Special Interview

“ ตัน ภาสกรนที ” เปิดมุมมองสุดท้าทาย รับมือโควิด-19

“ ตัน ภาสกรนที ” เปิดมุมมองสุดท้าทาย รับมือโควิด-19

          ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอีกบทพิสูจน์ฝีมือผู้นำองค์กรหลากหลายแห่ง และที่น่าสนใจอีกท่านกับ “ตัน ภาสกรนที” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “ตัน อิชิตัน” ที่ได้ออกมาช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน หวังจับมือทุกคนฝ่าฟันทุกวิกฤต ด้วยประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจยาวนานนับ 40 ปี วันนี้ มาเผยถึงมุมมอง และการปรับกลยุทธ์เพื่อเอาตัวรอด  พร้อมตั้งแคมเปญช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน “ตลาด ศอช.๒” เชื่อครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ให้ทุกคนได้เรียนรู้ และเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต  

 

*** มุมมอง " ตัน ภาสกรนที " กับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

          เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้เศษฐกิจในหลายๆ ประเทศต้องหยุดชะงัก ถือว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของโลกในช่วงปลายปี 2562 - 2563 เลยก็ว่าได้ มีผู้ที่เดือดร้อน และได้รับผลกระทบหลายกลุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะกลุ่มอย่างวิกฤตที่เคยผ่านๆ มา “คุณตัน ภาสกรนที” เป็นอีกหนึ่งนักบริหาร และนักสู้ อยู่ในแวดวงธุรกิจมานานถึง 40 ปี และผ่านมาทั้งวิกฤติการณ์ราชาเงินทุน ต้มยำกุ้ง ซัพไพร์ม น้ำท่วมใหญ่ แต่ยอมรับว่าโควิด-19 รุนแรงสุด ได้มีมุมมองถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ว่า

          “ในมุมมองธุรกิจเราต้องปรับกลยุทธ์ และปรับตัวอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาอิชิตันก็เจอกับหลากหลายเหตุการณ์ ทำให้สถานการณ์วันนี้ อิชิตันยังแข็งแรง แม้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ดี เรามีความเป็นห่วงคนไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ และถือว่าเป็นบทเรียนสอนให้ทุกคนต้องมีเงินออม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจเล็ก ใหญ่ หรือบุคคลทั่วไป เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจอวิกฤตอะไรอีกในอนาคตข้างหน้า ซึ่งเราต้องพึ่งพาตัวเองด้วยเช่นกัน”

 

*** ธุรกิจส่วนตัว คุณตัน ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

          ในวิกฤตครั้งนี้ถือว่าได้รับผลกระทบกันในวงกว้าง มากน้อยต่างกันไป แม้แต่ธุรกิจส่วนตัวของคุณตันเองก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้เช่นกัน คุณตันเผยว่า " หลักๆ ก็เป็นส่วนของโรงแรมทั้ง 3 แห่ง คือ ที่เชียงใหม่ วัน นิมนาม, ยู นิมมาน และ วิลล่า มาร็อก รีสอร์ท ปราณบุรี ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัว และได้รับผลกระทบในครั้งนี้เต็มๆ ต้องปิดให้บริการ และไม่มีรายได้เข้ามาเลย รวมถึง โซนตลาดนัดต่างๆ ก็ช่วยเหลือกลุ่มผู้ค้าขายไม่ได้เก็บค่าเช่าตั้งแต่เดือนมีนาคม แม้ว่าปัจจุบันจะกลับมาค้าขายได้มากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังจะเปิดให้ขายของฟรีไปจนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งรวมๆ แล้วจากผลกระทบนี้ ผมก็เสียหายรวมๆ 20-30 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยินดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ "

          และเนื่องจากในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่ไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวเข้ามาพักได้ จึงต้องปรับตัวเช่นกัน จึงปิดโรงแรมอีสติน ตัน ที่เชียงใหม่ และปรับเปลี่ยนมาเป็นที่พัก เพื่อช่วยเหลือให้บุคคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล เข้ามาพักได้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่บุคลากรทางการแพทย์ย้ายออก ก็จะทำการ Big Cleaning ทั้งโรงแรม เพื่อเตรียมพร้อมเปิดรับลูกค้า 1 ก.ค. 2563 นี้

 

*** กลยุทธ์ในการรับมือ และให้กำลังใจคนที่เดือดร้อน

          ด้วยประสบการณ์การบริหารหลากหลายรูปแบบ คุณตันเองกล่าวว่า ในแต่ละวิกฤต ก็จะให้ประสบการณ์ และบทเรียนที่ต่างกันไป อย่างในวิกฤตนี้ คุณตันก็ได้แนะนำถึงการมองหาอาชีพเสริม หรือทำตลาดออนไลน์สำรองไว้เพื่อที่จะมีรายรับหลายๆ ทาง ปรับตัวธุรกิจให้ไว และทันตามสถานการณ์ อย่างเช่น ร้านอาหารหลายๆ ร้าน ในช่วงสถานการณ์ที่ต้องปิดบริการหน้าร้าน ก็ต้องปรับตัวมาทำ Delivery เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการเว้นระยะห่าง และเพื่อความอยู่รอด บางร้านยอดขายเข้ามาดีกว่าช่วงเวลาปกติเสียอีก นั่นเพราะเจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ และต้องปรับตัวให้ไว ซึ่งคุณตันยังให้ข้อคิดและกำลังใจเสริมอีกว่า

          “ตราบใดที่ไม่ยอมแพ้เราก็ยังมีทางออก ถ้าเราท้อ ไม่มีกำลังใจก็หมด เราต้องเชื่อว่าพระอาทิตย์ลงแล้วก็ขึ้น ต้องมีความเชื่อ เราต้องว่ายทวนน้ำ อย่ายอมแพ้ ถ้าเราไม่มีความมั่นใจ หรือไม่มีเป้าหมาย หรือไม่กล้าที่จะทำ น้ำก็จะพาเราไปจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ตกลงมาและไหลตามน้ำไป แต่ถ้าเราไม่ยอมก็เหมือนปลาที่ว่ายทวนไปเรื่อยๆ เราก็รอด”

 

 

*** ไอเดีย 10 ปี วนกลับมาอีกครั้ง เตรียมเปิดตลาด ศอช.๒

          คุณตัน พร้อมเดินหน้าจัดโครงการ ศูนย์อำนวยพื้นที่ในการช็อบปิ้ง (ศอช.๒) ร่วมกับ โน้ต อุดม แต้พานิช ครั้งที่ 2 ส่ง 3 ทำเลทอง ทองหล่อ ซอย 10 (Arena10) กรุงเทพฯ - วันนิมมาน เชียงใหม่ - นินจาอมตะ ชลบุรี หวังให้คนตกงาน ผู้เดือดร้อนออกร้านขายสินค้าราว 3,000 บูธ และมีการแบ่งโซนจำหน่ายสินค้าเป็น 7 โซน ได้แก่ 

1) โซนสมบัติผลัดกันชม สินค้ามือ 2 จากพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ อดีตมนุษย์เงินเดือน

2) โซนโรงแรมสะท้อนใจ ห้องพัก รีสอร์ท ธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมใจกันดัมพ์ราคาแทบขาดใจ

3) โซนสอยดาวน์ คอนโดหลุดดาวน์ รถ บ้าน มอเตอร์ไซค์ จักรยาน นาฬิกา กระเป๋า เสื้อผ้าลิมิเต็ดเอดิชั่น และสารพัดทรัพย์สิน พร้อมใจกันหลุดทั้งดาวน์ หลุดทั้งมือ เพื่อเปลี่ยนผู้ครอบครอง

4) โซนนางฟ้าแลนดิ้ง สินค้าจากพนักงานสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากสายการบินที่หยุดให้บริการ

5) โซนดาราพาณิชย์ ซึ่งเป็นการเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าดารา งัดกันมาเลหลังขายถูกเหมือนจะเปลี่ยนอาชีพ

6) โซนแบรนด์เนมอัดอั้น เมื่อพ่อค้าแม่ขายที่ขนสินค้ามาจัดโปรไฟไหม้หนีเจ้านายมาเซลล์ 50 - 90%

7) โซนอาหารแก้เซ็ง พร้อมด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย คาดว่าจะสร้างเงินสะพัด 200 - 300 ล้านบาท

          “ไม่คิดเลยว่าจะมีการตั้ง ศอช.๒ เกิดขึ้น จากครั้งที่แล้วจัดไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในปี 2553 ร่วมกับ โน้ส-อุดม แต้พานิช ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าที่ไม่มีที่ขายของจากเหตุการณ์ไม่สงบภายในประเทศ แต่วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อคนหลากหลายอาชีพ เดือดร้อนอย่างหนักกันแทบทุกวงการ ไม่ว่าจะ ดารา นักร้อง แอร์โฮสเตส สจ๊วต มีคนตกงานจำนวนมาก ตลาดที่เราจัดขึ้นครั้งนี้ จึงมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือ เสริมสภาพคล่อง และเป็นกำลังใจให้ทุกคน”

          ศอช.๒ จัดขึ้นในวันที่ 5 - 28 มิถุนายน 2563 เฉพาะวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 16.00 - 22.00 น. ภายในตลาดนัดเองมีมาตราการเว้นระยะห่าง มีจุดคัดกรอง วัดอุณภูมิ จุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือรอบๆ ตลาดนัด รวมถึงการแสกนแอพ “ไทยชนะ” ทั้งเข้าและออก อีกทั้ง ยังส่งเสริมการใช้ระบบ E-Payment เพื่อลดการสัมผัสระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมี Big Cleaning ในทุกๆ วันด้วย  

 

 

*** ภาพรวมธุรกิจอิชิตัน ยังโตสวนกระแส

          ในฐานะผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI มองว่า บริษัทฯ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์บวก ยอดขายยังเติบโตได้ตามเป้า เนื่องจากเป็นบริษัทมหาชน และอาจจะเพราะได้เจอวิกฤตใหญ่ไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงทำให้อิชิตันปรับตัว และไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากการมุ่งเน้นสินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น มีการจัดแคมเปญการตลาดเฉพาะกลุ่ม การปรับไซส์ใหม่ๆ แม้ยอดขายอาจจะลดลงเล็กน้อย แต่ในส่วนของกำไรนั้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน  

          โดย ผลดำเนินงานไตรมาส 1/2563 มีกำไรสุทธิ 159.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4% รายได้จาการขาย 1,285.4 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดขายจากต่างประเทศลดลงจากผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว และสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ยอดขายในประเทศฟื้นตัว หลังปรับกลยุทธทำกิจกรรมทางการตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 14.8 ล้านบาท จากการปรับแผนธุรกิจในอินโดนีเซียให้กระจายสินค้าดีขึ้น และประสบความสำเร็จการออกสินค้าใหม่

          ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ ยังคาดว่าจะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1 เนื่องจากการออกสินค้าใหม่ PH PLUS 8.5 น้ำดื่มอัลคาไลน์ผสมวิตามินบีรวม มีมาร์จิ้นสูงกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น นอกจากนี้ ยังทยอยออกสินค้ารสชาติใหม่รองรับฤดูร้อน และเครื่องดื่มชาเขียวกลุ่มพรีเมี่ยม ชาเขียวชิซึโอกะ ยังสร้างยอดขายได้ดี ทำให้ในช่วงเดือนเมษายนดีกว่าภาพรวมของตลาด ซึ่งยังติดลบ

          สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศอินโดนีเซียในไตรมาส 2/2563 คาดว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากมาตรการล็อคดาวน์ของทางการ เนื่องจากขายสินค้าระดับพรีเมี่ยม ยอดขายในช่วงเมษายนยังเติบโต นอกจากนี้ ในไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ เตรียมหาผู้จัดจำหน่าย (Distributor) รายใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดในเวียดนามกับเมียนมา รวมถึง ผลักดันสินค้าใหม่ PH PLUS 8.5 เพื่อเพิ่มยอดขายเพิ่มเติมในลาว กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องโครงสร้างราคา







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh