Special Interview

AOT ลุยเทอร์มินัล2 - ปีนี้เคลื่อนสู่ Digital Platform

AOT ลุยเทอร์มินัล2 - ปีนี้เคลื่อนสู่ Digital Platform

      บอร์ด บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีมติอนุมัติให้เดินหน้าโครงการเทอร์มินัลที่ 2 มูลค่าโครงการ 4.2 หมื่นลบ.เมื่อวันที่ 20 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ขั้นตอนหลังจากนี้ AOT จะนำเรื่องเสนอสภาพัฒน์ ก่อนที่ท้ายสุดจะถูกส่งต่อไปยัง ครม. เพื่อขออนุมัติ  
    “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ได้สัมภาษณ์ ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  AOT ถึงประโยชน์และความจำเป็นของเทอร์ มินัลที่ 2 โครงการอื่นๆ รวมถึงทิศทางการเติบโตของบริษัท และในช่วงของการก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาล จะมีผลต่อการทำธุรกิจและแผนงานต่างๆ ของ AOT หรือไม่ อย่างไร 

***เทอร์มินัลที่ 2 จำเป็นเร่งด่วน - ยังคงมาสเตอร์แพลนเดิม
     การประชุมบอร์ด AOT เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมาคณะกรรมการมี มติอนุมัติ ให้เดินหน้าเทอร์มินัล 2 และขั้นตอนจากนี้จะนำเรื่องส่งต่อเสนอสภาพัฒน์ ก่อนที่ท้ายสุดจะถูกส่งต่อไปยัง ครม.เพื่อขออนุมัติ 
    ดร.นิตินัย เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการ “เทอร์มินัลที่ 2” ที่ได้มาปรากฎในมาสเตอร์แพลนฉบับปัจจุบันว่า ทอท. นั้นมีมาสเตอร์แพลนมาก่อนแล้วจนถึงฉบับนี้จำนวน 5 ฉบับ แต่ละฉบับจนถึงฉบับนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ แนวทางในการสร้างสนามบินที่เริ่มจากทางทิศเหนือคือเทอร์มินัลที่ 1  ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แล้วจะค่อยๆ ขุดอุโมงค์ให้รถไฟ APM (Automated People Mover) วิ่งไปเทอร์มินัลถัดไปเรียกว่า  Satellite เทอร์มินัล ทุกวันนี้กำลังสร้างอยู่คือเฟส 2 ลึกไปทางใต้ และถัดจากนี้ก็จะขุดอุโมงค์ลึกเข้าไปเป็น Satellite ที่ 2 และถัดจากนี้ก็ขุดอุโมงค์อีกก็เป็น South เทอร์มินัล เพราะฉะนั้นตัวตึกจะค่อยๆ ไล่สร้างจากทางทิศเหนือไปทางทิศใต้ 
    “แต่สิ่งที่ผมกำลังจะย้ำคือ ไล่สร้างแบบเป็นอนุกรม  Satellite 1 ยังไม่ขึ้น กระโดดไป Satellite 2 ไม่ได้ เพราะรถไฟใต้ดินมันยังไม่ไป  Satellite 2 ยังไม่ขึ้น กระโดดไป South เทอร์มินัลยังไม่ได้ เพราะรถไฟยังไม่เชื่อมจากเหนือไปทางใต้ หลายคนบอกว่าก็กระโดดไปสร้างตรง South เทอร์มินัลก่อนเลยสิ เรื่องอะไรต้องรอรถไฟมันเชื่อม ลองนึกภาพดูว่า ถ้าคนเกาหลีมาที่ South เทอร์มินัลจะต่อเครื่องไปมิวนิก (Munich) เค้าต้องทำผ่าน ตม. เข้าไทย เพื่อที่จะนั่งรถจากลาดกระบัง อ้อมมา North เทอร์มินัลแล้วผ่าน ตม.ออกจากไทย...ไม่ใช่ ใช่ไหมครับ ดังนั้น เราต้องการที่ 2 เทอร์มินัลอยู่ในเขต AIRSIDE (เขตการบิน) คนมาลงตรงนี้ แล้วต่อเครื่องไปตรงนี้ ไม่ต้องผ่านไป ตม.เข้า-ออก นี่คือตรรกะของมาสเตอร์แพลนเดิม ที่ต้องมี ที่เค้าจะค่อยๆ สร้างจากเหนือไปใต้”  

     แต่ความจำเป็นที่ต้องมีโครงการเทอร์มินัลที่ 2 เกิดขึ้น คือ จำนวนผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบัน “โตทะลักไปแล้ว” ผู้โดยสารปีงบประมาณที่แล้ว 64 ล้านคน แต่ศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารแค่ 45 ล้านคน ทำให้เกิดการ over capacity สนามบินจึงแออัด ดังนั้น การรอให้สร้างอนุกรมจากเหนือไปกลางไป Satellite 1 ไป Satellite 2 ไปทางใต้จึงไม่ทัน ทาง AOT จึงขอสร้างเทอร์มินัลที่ 2 โดยเปิดหน้างานใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้โดยสารที่สนามบินได้ 
     “ผู้ใช้งานสนามบินเค้าก็หนักใจ เพราะทราบกันอยู่ว่าไปสุวรรณภูมิแออัด ตอนนี้ 64 ล้านคนใช้อยู่ Satellite ที่ 1 เปิดก็จะได้อีก 60 ล้านคน แต่กว่าจะเปิดก็ไป 75  ล้านคน พอทำ Satellite ที่ 2 เสร็จ ก็ได้ 90 ล้านคน แต่กว่า Satellite ที่ 2 จะเสร็จก็ 100 ล้านคนแล้ว สรุปเราไล่ตามปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเรายังสร้างเป็นแบบอนุกรมอยู่ ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม ในมาสเตอร์แพลนฉบับปัจจุบัน ถึงจะต้องมีเปิดหน้างานมาอีกที่หนึ่ง..เพื่อบรรเทาความแออัดก่อนที่อนุกรมจากเหนือไปใต้จะเสร็จ”  
 
***มั่นใจได้ผู้ชนะประมูลดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ ก่อนเดือน ก.ย.นี้ 
     การประชุมบอร์ดวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา บอร์ด AOT ยังได้อนุมัติเห็นชอบคัดเลือกผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (Duty Free) ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ที่ต้องจับตา คือ การประกาศ TOR 
     ดร.นิตินัย มั่นใจว่า จะได้ผู้ชนะประมูลก่อนเดือน ก.ย.ปีนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาวางแผนธุรกิจล่วงหน้า 1 ปี ก่อนที่ ทอท.จะหมดสัญญากับกลุ่มคิง เพาเวอร์ ในวันที่ 27 ก.ย.63
     "โดยกลไกของธุรกิจต้องได้ผู้ประกอบการก่อน 1 ปี เพราะว่าเค้าจะได้ไปสั่งสต๊อกของพวกกระเป๋าแบรนด์เนม สั่งน้ำหอม อะไรต่างๆ แฟชั่นฤดูหนาว แฟชั่นฤดูร้อน เค้าจะต้องไปสั่งสต๊อกแฟชั่นในแต่ละฤดูก่อน 1 ปี นั่นหมายความว่า ทอท. ก็จะเป็นจะต้องได้ผู้ประมูลก่อนสิ้นเดือนกันยายน"  
      ทั้งนี้ กว่าที่จะได้ร่าง TOR ฉบับสมบูรณ์นั้นที่ผ่านมาทาง AOT ได้รับฟังข้อมูล คำแนะนำ และประเด็นทักท้วงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกๆ ฝ่าย เมื่อรับฟังแล้วก็นำมาทบทวน ปรับปรุงแก้ไข เพื่อทำให้ TOR สมบูรณ์ที่สุด
      “ที่ผ่านมามันก็มี comment มากมาย เช่น ต้องเป็น catagory มั๊ย หรือผลตอบแทนของ ทอท.ควรได้ 40% มั๊ย เราก็ต้องไปดูว่าเขาทำกันยังไง...หรือมันเกิดจาก Eror ของ Study อะไรบางอย่าง..เพราะก่อนจะคลอด TOR มันต้องถูกกลั่นกรองมาโดยตอบทุกคำถาม”    
 

 *** คาดจะเข้าบริหาร 4 สนามบินปีหน้า 
        แผนการรับโอน 4 สนามบินใหม่ จากกรมท่าอากาศยานมาบริหารเอง ได้แก่สนามบินอุดรธานี สนามบินสกลนคร สนามบินตาก และสนามบินชุมพร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กำลังจะเสนอกลับเข้าไปที่ ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติ  และมั่นใจว่าจะทันในรัฐบาลชุดนี้ และกระบวนการโอนทรัพย์สินก็น่าจะเสร็จประมาณต้นปีงบประมาณ63 หรือในไตรมาสที่ 3 ของปี 62 และได้เข้าไปบริหารในไตรมาส 4 ของปี62
       “หลังจากรับ 4 สนามบินมาบริหารเองแล้ว สิ่งแรกที่จะทำคือ ลงทุน Hub ที่อุดรให้สูงก่อนแล้วโอน Traffic จากที่กรุงเทพบางส่วน Direct ไปที่อุดรเลย กรุงเทพก็จะมีสล็อตที่ฟรี อุดรก็จะได้ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge:PSC) แบบอินเตอร์ และสเต็บแรกนี้เป็นการเพิ่มรายได้ก้าวกระโดดในระดับหนึ่งเลย คือ หนึ่งอุดร ก็จะได้รายได้จากการที่บินตรง กรุงเทพก็จะได้รายได้จากการที่สล็อตเพิ่มขึ้นนี่คือเฟส 1 ซึ่งจะเห็นตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป” 
       หลังจากนั้น พอมีเครื่องไปลง ก็จะขยายรันเวย์ ขยายตึก ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกประมาณสัก 3 ปีเศษๆ ค่อยๆ เริ่มขยายไปเป็นเฟสๆ แต่ว่า การรับสนามบินมันมีทั้งมีเดียมเทอมและช็อตเทอม ช็อตเทอมคือการแมเนจดีมานด์ โอนตรง ซึ่งจะทำให้รายได้กระโดด 1 ระดับ  ในปีนั้นๆ เลย และอีก 3 ปีก็จะค่อยๆ ขึ้นอีกตามการขยายตัวของกายภาพ  

***คาดยอดผู้โดยสารปีนี้โต 7-8%  
         ผลประกอบการของ AOT ในอดีตที่ผ่านมา กำไรทำนิวไฮทุกปี โดยปีล่าสุดมีรายได้ 62,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 25,000 ล้านบาท และยอดผู้โดยสารโต 7-8%  ซึ่งปีนี้ ดร.นิตินัย คาดว่ายอดผู้โดยสารจะโตใกล้เคียงกับปีก่อน คือโตราว 7-8% ส่วนรายได้และกำไรคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉียดเลข 2 หลัก อย่างไรก็ตาม มองว่าทั้งรายได้และกำไรจะโตอย่างก้าวกระโดดในปี63 ทั้งจากการเข้าบริหาร 4 สนามบิน การรุกธุรกิจขนส่งสินค้า (cargo) และการนำ Digital Platform มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้โดยสารในสนามบิน    
        ทั้งนี้แม้ว่าปัจจุบันยอดผู้โดยสารจะโต 3.4-4% แต่ยอดที่โตจะเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศค่อนข้างมากซึ่งหมายความว่ารายได้จะคูณ 7 เนื่องจากผู้โดยสารระหว่างประเทศมีค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge:PSC) หัวละ  700  บาท ซึ่งคิดเป็น 7 เท่าของค่าธรรมเนียมผู้โดยสารในประเทศที่หัวละ 100 บาท
 ส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนแม้ว่าจะยังไม่ฟื้น 100% แต่ก็ได้ถูกเติมเต็มด้วยนักท่องเที่ยวชาติอื่นแล้วโดยเฉพาะรัสเซียกับอินเดีย 
       ดังนั้น ธุรกิจหลักในฝั่งของการขนคนยังโตตามปกติ ซึ่งยังไม่เกี่ยวกับสิ่งที่จะทำเพิ่มในปีนี้ คือการลีนองค์กรให้มีแต่กล้ามเนื้อ รวมถึงการรุกธุรกิจขนส่งสินค้า (cargo) การรับสนามบินเข้ามาบริหารเพิ่มและการนำ Digital Platform มาใช้ กำไรก็จะไปก้าวกระโดดในปีถัดไป 
      "กำไรปีนี้มันก็ยังไปได้เนิบๆ ของมัน คำว่าเนิบๆ คือ บวก 3-4-5%  มันก็เร็คคอร์ดไฮแล้ว แต่จะค่อนข้างมีอะไรเยอะๆ คือปีหน้านะครับ ปี63 เรากำลังผลักดันเรื่องของ certify hub พอพูดถึง AOT ไม่มีใครนึกถึง cargo เลย คิดถึงแต่ผู้โดยสาร สนามบินนี่ขนของกับขนคน ที่พูดทั้งหมดนี้พูดแต่เรื่องคน ต่อไปนี้ เราจะทำเรื่องขนของอีกกล่องนึง"

       ทอท.ได้รับความไว้วางใจจากสหภาพยุโรป สำหรับของที่แพ็คจากสุวรรณภูมิแล้วเมื่อไปถึงยุโรปพวกสินค้าการเกษตรจะไม่ถูกแกะกล่องอีก  เขาเชื่อใจว่าตรวจที่เมืองไทยแล้วได้มาตรฐาน ซึ่งการที่สนามบินสุวรรณภูมิมีศูนย์รับรองคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Certified Hub ) เสมือนว่ามี “ตรายางวิเศษ” การันตีสินค้าที่ส่งออกไปยุโรป โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบซ้ำอีก ดังนั้น Reject rate จึงเท่ากับศูนย์ ซึ่ง AOT จะทำ Certified Hub ผ่านบริษัทย่อย โดยจะจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นในเดือนเมษายนนี้
       ดังนั้น ปี63 จะเห็น ทอท.รุกหนักธุรกิจขนส่งสินค้าอย่างชัดเจน ซึ่ง ทอท.เพิ่งเข้าไปบริหาร cargo ปลายปี 2559 และต่อมาปี 2560-2561 สามารถดันอันดับขึ้นเป็นที่ 14 ของโลก และเชื่อว่าปีหน้าเป็นต้นไปอันดับน่าจะดีขึ้นเหลือเลขหลักเดียว และน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทได้อีกมาก  
     
***ปูทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม-ทรานส์ฟอร์มชัดเจนปี 63 
         ดร.นิตินัย กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ ทอท.นั่นคือ การลีนตัวเองให้เหลือแต่กล้ามเนื้อ และนำเทคโนโลยีมาบูร ณาการ ซึ่งตอนนี้บริษัทกำลังทำ “Digital Platform” เพื่อบริหารจัดการเรื่องขนคนและขนของ 
      คำว่า “Platform” คือ ชานชาลา หรือการลงทุนในระบบไอทีในสนามบิน จากนั้นทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณต่างๆ ให้สามารถคุยภาษาเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบสานพาน สถานที่จอดรถ เป็นต้น ขณะที่ “Product” เทียบได้กับรถบัส ซึ่งรถบัสจะค่อยๆ มาเสียบตามชานชาลา  
     “ระบบสายพาน เป็นหลักพันล้านบาท  ลงทุนในโรงรถ ลงทุนบีคอนเป็นโลเคชั่น ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราลงทุนอยู่ในสนามบินแล้วทั้งนั้น เพียงแต่เซ็นเซอร์แต่ละตัวไม่เคยคุยกัน...ดังนั้น เราก็นำมาบูรณาการ ในเชิงการบริหารจัดการ  และต่อไปนี้ทุกอย่างจะอยู่ในมือถือคือขึ้นไปสู่โลกเสมือนจริง เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ด้วยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน”

     ดร.นิตินัย กล่าวต่อว่า คำถามหลักๆ ที่ต่างชาติกังวลและสอบถามคือการเจริญเติบโตของ ทอท.จะต่อเนื่องไปตลอดไหม ซึ่งตนเองได้อธิบายไปว่าหาก ทอท.ไม่ “ทรานส์ฟอร์ม” ตัวเอง ไม่มีทางที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำสะพานใหม่ คือ ทำ cargo ทำ Platform ปรับปรุงการให้บริการ ปรับปรุง Mindset ของพนักงาน เพราะ ทอท.ขายการให้บริการ  หากไม่ทำในปีนี้ ปี63 ก็จะรอดได้ยาก 
       “ผมเปรียบเหมือนกับ เราอยู่ฝั่งนี้แล้วไปอีกฝั่งนึง แล้วมีสะพานข้าม เรามีตอม่อสะพาน อย่างเรื่องธุรกิจ cargo ผมต่อตอม่อขึ้นมาใหม่แล้ว เราจะทำบริษัทย่อย Certified Hub เราจะทำ Digital Platform  มันจะเหมือนกับเป็นสะพานชั้น 2 พอเสร็จแล้วผมก็จะระเบิดสะพานชั้น 1 ทิ้ง การระเบิดทิ้งนี้ คือ จากคนเกษียณบ้าง จากคนที่ไม่ค่อยทำงานแบบเต่าล้านปี หรือ ช้า อะไรบ้าง เราก็จะ relocate งานเขาไปในจุดที่เหมาะสม ในบางส่วน”     
       ทำให้ปัจจุบันได้คอยย้ำเตือนพนักงานให้ตระหนักอยู่เสมอว่า ทอท.จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในปีนี้ หลังได้สร้างสะพานชั้นที่ 2 เสร็จเกือบหมดแล้ว เช่น การทำ Certified Hub  ซึ่งไม่ใช่ง่ายที่จะได้รับการยอมรับจากยุโรป ขณะที่รูปแบบการทำงานที่ล้าสมัยจะถูกยกเลิก เพื่อมาใช้สะพานใหม่ที่สร้างขึ้น  เช่น การทำ KM (Knowledge Management) การทำ content ให้เซ็กซี่ในการสื่อกับเด็กยุคใหม่ และเชื่อว่าปี63 จะใช้ถนนใหม่โดยสิ้นเชิง 

*** ทำงานได้กับทุกรัฐบาล-วางระบบไว้หมดแล้ว
        ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ทอท.คือ กระทรวงการคลังถือในสัดส่วน 70% ดังนั้น หากหลังการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนผ่านเป็นรัฐบาลชุดใหม่ บริษัทกังวลว่าจะมีผลต่อนโยบายต่างๆ ในการทำธุรกิจบ้างหรือไม่ อย่างไร 
        ในเรื่องนี้ ดร.นิตินัย ตอบว่าการทำ Digital Platform คือ การสร้างสะพานใหม่ไว้ให้เดิน เปรียบได้กับการนำไม้ไผ่จิ้มลงไปในทะเลสักพักก็จะมีหอยแมลงภู่มาเกาะ หรือการนำหินใส่ลงไปในทะเลสักพักจะมีหอยนางรมมาเกาะ แต่สิ่งที่กำลังทำตอนนี้ ทอท.ไม่ได้ทำหอยแมลงภู่ ไม่ได้ทำหอยนางรม แต่กำลังทำฟาร์มไม้ไผ่ ฟาร์มหิน ซึ่งเปรียบเสมือนแพลตฟอร์ม ปูทางไว้ให้คน ทอท.ในรุ่นถัดๆ ไปเข้ามาสานต่อได้ ลูกหลาน ทอท.ก็จะเก็บหอยแมลงภู่ เก็บหอยนางรมกิน ส่วน Product คืออะไร หลังปี64 ก็จะเห็น แต่เชื่อว่าจะเป็นการโตแบบก้าวกระโดดของ ทอท.
        “ต่อให้ผมไม่อยู่ หรือต่อให้รัฐบาลใหม่มา ไม้ไผ่มันได้จิ้มลงทะเลแล้ว โครงสร้างมันเตรียมพร้อมแล้ว แล้วก็ระเบิดสะพานชั้นล่างทิ้ง คุณก็ต้องวิ่งบนสะพานชั้นบนเท่านั้น มันไม่เหลือเปเปอร์เวิร์คให้เดิน มันเหลือแต่มือถือที่ท่านจะต้องเปิดดู...ผมถึงบอกว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนไม่ว่าผู้บริหารชุดไหน ถ้าแพลตฟอร์มพวกนี้มันเสร็จ ผมก็ไม่ห่วง เพราะสะพานข้างล่างมันไม่เหลือไว้ให้เดินแล้ว" 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh