Special Interview

| 25 พฤษภาคม 2560

ASIAN เปิดสตอรี่ใหม่ ปั้นธุรกิจทะลุหมื่นลบ.หลังออเดอร์ทะลัก

นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN

 

ASIAN” เปิดสตอรี่ใหม่ ปั้นธุรกิจทะลุหมื่นลบ. หลังออเดอร์อาหารสัตว์ทะลัก

          บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด หรือ ASIAN สุดยอดหุ้นเทิร์นอะราวด์อีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามอง หากย้อนไปกว่า 20 ปีที่ ASIAN เข้ามาโลดแล่นในตลาดทุน เริ่มต้นจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง หวังสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งปีนี้เข้าสู่ปีที่ 23 เป็นอีกปีที่ท้าทาย เชื่อว่าหลายคนคงรอการกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจ ASIAN ว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ แต่สัญญาณบวกที่ชัดเจนตั้งแต่ Q1/60 สร้างผลงานไว้ได้เป็นอย่างดี แถมอุตสาหกรรมกุ้งเริ่มฟื้นตัวและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงออเดอร์ทะลัก จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนหลายคนจะเริ่มหันมาจับตามอง ASIAN กันมากขึ้นในตอนนี้ “สมศักดิ์  อมรรัตนชัยกุล” แม่ทัพใหญ่ เร่งเดินหน้าต่อ ตอกย้ำความมั่นใจรายได้ทั้งปีทะลุ 1 หมื่นลบ. ตามเป้าที่วางไว้

 

*** รู้จัก ASIAN

          กลุ่มบริษัทเอเชี่ยน เป็นกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจผลิตอาหารจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วโลกมานานกว่า 40 ปี เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจของครอบครัว ประกอบกิจการค้าส่งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลให้กับภัตตาคารและห้องเย็นต่างๆ จากนั้น เห็นโอกาสในธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง จึงเข้ามาระดมทุนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีพ.ศ. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 361 ล้านบาท โดยมีตระกูลอมรรัตนชัยกุลเป็นถือหุ้นใหญ่

           ในปี 2555 เกิดวิกฤต EMS หรือโรคกุ้งตายด่วน บริษัทต้องเจอกับอุปสรรคครั้งสำคัญประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา เงินบาทแข็งค่า ทำให้ ASIAN ประสบกับภาวะขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ในปี 2556 – 2557 ขาดทุน -198.70 ล้านบาท และ -129.35 ล้านบาท นับเป็นโจทย์ใหญ่ที่เราต้องหาทางออกโดยเร่งด่วน ด้วยกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมถึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขยายการผลิตไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณบวกของ ASIAN ที่กลับมาอีกครั้ง โดยพลิกเป็นกำไรในปี 2558 – 2559 อยู่ที่ 182.63 ล้านบาท และ 154.64 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนในไตรมาส 1/2560 กำไรพุ่งสูงอยู่ที่ 105.81 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

*** ขับเคลื่อนบริษัทฯ ด้วย 5 กลุ่มธุรกิจ

          ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทเอเชี่ยนมีบริษัทย่อยและโรงงานผลิต 5 แห่ง แยกตามกลุ่มธุรกิจได้แก่ กลุ่มที่ 1 ธุรกิจผลิตภัณฑ์แช่เยือกแข็ง มีโรงงานผลิต 3 แห่ง ประกอบด้วย บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (สำนักงานคลองเตย) เน้นผลิตผลิตภัณฑ์กลุ่มชุปแป้ง หรือเทมปุระ ส่งออกไปจำหน่ายให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่น บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู๊ด (สำนักงานใหญ่) ตั้งอยู่ในจ.สมุทรสาคร ผลิตกุ้งแปรรูปแช่เยือกแข็งและกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน และบจก.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (สุราษฎร์ธานี) ผลิตผลิตภัณฑ์จำพวกหมึก และการที่ตั้งอยู่ในใจกลางแหล่งฟาร์มเลี้ยงกุ้งในภาคใต้ทำให้เราสามารถนำกุ้งเป็นๆ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานแบบดิบ(ซาซิมิ)ได้ด้วย กลุ่มที่ 2 คือ ธุรกิจทูน่า ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในจ.สมุทรสาคร ผลิตผลิตภัณฑ์จากทูน่าทั้งแบบบรรจุกระป๋องและถุง pouch กลุ่มที่ 3 คือ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ไลน์การผลิตของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ตั้งอยู่ที่เดียวกับโรงงานผลิตทูน่าในจ.สมุทรสาคร โดยมีผลิตภัณฑ์ทั้งบรรจุกระป๋อง บรรจุถุง pouch และบรรจุถ้วยพลาสติก  เน้นผลิตภัณฑ์แบบพรีเมี่ยม รวมถึงไลน์ผลิตใหม่จำพวกอาหารทานเล่นของสัตว์เลี้ยงที่กำลังเป็นที่นิยม กลุ่มที่ 4 คือ ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ ตั้งอยู่ในจ.เพชรบุรี ผลิตอาหารสัตว์น้ำสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปลา และกลุ่มที่ 5 คือ ธุรกิจจัดจำหน่าย นำเข้าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปลาและส่งให้กับผู้ประกอบกิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีกแบบสมัยใหม่ ตลอดจนธุรกิจเครือข่ายร้านอาหารในประเทศไทยโดยใช้ประโยชน์จากห้องเย็นที่มีอยู่ทั้งที่คลองเตยและสมุทรสาครในการใช้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า

 

*** ผลงานกำไรไตรมาส Q1/60 สวย

          สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก มียอดขาย 2,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 493 ล้านบาท หรือ 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายเพียง 1,989 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิที่ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95 ล้านบาท หรือ 880% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายอาหารสัตว์และอาหารสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นการทำสถิติกำไรรายไตรมาส 1 ซึ่งปกติแล้วจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจสูงที่สุดในรอบ 8 ปี

 

*** ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1 หมื่น ลบ.

          ก็นับเป็นเรื่องที่ท้าทายของ ASIAN แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากกับเป้าหมายรายได้ปีนี้ ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท หรือโตราว 15% จากปีก่อนที่มียอดขาย 9,206 ล้านบาท โดยมี 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำสำหรับตลาดภายในประเทศ และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็ง โดยเฉพาะกุ้งและปลาหมึกสำหรับตลาดส่งออก และเราเองก็พยายามลดสัดส่วนการผลิตภัณฑ์สินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ และหันมาผลิตสินค้าในกลุ่มเพิ่มมูลค่าที่มีอัตรากำไรสูงทดแทน

 

*** ไร้ความกังวลในอุตสาหกรรมกุ้ง และคู่แข่ง

          อุตสาหกรรมกุ้งยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากได้รับผลกระทบจากโรค EMS ในกุ้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ผลผลิตกุ้งของประเทศมีอัตราเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 3 แสนตันต่อปี และคาดว่าปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่ประเทศผู้ผลิตที่เป็นคู่แข่งของบริษัทฯ กำลังประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ เป็นปัจจัยที่หนุนราคาและส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในช่วงต่อจากนี้ ผมคาดว่าน่าจะเป็นปัจจัยบวกทั้งจากธุรกิจกุ้งแช่แข็งและอาหารกุ้งของเราที่จะเข้ามาสนับสนุนรายได้ของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

 

*** แผนการลงทุนของบริษัทฯ

          จากแนวโน้มที่ดีของธุรกิจ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2560 บริษัทฯ จึงมีนโยบายลงทุน 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ได้ลงทุนขยายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบบรรจุถ้วยพลาสติก ที่โรงงานใน จ.สมุทรสาครเพิ่มจำนวน 1 ไลน์ มูลค่าการลงทุน 45-50 ล้านบาท ทำให้หลังเพิ่มไลน์การผลิตแล้วเราจะมีไลน์การผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จำนวนทั้งสิ้น 4 ไลน์ด้วยกัน ซึ่งคาดว่ากระบวนการต่างๆ จะแล้วเสร็จปลายไตรมาส 3/60

 

*** สภาพคล่องสูง

          ปัจจุบัน ASIAN มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง กระแสเงินสดอยู่ในระดับที่ดี และมีแผนปรับลดสัดส่วนหนี้ระยะสั้นให้ลดลงและเพิ่มสัดส่วนหนี้ระยะยาวมากขึ้น โดยมีแผนจะออกหุ้นกู้ราว 500 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนหนี้ระยะสั้น ปัจจุบันมีสัดส่วนหนี้ระยะยาว 58% และหนี้ระยะยาวในสัดส่วน 31% ที่เหลืออีก 11% เป็นหุ้นกู้ 

 

***ตั้งเป้าในปี 63 รายได้แตะ1.5 หมื่นลบ.

          เรามีแผนในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2563 จะสามารถสร้างรายได้แตะระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นแตะระดับที่ 10-12% จากปี 2560 คาดมีรายได้ 1.05 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.5% ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเราสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิต แต่อาศัยวิธีการปรับกลยุทธ์ด้วยการเน้นขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม มาร์จิ้นสูง ลดสัดส่วนการขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงทางด้านราคา และวัฏจักรผลิตภัณฑ์

 

*** ทิ้งท้ายถึงนักลงทุน

          ผมอยากให้นักลงทุนมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวธุรกิจ เรายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการเริ่มกลับมาฟื้นตัวของอุตสากรรมอาหารแช่แข็งและอาหารสัตว์ และตลาดส่งออกที่เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น และทางผู้บริหารเองไม่ได้หยุดที่จะพัฒนาศักยภาพและมองหาช่องทางการทำธุรกิจ เพื่อความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาวสืบไป.

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh