Special Interview

“ซัคเซสมอร์ฯ” MLM สัญชาติไทยปั้นแบรนด์สู่ “มหาชน”

“ซัคเซสมอร์ฯ” MLM สัญชาติไทยปั้นแบรนด์สู่ “มหาชน”


 Brief :


    *บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เป็นบริษัทน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET/Commerce) 


    *ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ในลักษณะเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ MLM) มีสาขากว่า 23 สาขา


    *นับว่าเป็นผู้ประกอบประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าในลักษณะ MLM รายแรกที่เข้าตลาดหุ้น โดยรายได้ล่าสุด งวด Q1/63  มาจากช่องทาง MLM สัดส่วน 85.6%     


    *ฐานสมาชิกกว่า 180,000 ราย ทั้งในไทยและต่างประเทศ มีตัวแทนจำหน่ายใน 6 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์  

 

บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก้าวย่างครั้งสำคัญกับการเป็นบริษัทมหาชน  และนับได้ว่า  SCM เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเครือข่ายขายตรงรายแรก ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 
 

ความท้าทายครั้งใหม่ นอกจากการให้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับสมาชิก อันเป็นกำลังสำคัญในการสร้างยอดขายให้กับบริษัทแล้ว SCM ยังต้องบริหารความพึงพอใจของผู้ถือหุ้น ในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนอีกด้วย 


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยจะพาไปพูดคุยกับ “นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCM กับความท้าทายครั้งใหม่นี้  

 

***จากเด็กยากจน ที่ไม่หยุดพัฒนาตน จนเกิดซัคเซส
 

“ซัคเซสมอร์ฯ” ความหมายก็คือ "สำเร็จมากกว่าเดิม" นั่นก็คือเราเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมีความเชื่อว่า ชีวิตเขาชนะได้ แล้วก็สำเร็จได้ 
 

“ผมเป็นนักสู้ผู้พิชิต จากการที่เราเป็นเด็กยากจน แล้วก็ต่อสู้มาหลายสิบปี จนมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็เป็นแบรนด์ซัคเซสมอร์ ก็เป็นอนุพันธ์ของนักต่อสู้ของเรานี่แหละ แตกออกไป อนุพันธ์แตกออกไป แล้วทำให้ผู้คนได้รับพลัง แล้วพร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต” 

“นพกฤษฏิ์” เริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของชื่อบริษัท และวัฒนธรรมของที่นี่ซึ่งสะท้อนความเป็นตัวตนของเขาในฐานะ “นักสู้ชีวิต” 

ค่านิยมทุกอย่าง ที่เราทำให้คนอื่นเห็นมันจะชัดเจนในเรื่องของ 1.มุ่งเน้นความสำเร็จ 2.เป็นคนที่เรียนรู้พัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง 3.เป็นคนที่เรียกว่ามีจิตใจแบ่งปัน บริการผู้คน แล้วก็แบ่งปัน  4.เป็นเรื่องของการที่เราสามารถทำงานเป็นทีมได้ และ 5.เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์แล้วก็ให้เกียรติผู้คน 
 

“นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCM 

 

***ธุรกิจเครือข่ายขายตรงสัญชาติไทย อายุ 8 ปี 

“นพกฤษฏิ์” เล่าว่า SCM ดำเนินกิจการมาเข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว โดยก่อตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนรัก 1 คนตั้งแต่สมัยอนุบาลคือ “นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์” ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร ส่วนตนเองนั้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 
  


“นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์” อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร SCM 

 

SCM ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค ผลิตภัณฑ์หลักคืออาหารเสริมสุขภาพ มีตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้แก่ เมียน มา เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว สิงคโปร์และมาเลเซีย  โดยใช้ระบบจัดจำหน่ายด้วยการสร้างเครือข่ายสมาชิก หรือภาษาที่คุ้นเคยกันคือ Network Marketing  

นอกจากการจำหน่ายผ่านนักธุรกิจเครือข่ายแล้วในรูปแบบ Network Marketing  แล้ว ยังมีอีก 2 ช่องทางที่สร้างรายได้คือ 1.ธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายและรับจัดงานสัมมนา และ 2.ธุรกิจโรงงานผลิตสินค้า แต่ช่องทางหลักในการสร้างรายได้ยังคงมาจากช่องทางแรกคือ “การจำหน่ายผ่านนักธุรกิจเครือข่าย”    
 

***มีสินค้า  6 กลุ่ม-อาหารเสริมสุขภาพเป็นเรือธง 

 

ซัคเซสมอร์ฯ มีสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จัดจำหน่าย 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร     2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง    3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว    4. กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าใช้ในครัวเรือน    5. กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และ    6. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 

 

“ตอนนี้พระเอก คือกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ เพราะตอนนี้เทรนด์ของการดูแลสุขภาพมันมาต่อเนื่อง เทรนด์ของโลกคนเริ่มพูดถึง wellness, well-being รวมถึงการก้าวเข้าสู่ Aging Society หรือสังคมสูงวัย สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับสินค้ากลุ่มเสริมสุขภาพ ส่วนสินค้าพระรองคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร”  

 

“ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนึงที่ขายดีมากเป็นเรื่องดีท็อกลำไส้ ทำให้ห่างไกลโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ อีกอันคือน้ำผลไม้รวม 100 กว่าชนิดดื่มเข้าไปแล้วช่วยฟื้นฟูเซลล์ระดับ DNA รวมถึงโปรตีนเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายก็ขายดี”

 

***มาร์เก็ตแชร์ราว 1% ติดท็อป 10 ยอดขายสูงสุด

 

มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจเครือข่ายขายตรงต่อปี 70,000 กว่าล้านบาท เติบโตปีหนึ่งๆ ประมาณ 3-5% ซึ่งบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต้นๆ หรือประมาณ 1% กว่าๆ ซึ่งผู้เล่นรายหลักมีอยู่ประมาณ 10 บริษัทและ SCM ติดอยู่ในท็อป  10 ของธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่มียอดขายสูงสุดในประเทศ

 

ข้อมูลจากในไฟลิ่งของ SCM เผยว่า ในประเทศไทยมีจำนวนนักธุรกิจและสมาชิกทั้งที่มีสถานะเคลื่อนไหว (Active) และไม่เคลื่อนไหว (Non-active) จำนวนประมาณ 11.10 ล้านคน โดยมีบริษัทที่เป็นสมาชิกกับสมาคมขายตรงไทยรวม 34 บริษัท 

 

“มูลค่าอีกหลายหมื่นล้านบาทที่ไม่ได้อยู่ในท็อป 10 นี้ ยังพร้อมที่จะสลับกันไปมาอยู่ อยู่ที่ว่าใครจะได้ส่วนแบ่งนั้นมา ซึ่งผมมั่นใจว่า เมื่อเราเป็นบริษัทมหาชนแล้วและเรากำลังจะลิสต์ในในตลาดหุ้น แบรนด์นี้มันก็จะแข็งแรงขึ้น ทำให้คนที่ชอบทรงของความมั่นคง ความโปร่งใส ความชัดเจน ก็จะเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา เป็นโอกาสนึงที่จะทำให้เรา สามารถได้มาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้น”

 
*** มองไกลในตลาด AEC ขุมทรัพย์ที่ SCM เล็งกอบโกย 

 

ซีอีโอ มองว่าตลาดที่น่าสนใจมากคือตลาด AEC เพราะมูลค่าตลาดหลายแสนล้านบาท หากสามารถขยายตลาดเข้าไปได้จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้มหาศาล  ซึ่งปัจจุบัน SCM ขยายไปได้แล้วใน 6 ประเทศ 

 

“นพกฤษฏิ์” มั่นใจว่า SCM มีชื่อเสียงแบรนด์เป็นที่ยอมรับใน 6 ประเทศนี้ เพราะมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในแต่ละประเทศ ซึ่งโดยปกติแล้วการขยายไปแต่ละประเทศ จะต้องมีคนในประเทศนั้นๆ เสนอตัวเข้ามาไม่ใช่บริษัทไปติดต่อเอง และเขาย้ำว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของ SCM คือ“ระบบการพัฒนาคน” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าตัวแทนจำหน่ายใน AEC มาก      

“SCM มีเสน่ห์ในกลุ่มของตลาด AEC มาก แล้วก็ positioning ของเรามันวางไว้พอดี ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ไม่ได้สูงเกิน แล้วก็ไม่ได้ล่างเกิน นี่เป็นโอกาสมหาศาลเมื่อขยายใหญ่แล้วกลุ่มนี้มี margin ที่ดีด้วย นี่เป็นเสน่ห์ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดในอีกไม่นาน”  

 

*** จุดเด่น 5 เรื่อง ระบบการพัฒนาคน-แบรนด์นิยมใน AEC  


 
“นพกฤษฏิ์” กล่าวต่อว่า จุดเด่นของบริษัทฯ มีอยู่ 5 ด้าน (1) มีฐานสมาชิก 180,000 ราย ซึ่งมีสถานะ Active พร้อมที่จะซื้อ ขาย และขยายธุรกิจไปกับบริษัท (2) มีโรงงานเป็นของตัวเอง  ซึ่งจะเริ่ม Operate แบบเต็มที่ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ทำให้การดูแลส่วนของ  value chain  สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

(3) มีระบบการพัฒนาคนที่ดี ที่นี่มีสถาบันพัฒนาผู้นำที่เรียกว่า  Successmore Leadership  Academy หรือ SLA เพราะคนจะสำเร็จ mindset ต้องได้ skill set  ต้องได้ และภาวะผู้นำต้องได้ด้วย ถ้าภาวะผู้นำไม่ได้ ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนได้  (4) เป็นที่นิยมในตลาด AEC ดัชนีชี้วัดจากการมีตัวแทนใน 6 ประเทศ ซึ่งไม่ใช่การที่บริษัทเข้าไปทำเอง แต่มันเริ่มจากการที่มีตัวแทนจากแต่ละประเทศติดต่อมาเพื่อให้เราพิจารณา  

(5) วัฒนธรรมองค์กรแบบพาร์ทเนอร์ชิพ หมายถึงว่า สมาชิกมีความเป็นหุ้นส่วน ผูกพันกับเราสูงมากเราพูดคุยเรื่อง mindset เรื่องทีมเวิร์คด้วยกันตลอดเวลา และพอเป็นบริษัท มหาชน เขามีโอกาสเข้ามาถือหุ้นด้วยบางส่วนมันก็จะเป็นแต้มต่อ ที่ทำให้เขาเหมือนเป็นพาร์ทเนอร์ชิพทั้งทางธุรกิจ และพาร์ทเนอร์ชิพในเรื่องหุ้นส่วนธุรกิจด้วย 

 
***ผลประกอบการที่ผ่านมา ยอดขายระดับ 1 พันลบ.ต่อปี 

 

รายได้ถ้าเราพูดย้อนหลังไป 2 ปี เมื่อปี 61 รายได้อยู่ที่ 1,300 กว่าล้านบาท พอปี 62 อยู่ที่ 1,050 กว่าล้านบาท มันก็ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็ลดลงจากในส่วนของประเทศพม่าที่รัฐบาลขอหยุดการทำธุรกรรมธุรกิจขายตรงชั่วคราว เพราะต้องร่างกฎหมายขายตรงก่อน ซึ่งตอนนี้กฎหมายใกล้คลอดออกมาเต็มที่แล้ว ก็เป็นข่าวดีที่ จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้  

 

ส่วนของกำไรสุทธิเมื่อปี 61 อยู่ที่ 70 กว่าล้านบาท แล้วก็ปี 62 อยู่ที่ 59 ล้านบาท ลดลงตามยอดขาย แต่ว่าในปีนี้สัญญาณเริ่มดีขึ้น หลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 มายอดขายในเดือนล่าสุด เริ่มแซงเดือนเดียวกันปีก่อนแล้ว  

“เมื่อก่อน SCM ถือว่าเป็นเจ้าพ่อทางด้านออฟไลน์ เราจัดประชุม สอนคน ถือว่าเป็นวิชาเอก ของเรา พอโควิด-19 เกิดขึ้นบีบบังคับให้เราจำเป็นต้องไปพัฒนาเรื่องดิจิทัล เรื่องออนไลน์ สุดท้ายทำให้เราเก่งออนไลน์มากขึ้น มีเครื่องมือในการทะลุทะลวงตลาด ตอนนี้เลยเหมือนกับว่า มี 2 อาวุธที่ใกล้จะสูสีกันมาก ทั้งออฟไลน์และออนไลน์”  

 
***แผนการใช้เงินไอพีโอ ปรับปรุงและขยายสาขา-ทุ่ม R&D

 

เราเพิ่มทุน 25% คิดเป็น 150 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.50 บาท ก้อนแรกที่จะใช้ เป็นเรื่องของการปรับปรุงสาขา แล้วก็เพิ่มสาขาในบางจุดยุทธศาสตร์ ในจังหวัดหัวเมืองสำคัญ อันนี้คือการใช้เงินวัตถุประสงค์ที่ 1 วัตถุประสงค์ที่ 2 จะทุ่มในเรื่องของ R&D เพื่อที่จะเข้าถึงสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ในการดูแลสุขภาพของผู้คนแบบชนิดที่ เข้าถึงระดับ อวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ตับ  ส่วนที่ 3 การทำดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น  และวัตถุประสงค์ที่  4 เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเตรียมสินค้าไว้ขยายธุรกิจ  

 

“ตอนนี้ก็ Balance ด้วยกันนะ อย่างการขยายสาขาก็ต้องขยายแบบสมดุล เรื่องของค่าใช้จ่ายกับโอกาสทางธุรกิจ แต่ในส่วนที่เป็นการใช้เพื่อเป็นอาวุธในการแข่งขันหลักๆ จะใช้อยู่ในช่วงของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพราะมันต้องทรานส์ฟอร์มทั้งเทคโนโลยี ทั้งระบบ แล้วก็ทรานส์ฟอร์มเรื่องคนด้วย  รวมถึงทรานส์ฟอร์มเรื่อง culture เพื่อให้ทุกอย่างมันไปด้วยกัน”   
 

***หนึ่งในโอกาสโตของธุรกิจ คือคนมองหารายได้ทางที่สอง

 

เมื่อถามถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ “นพกฤษฏิ์” กล่าวว่า คือเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ในแนวโน้มอนาคต นั่นคือ สังคมสูงวัย และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพ ประกอบกับคนเริ่มมามองหารายได้ทางที่สอง ซึ่งการตลาดแบบเครือข่ายของ SCM ก็ตอบโจทย์ที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ กับโอกาสที่ 3 ก็ตลาดธุรกิจเครือข่ายในประเทศ AEC มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่ง SCM ก็มุ่งขยายไปในจุดนั้น  

 

“โดยเฉพาะโอกาสที่ 3 โอกาสใน AEC ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา รวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนาม พวกนี้มันมีโอกาสของตลาดมหาศาลที่ support รายได้ของการส่งออกของ SCM รวมถึงการที่เขายอมรับแบรนด์ของเราพอดี ตรงนี้แหละที่ทำให้เป็นโอกาสที่ชัดเจน มากๆ” 

 

***แต่ความเสี่ยงก็อยู่ที่ “คน” เพราะต้องบริหารความหวังของคน

 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าธุรกิจเครือข่ายขายตรงเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับ “การบริหารความหวังของคน”เป็นหลัก  ความเสี่ยงจึงอยู่ที่คน ดังนั้น ทางแก้คือการบริหารความหวังของคนให้ไปในทางที่ถูก ซึ่งคนจะมี 3 กลุ่ม 1.นักขยายธุรกิจ ก็คือนักขยายเครือข่าย 2.นักขายสินค้า พอใจรายได้จากการขาย และ 3.ผู้บริโภค พอใจที่จะบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่าเงิน 

 

“กลุ่มนักขยาย” เขาตั้งความคาดหวังอย่างถูกต้อง รวมถึงบทบาทที่ตัวเองต้องทำ การตั้งเป้าหมาย แผนงาน และความสามารถที่ต้องไปทำแผนงานนั้น อุปสรรคที่ต้องเจอ รวมถึงการฟื้นฟูสภาวะจิตใจเพื่อเอาชนะอุปสรรค ต้องทำอะไรบ้าง แล้วมอนิเตอร์ให้เขาไปทำ โอกาสที่เขาจะผิดหวังแบบเข้าใจผิดจะน้อยลง ทำให้บริษัทสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มนี้ต่อไปได้ 

 

“กลุ่มนักขาย” เขาก็ขายสินค้า เพื่อทำกำไรจากการขายด้วยการบริการลูกค้าของเขา กลุ่มนี้การบริหารความหวังก็ต้องทำให้เขามีความรู้จักเข้าใจสินค้า แล้วก็วิธีพูดเพื่อไปแก้ปัญหาของลูกค้าได้ เขาก็จะสามารถรักษาความพึงพอใจ และประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า ก็ยังคงทำบทบาทนี้ต่อเนื่องได้ เขาก็จะสมหวัง 

 

“กลุ่มผู้บริโภค” กลุ่มนี้จะพอใจในเรื่องของการได้สินค้าที่มีประโยชน์ แล้วก็คุ้มค่าเงิน พร้อมกับการสื่อสารที่ถูกต้อง จากนักขายรวมถึงสื่อสารที่ถูกต้องจากบริษัทด้วย ถ้าเราดูแลรายละเอียดพวกนี้ได้ เราก็จะสามารถป้องกันความเสี่ยงได้

“ที่ผ่านมาเราก็ดูแลด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรการพัฒนาคน การสร้างรักความผูกพันต่อแบรนด์  SCM จนกระทั่งให้แต่ละคนโดยเฉพาะนักขยาย เขาเป็นตัวแทนแบรนด์ของ SCM เราก็เหมือนหนึ่งเดียวกัน ชีวิตเราต่างคนต่างดูแลซึ่งกันและกัน บริษัททำบางอย่างเพื่อดูแลคุณ คุณทำบางอย่างเพื่อดูแลบริษัท เป็นการให้และรับกลับไปพร้อมๆ กัน”  

 

***ยืนยันว่าแก่นของธุรกิจเครือข่ายนั้นดี แต่ “คน” ที่ทำให้เสีย  

 

ซีอีโอ อธิบายถึงแก่นของธุรกิจเครือข่ายว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สาเหตุที่ทำให้คนทั่วไปยังไม่ได้มองบวกต่อ MLM เนื่องจากมีคนที่ทำให้เสีย ซึ่งแก่นปรัชญาของ MLM ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้ ก็เพื่อทำให้ผู้คนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิต ในหมวกของการเป็นผู้ประกอบการที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง แล้วก็รับผิดชอบเฉพาะภาคการขยายคนเท่านั้น แต่เรื่องกระบวนการอื่นๆ องค์กรจัดการให้ ดังนั้น เราควรแยกแยะว่า "แก่นมันดี" แต่ภาคปฏิบัติจะดีหรอืไม่อยู่ที่ว่าใคร “ทำให้มันดีเหมือนเดิม” หรือใคร “ทำให้เสีย”    

 

พร้อมขยายความต่อว่า MLM เป็นเพียงช่องทางการจัดจำหน่าย เหมือนกับช่องทางขายปลีก ช่องทางขายส่ง ช่องทางขายออนไลน์ ซึ่งช่องทางขาย MLM ดีหรือไม่ดี อยู่ที่คน ผู้บริหาร อยู่ที่นโยบาย กลยุทธ์ ความเข้าใจ รวมถึงเจตนาที่ดี ค่านิยมที่ดี อย่าง SCM อยู่มาขึ้นปีที่ 8 ตลอดเวลา ก็เป็นองค์กรที่ทำทุกสิ่งด้วยความเข้าใจ แล้วก็เจตนาทำเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน 

 

“ถ้าทุกท่านเปิดใจนิดนึง แยกส่วนอย่างที่ผมว่า เรื่องช่องทางจัดจำหน่าย กับแก่นของความเป็นองค์กร ความสามารถขององค์กร สิ่งที่องค์กรปฏิบัติและยึดถือ จรรยาบรรณต่างๆ ที่ยึดถือ อย่างนี้แหละเราถึงจะตัดสินคนได้ นะครับ” 

 

*** ฝากถึงนักลงทุน เชื่อมั่นใน passion ที่ปั้นธุรกิจมากับมือ  

 

แน่นอนว่า ทุกวันนี้ เงินที่แต่ละท่านมีอยู่ ถือว่าเป็นทรัพย์สินสำคัญมากๆ ทุกท่านก็มีความพิถีพิถันในการที่จะเลือกลงทุนกับอะไร 

 

“ในส่วนของ SCM ผมสามารถให้ความเชื่อมั่นด้วยความคิด ความเชื่อและจิตวิญญาณ ที่เราสร้างบริษัทมา 8 ปี โดยที่เรามองเห็นโอกาสในการเติบโตจากตลาด AEC และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเมียนมากำลังจะอนุมัติกฎหมายขายตรงแล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก รวมถึงแนวโน้มของการดูแลสุขภาพของผู้คน จนไปถึงการดูแลเชิงป้องกันก่อนรักษา และการที่เราเข้าใจ ตกผลึกมามากพอ ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการคน บริหารจัดการสินค้า บริหารจัดการองค์กร บริหารจัดการช่องทางจัดจำหน่าย จึงมั่นใจว่า SCM เป็นบริษัทที่สามารถเลือกลงทุน พร้อมกับความสมหวังได้ นะครับ”  

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh