Special Interview

JUBILE เปิดสูตรเจียระไนธุรกิจเพชรกับ “อัญรัตน์ พรประกฤต”

JUBILE เปิดสูตรเจียระไนธุรกิจเพชรกับ “อัญรัตน์ พรประกฤต”

 

 

ยุคของดิจิทัลดิสรัปชั่นองค์กรต่างๆ ก็มักจะพูดถึง “นวัตกรรม” เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด ด้านกระบวนการทำงาน หรือผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรดี กว่าเดิม 

 

ในวงการเครื่องประดับเพชร ซึ่งมาพร้อมกับความรู้สึกหรูหรามีระดับ ก็ไม่ต่างจากวงการอื่น แม้คนภายนอกอาจจะมองว่าเรื่องของเพชร เป็นเรื่องของความสวยความงาม จะมาเกี่ยวข้องอะไรกับ “นวัตกรรม” และดูแล้วไม่น่าจะไปด้วยกันได้       

 

แต่ “ยูบิลลี่” ได้พิสูจน์มาแล้วว่า“ความคิดต่าง” ของผู้บริหารเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนั่นเอง ที่ทำให้บริษัทยืนหยัดมาได้จนทุกวันนี้ และ JUBILE ยังเป็นบริษัทเดียวในตลาดหุ้นที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายเพชรและอยู่คู่กับคนไทยมาแล้วถึง 91 ปี    

 

ทายาทรุ่นที่ 4 ของครอบครัว “อัญรัตน์ พรประกฤต” ซีอีโอ บมจ.ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) จะเปิดเบื้องหลังแนวคิดดีๆ ในการบริหารธุรกิจให้เราฟัง 

 

*** ปัจจัยความสำเร็จของยูบิลลี่คืออะไร 

 

“ยูบิลลี่” ดำเนินธุรกิจในไทยมาปีถึงวันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 91 และเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง จุดสำคัญที่ทำให้เติบโตคือคำว่า "นวัตกรรม" ซึ่งคำนี้ในความหมายของยูบิลลี่ ไม่ใช่การคิดอะไรที่ต้องล้ำมากๆ อย่างที่คนนึกถึงเวลาพูดเรื่องนวัตกรรม คือในวงการเครื่องจักร รถยนต์ แต่นวัตกรรมในความหมายของเรามันคือ “ความคิดต่าง" 

 

เริ่มต้นตั้งแต่การที่ยูบิลลี่ เป็นผู้บุกเบิกการขายเพชรผ่านเคาน์เตอร์ ในห้างสรรพสินค้า จากสมัยก่อนที่การขายเพชรจะเป็นรูปแบบของร้านเพชร ที่เจ้าของจะต้องมาขายเองในร้าน อย่างเช่น ย่านสะพานเหล็ก ย่านบ้านหม้อ ทำให้วันนี้เราจะเห็นสาขาของร้านเพชรในห้างสรรพสินค้า ปัจจุบัน ยูบิลลีมีสาขาทั้งสิ้นมากกว่า 130 สาขาทั่วประเทศ 

 

นอกจากการริเริ่มรูปแบบของเคาน์เตอร์เพชรในห้างแล้ว ยูบิลลี่ยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการซื้อขายเพชรในประเทศไทย นั่นคือซื้อเพชรต้องมีใบรับรองคุณภาพเพชร (certificate) ซึ่งย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อนลูกค้าไม่รู้จักกับใบเซอร์ แต่ยูบิลลี่ได้แนะนำและให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่ลูกค้า 

 

“เวลาซื้อเพชรจะต้องมี certificate และ certificate นี้ไม่ใช่ใบเซอร์อะไรก็ได้ แต่จะต้องเป็นใบเซอร์ ที่ออกโดยสถาบัน GIA และ HRD และหลายๆ คนเข้าใจผิด คือคิดว่าต้องเป็นเพชรเม็ดใหญ่ๆ เท่านั้นถึงจะมีใบเซอร์ แต่จริงๆ แล้วตามมาตรฐานโลก เพชรตั้งแต่ 30 สตางค์ขึ้นไปก็มีใบเซอร์แล้ว” 

 

นอกจากนี้ ในปี 2019 ที่ผ่านมาเป็นปีที่บริษัทฉลองครบรอบ 90 ปี เราก็อยากจะให้ลูกค้าที่มีงบประมาณไม่มาก แต่ก็สามารถเป็นเจ้าของเครื่องประดับเพชร ในมาตรฐานระดับโลกได้ เราจึงได้ไปเจรจากับแหล่งเจียระไน รวมถึงสถาบันเกรดคุณภาพเพชรที่ดีที่สุดในโลกอย่าง HRD ที่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อให้ออกใบเซอร์ให้กับเพชรที่น้ำหนัก เริ่มต้น 19 สตางค์ ลูกค้าก็สามารถได้รับใบเซอร์ระดับโลกได้แล้ว 

 

“ความคิดต่าง” อีกประการของยูบิลลี่คือ การตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่เมื่อ 11 ปีที่แล้ว และปัจจุบัน JUBILE ก็เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในตลาดหุ้นที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับเพชร   

 

“เราตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครเชื่อว่าธุรกิจเพชรจะเข้าตลาดหุ้น หรือสามารถที่จะดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสได้ แต่เราต้องการทำให้ลูกค้ามั่นใจในทุกๆ กระบวนการทำงาน ตั้งแต่แหล่งเจียระไน แหล่งวัตถุดิบ เราจึงเข้าตลาดซึ่งจะทำให้ลูกค้า สามารถตรวจสอบข้อมูลของยูบิลลี่ได้ทุกอย่าง แล้วก็มั่นใจในความเป็นบริษัทมหาชนของเรา” 

 

***มีกระบวนการทำงานอย่างไร ในการส่งต่อเพชรคุณภาพให้ลูกค้า 

เรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่เราไม่เคยย่อหย่อน ไม่ว่าจะเป็นระดับราคาสินค้า หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้าน เราจะใช้มาตรฐานเดียวกันในการทำงาน เราทำงานร่วมกับโรงงานญี่ปุ่น ซึ่งเขาจะมีความเชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องของความประณีต เรื่องของความละเอียดพิถีพิถัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นก็เป็นที่ยอมรับในเรื่องนี้แล้ว รวมถึงเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องประดับ ก็ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสร้างสรรค์เครื่องประดับทุกชิ้น 

 

ยูบิลลี่ ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับโลกที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม มานานนับสิบปี ซึ่งที่นี่เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น ก็จะมีการตรวจสอบตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบเพชร ตรวจสอบคุณภาพในการเจียระไนเพชร และถึงแม้ว่ามีการกำหนดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเมื่อกลับเข้ามาถึงประเทศไทย เราจะมีทีมพัฒนา ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ หรือทีม QC ก่อนที่จะส่งไปในช่องทางการจัดจำหน่าย

 

“ดังนั้น การเติบโตมาอย่างต่อเนื่องของบิลลี่ ก็คือความแตกต่าง ความคิดต่าง และก็นวัตกรรม แล้วก็ในช่วงแต่ละยุค แต่ละสมัยมันมีสภาพของตลาดที่ไม่เหมือนกัน อย่างทุกวันนี้เองก็จะเป็นเรื่องกระแสของดิจิทัลดิสรัปชั่น  ธุรกิจมันจะบริหารยากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้ายากขึ้น ซึ่งยูบิลลี่ก็นำเรื่องดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวในธุรกิจด้วย” 

 

***ธุรกิจที่มีความ Luxury กับเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลไปด้วยกันได้อย่างไร 

ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งใหม่มากๆ และหลายๆ คนก็จะงงว่าเราอยู่ในธุรกิจที่เป็นความสวยงาม เป็นธุรกิจที่มีความ Luxury แล้วเราเอาเรื่องของดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวกันได้ยังไง ต้องบอกว่าดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญมากๆ ในการที่จะขับเคลื่อนและบริหารงานของธุรกิจยูบิลลี่ อย่างการสร้างองค์กรภายใน ที่นี่ใช้ข้อมูลในการวางแผน ขับเคลื่อนกลยุทธ์ หรือเรื่องสินค้าเราก็นำเอไอเข้ามาอยู่ในสินค้า 

 

ยกตัวอย่าง ในปลายปี 2018 เราเปิดตัวคอลเลคชั่น "JUBILEE iMOMENT" JUBILEE iMOMENT ใช้เทคโนโลยี AI เป็นแอปพลิเคชันที่คุณสามารถที่จะบันทึกภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ ผ่านแหวนเพชรของยูบิลลี่ได้ เพียงแค่ใช้โทรศัพท์มือถือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน จากนั้นก็เปิดแอปพลิเคชันส่องเข้าไปในแหวนเพชร ก็จะมีภาพนิ่งและไฟล์วีดีโอของลูกค้าขึ้นบนหน้าจอมือถือเลย 

 

ดิจิทัล จึงเข้ามาเกี่ยวข้องในเครื่องประดับเพชร ซึ่งเพชรเป็นสิ่งที่มีมูลค่าทางใจของลูกค้า และเราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญ โดยเฉพาะช่วงของการหมั้นหรือแต่งงาน ดังนั้น แหวนหมั้นของเราก็จะสามารถบันทึกความทรงจำดีๆ และผ่านไปหลายๆ สิบปีก็ยังสามารถที่จะเรียกความทรงจำนั้นผ่านเข้ามาในชีวิตลูกค้าได้

 

***อันนี้คือในมุมของสินค้ากับเทคโนโลยี แล้วในด้านการทำธุรกิจ ช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบเราไหม แล้วมีวิธีการรับมืออย่างไร 

 

ต้องบอกว่าในปี 2019 ที่ผ่านมา สภาวะเศรษฐกิจก็ค่อนข้างที่จะทรงตัว แต่บริษัทก็ยังทำผลงานได้เป็นไปตามเป้าหมาย ต้องนับว่าเป็นปีหนึ่งที่ดีมากๆ สำหรับยูบิลลี่ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย หรือกำไรสุทธิ 

 

“ซึ่งมันเกิดมาจากการวางแผนโดยการใช้  Data เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน ทั้งการวางกลยุทธ์ การบริหารสินค้า และการบริหารจัดการลูกค้า  ดังนั้น ยิ่งเศรษฐกิจชะลอตัว ในการทำงาน เรายิ่งต้องลงในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูลนำมาประมวลผลและวางกลยุทธ์” 

 

การทำงานของทีม จะมีเรื่องในการประเมินความเสี่ยง อย่างเช่น พวกภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ ถ้าหากเกิดขึ้นเราจะปรับกลยุทธ์กันอย่างไร หรือค่าเงินบาทเราก็ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นต้น 

 

***ในมุมของนักลงทุน บางคนก็มองว่ากำไรก็ดี แต่ราคาหุ้นดูเหมือนยังไม่ค่อยสะท้อนผลประกอบการ คุณอัญมองประเด็นนี้อย่างไร 

 

“จริงๆ ต้องบอกว่าปัจจุบันนี้ P/E ต่ำกว่าตลาดอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ราคาหุ้นของเราน่าจะเรียกว่า ยังไม่ได้สะท้อนผลประกอบการ โดยเฉพาะผลประกอบการของปี2019 ที่ผ่านมานี้ เราดำเนินผลประกอบการได้ดีมาก เรามองว่าโอกาสในการที่จะเติบโตในส่วนของราคาหุ้นน่าจะยังมีอยู่ ถ้าดูจากผลประกอบการ แล้วก็การวางแผนในการทำงานอนาคตของเรา เราค่อนข้างที่จะลงในทุกๆ รายละเอียด แล้วก็มีการปรับแผนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้ได้เป้าหมาย” 

 

***ถ้าในมุมของหุ้น JUBILE คุณอัญมองว่าเป็นหุ้นแบบไหน

 

ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็ถือว่า JUBILE เป็นทั้งหุ้นเติบโต (Growth Stock) และหุ้นปันผล (Dividend Stock) เพราะว่านโยบายการจ่ายปันผลของเราคือไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิและจ่ายให้ปีละ 2 ครั้งต่อเนื่องมาไม่เคยขาด  

 

***ผู้ถือหุ้นของยูบิลลี่ จะเป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ รู้สึกอย่างไรบ้าง

 

จริงๆ แล้วน่าจะมีทั้ง 2 กลุ่มทั้งชายและหญิงแต่ว่าที่จะเจอพบปะกันบ่อยๆ ในงาน Oppday หรือว่าวันประชุมผู้ถือหุ้นก็จะเป็นสุภาพบุรุษเป็นส่วนใหญ่ หากย้อนกลับไป 10 กว่าปีที่แล้วที่ JUBILE เข้าตลาดใหม่ๆ ธุรกิจค้าปลีกที่เป็นเครื่องประดับผู้ชายเข้าใจยากมากตอนนั้นอธิบายเยอะมาก เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างธุรกิจแต่จากการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นักลงทุนเข้าใจ และนักลงทุนหลายท่านก็ยังอยู่กับเราจนถึงวันนี้  

 

“กลุ่มสุภาพบุรุษเริ่มเข้าใจแล้วว่า ธุรกิจเครื่องประดับเพชร มี Bisiness Model เป็นแบบนี้ แล้วการเติบโตจะเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างไร  และผู้ชายเป็นนักลงทุน เป็นผู้ถือหุ้น อย่างน้อยก็ต้องซื้อเครื่องประดับให้ภรรยา เขามีความเข้าใจแล้วว่า ถ้าจะเลือกซื้อเครื่องประดับที่มีคุณภาพ ที่ถูกต้อง ได้ราคาที่ดี และการันตีด้วย ควรที่จะเลือกซื้ออย่างไร” 

 

***ทิศทางของผลประกอบการปีนี้ รวมถึงตลาดของเครื่องประดับเพชรจะโตไปได้ขนาดไหน

 

ปกติจะเป็นคนที่ตั้งเป้าแบบอนุรักษ์นิยมอย่างปี 2019 ตั้งเป้าครึ่งปีแรกรายได้โตประมาณ 5-8% เพราะต้องการประเมินทิศทางเศรษฐกิจเป็นระยะ ผลก็คือเราทำผลประกอบการครึ่งปีแรกได้เกินเป้าหมาย เราจึงได้ปรับเป้าขึ้นมาเป็นโต 10% ซึ่งล่าสุดงบไตรมาส 3 ปี 2019 ก็ทำได้เกินคาดอีก เราจึงได้ปรับเป้ารอบที่ 2 มาเป็นโต 15% 

 

"ดังนั้น สำหรับครึ่งแรกของปี 2020 คาดว่ารายได้น่าจะโตประมาณ 8-10% และหลังจากนั้นขอดูผลประกอบการก่อนว่าเป็นไปในทิศทางไหน ซึ่งหากแนวโน้มเป็นเหมือนปี 2019 แน่นอนก็จะเห็นว่าเราได้ปรับเป้าขึ้นถึง 2 ครั้ง" 

 

ในขณะที่กำไรของบริษัทที่ผ่านมา จะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ มีสาเหตุจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ด้วยการวางแผนในการสั่งซื้ออย่างรอบคอบ และการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้มีอำนาจในการต่อรอง ประกอบกับการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A สามารถควบคุมได้ดีเนื่องจากเราใช้ Data ในการบริหารจัดการ ซึ่งก็จะส่งผลให้บรรทัดสุดท้าย หรือ Net Profit เติบโตขึ้น


 

***ปีนี้เราจะเน้นกลยุทธ์ใดระหว่างขยายสาขาใหม่ กับเพิ่มยอดขายสาขาเดิม

 

ทำทั้งสองแบบ เพราะเห็นตัวอย่างจากปีที่ผ่านมารวม 3 ไตรมาสรายได้เติบโต15% ซึ่ง 10% มาจาก Same Store Sales Growth (SSSG) อีก 5% มาจากการขยายสาขาใหม่ๆ ดังนั้น ปีนี้สัดส่วนก็น่าจะมีความใกล้เคียงกัน คือ หลักๆ มาจาก Same Store Sales ที่มีอยู่ 130 กว่าจุด ซึ่งปัจจุบันยัง ไม่ได้ใช้พื้นที่สาขาให้เกิดความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ 

 

“ดังนั้น เรามองว่ามันมีโอกาสในการที่สาขาเดิมที่เรามีอยู่แล้ว จะทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ปีนี้ก็มีแผนในการขยายสาขาเพิ่มด้วย ดังนั้นตัว Growth จะมาทั้งจาก Same Store Sales และการขยายสาขาใหม่” 

 

***โฟกัสฐานลูกค้ากลุ่มไหนเป็นพิเศษหรือไม่สำหรับปีนี้

 

ทำทุกกลุ่มเพราะยูบิลลี่เป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าหลาย ผลิตภัณฑ์มีหลายระดับราคา อย่างปีที่แล้วได้เปิดตัว Jubilee Line Friends Collection ทำให้ความกว้างของระดับราคาสินค้าขยายขึ้นไปอีกจากเดิมเริ่มต้นประมาณ 10,000 บาทต้นๆ ไปจนถึง 1 ชิ้นหลาย 10 ล้านบาท เปลี่ยนเป็นระดับราคาเริ่มต้นแค่ 2,900 บาทเท่านั้น  

 

***ฝากหลักคิดในการบริหารองค์กร

 

สิ่งที่สำคัญมากๆ ในการทำงานไม่ว่าเราจะทำงานอยู่ในระดับหรือตำแหน่งใดก็ตาม ก็คือ "ทัศนคติ" ในการทำงาน เราต้องมีทัศนคติที่สนุกกับการทำงาน และก็มีทัศนคติที่เป็นบวก มองทุกอย่างเป็นโอกาส 

 

การจะมีทัศนคติที่ดีได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องมีความเป็น Ownership ในงานที่เรา คำว่า Ownership ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นเจ้าของ ของแต่เรารู้สึกเป็นเจ้าของในส่วนของงานที่เราเกี่ยวข้อง เราจะรู้สึกสนุก และจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่งาน 

 

“มันไม่ได้เป็น Work Life Balance แล้ว แต่มันเป็น Work Life Integration หมายความว่าเรารู้สึกสนุกกับสิ่งที่เราทำ เรารู้สึกว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตโดยไม่ได้ไปคิดว่าเราต้องทำงานแค่นี้เท่านั้นนะ หากหลังเวลานี้เราจะไม่ทำงาน” 

 

"โอกาส" เป็นสิ่งที่สำคัญ ทุกๆ โอกาสที่เราได้มามันไม่ใช่ว่าเป็นโอกาสที่คนอื่นก็จะได้รับเหมือนกัน ดังนั้น ใครก็ตามอยู่ในภาคไหน หน่วยไหน สิ่งที่เราได้ทำถือว่ามันเป็นโอกาสที่เราได้รับและมันจะทำให้เราเติบโตและพัฒนา

 

"อัญว่าโลกทุกวันนี้ ถ้าเราหยุดคิด เราจะถอยหลังทันที เพราะโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ดังนั้นทุกๆ อย่างที่เรามีโอกาสได้ทำ อัญถือว่าเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้พัฒนา” 



Tags:

JUBILE




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh