่ง โดยเอไอเอสจะดีไซน์สินค้าและบริการ ให้ตรงกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ในต่างจังหวัด เรายังมีเจฟินเทค ที่ให้บริการทางการเงินของ เจมันนี่ บริหารงานโดยบจก. เจฟินเทค ให้บริการสินเชื่อผ่อนสินค้าในร้านเจมาร์ทสำหรับคนเมืองกรุง ทำให้เห็นภาพของการกระจายสินค้าได้อย่างชัดเจน ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ มีเฉพาะในกลุ่มของเจมาร์ทเท่านั้นที่มีครบเครื่องมากที่สุด

            แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่ายังไม่มีใครมี นั่นคือ เรื่องของการประกันมือถือ ประกันจอแตก โดยเจพีประกันภัย บริษัทลูกของบมจ.เจ เอ็ม ที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มเจมาร์ท ต่อไปในอนาคตเราจะมีการประกันเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย โดยรูปแบบของการประกันไม่มีข้อจำกัด ซึ่งจะทำให้จิ๊กซอว์ในการทำการรู้จัก และเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า หรือ Customer Centric สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และจะมีบริการอื่นๆ เกิดขึ้นอีกมากมายในอนาคต ด้วยจุดมุ่งหมาย ที่จะส่งคุณภาพของการบริการให้กับลูกค้ามาตลอด โดยภาพรวมทั้งหมด ผมเชื่อว่า จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ จากการทำงานร่วมกันระหว่าง "เจมาร์ท กับ เอไอเอส" จากนี้ไป เมื่อ exclusive แล้ว เราต้องทำให้ทั้งกรุ๊ปเจมาร์ท และเอไอเอส เห็นผลโดยการที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น แต่การที่ลูกค้าจะกลับเข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้นนั้น เราต้องมีสินค้าและบริการที่กว้าง ครอบคลุม ตรงประเด็นให้กับลูกค้า ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 

             ด้าน "ปรัธนา ลีลพนัง" หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 69 ล้านคน มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ทั้งสิ้นถึง 94 ล้านเลขหมาย คิดเป็นจำนวนกว่า 130% ของจำนวนประชากรทั้งหมด นับเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงมากกว่า 1 - 2 ปีมาแล้ว แต่มีสมาร์ทโฟนเพียงประมาณ 75% อีก 25% เป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุ่นธรรมดา ซึ่งนี่คือกลุ่มตลาดของเรา วันนี้บ้านเราพิเศษ เพราะว่าคนเล่นอินเทอร์เน็ตต่อวันสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ชม./วัน ถือว่าสูงมาก และในทุกๆ ปีเรามีลูกค้าเข้ามาซื้อเฉพาะเครื่องใหม่เดี่ยวๆ จำนวนกว่า 15 ล้านเครื่อง และมีคนไทยอีกประมาณ 20 ล้านคน หรือ 20 ล้านครั้ง ที่เลือกซื้อแพ็คเกจ อัพแพ็คเกจ ซื้อเพิ่มตลอดเวลา และมีคนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากกว่า 12 ล้านครั้งต่อปี จะสังเกตเห็นว่า แม้ตลาดจะ 130% ซึ่งมีความต้องการใช้งานจำนวนมาก ทั้งมือถือ แพ็คเกจ และแอพพลิเคชั่น อย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง

            เอไอเอส เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการทุกรูปแบบ ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ข้อใหญ่ใจความ คือ เครือข่ายเอไอเอส เราลงทุนอย่างมหาศาลกว่า 2 แสนล้านในการสร้างเครือข่าย เพื่อทำให้มีโครงข่ายใช้ในทุกพื้นที่ เราลงทุนเพื่อนำเอาคลื่นความถี่มาให้บริการ ณ ตอนนี้เรามีคลื่นความถี่อยู่ในมือจำนวน 120 MHz. ซึ่งเป็นความถี่ที่กว้างที่สุดในประเทศไทย เพื่อจะได้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านผู้ให้บริการเครือข่าย ตอบรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

            นี่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเจมาร์ท จากการที่ผู้นำทั้ง 2 อุตสาหกรรม ประกาศเป็น Exclusive Partnership โดยความร่วมมือประกอบด้วย

            - ร่วมจัดจำหน่ายสินค้าและส่งมอบบริการดิจิทัล จากเอไอเอสแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในร้านเจมาร์ทช็อป ทุกสาขาทั่วประเทศ รวม 205 สาขา ที่พิเศษกว่าเดิม และครบครันมากยิ่งขึ้น อาทิ สมาร์ทโฟน แก็ดเจ็ต อุปกรณ์ไอทีต่างๆ โดยจะมีโปรโมชั่นพิเศษที่ออกแบบมาให้เฉพาะลูกค้าของทั้งสองโดยเฉพาะด้วย รวมถึงบริการต่างๆ จากเอไอเอสที่จัดดิสเพลย์ภายในร้าน ให้ลูกค้าได้ทดลองสัมผัส และใช้งานจริง อาทิ คอนเทนต์บันเทิงระดับโลก, เน็ตบ้านเอไอเอสไฟเบอร์ และสมัครใช้งานได้ที่จุดนี้ด้วย อีกทั้ง อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมให้ลูกค้าเอไอเอสได้ที่ร้านเจมาร์ท

            - ขยายช่องทางการให้บริการ (Touch Point) แบบลงลึกทุกพื้นที่ มอบความสะดวกสบายเข้าถึงระดับหมู่บ้านและตำบล โดยพลิกมิติใหม่ของบริการเครือข่าย ผ่านตัวแทนจำหน่ายของซิงเกอร์กว่า 3,000 ราย ที่พร้อมไปหาลูกค้าถึงหน้าประตูบ้าน และหน้าร้านซิงเกอร์ช็อปจำนวน 187 สาขา เพื่อเน้นเจาะตลาดตรงไปยังฐานลูกค้าซิงเกอร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยในอนาคต เตรียมร่วมกันจัดแพ็กเกจให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าซิงเกอร์ อาทิ มอบสิทธิพิเศษซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมซิมมือถือ และเน็ตบ้านเอไอเอสไฟเบอร์ อีกทั้ง จัดจำหน่ายสินค้า และบริการของเอไอเอสแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านหน้าร้าน IT Junction ในพื้นที่ห้างบิ๊กซี 51 สาขาทั่วประเทศ

            - เอไอเอสนำเทคโนโลยี และ Digital Infrastructure เข้าไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และการให้บริการลูกค้า ที่เจมาร์ทช็อปและร้านค้าในเครือ เพื่อให้พร้อมต่อยอดในการสร้างสรรค์และพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคต

            ด้านแม่ทัพใหญ่เจมาร์ท กล่าวทิ้วท้ายว่า "รับภาพรวมในอุตสาหกรรมยังมีการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือด จึงคาดว่า จะส่งผลให้รายได้ในปีนี้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 13,236.85 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ จะหาแคมเปญใหม่ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการลูกค้า และจากความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ จะช่วยให้ AIS ขยายช่องทางในการนําเสนอสินค้าและบริการ เข้าถึงลูกค้าของเจมาร์ทที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่จะสามารถติดสปีดในการเติบโตของกลุ่มเรา ขณะที่ ภาพรวมธุรกิจปี 2561 มั่นใจว่า JMART จะสามารถพลิกเป็นกำไรได้อย่างแน่นอน แม้ครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิลดลงอยู่ที่ 142 ล้านบาท ตามแผนการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 30 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขารวมอยู่ทั้งสิ้น 205 แห่ง ประกอบกับธุรกิจในเครือของบริษัท ทั้งธุรกิจการปล่อยสินเชื่อ ภายใต้แบรนด์ "J MONEY"  (J FINTECH) , ธุรกิจบริหารบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และติดตามหนี้ (JMT), ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (J) และ SINGER ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh