สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 4 ตุลาคม 2561

ADVANC เปิดกลยุทธ์รักษาบัลลังก์เบอร์ 1

ADVANC เปิดกลยุทธ์รักษาบัลลังก์เบอร์ 1

 

            การประมูลคลื่น 1800 Mhz ผ่านพ้นไปเรียบร้อย เอไอเอส คว้าเพิ่มอีก 5 MHz ส่งผลให้มีคลื่น 1800 ในมือรวม 20 MHz ซึ่งในทางเทคนิคเรียกว่า “ซุปเปอร์บล็อก” หรือประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มสปีดเน็ตได้อีก 30%  

            สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสพูดคุยกับ “สมชัย เลิศสุทธิวงค์”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ “เอไอเอส”  (ADVANC) แบบคำต่อคำถึงมุมมองธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในฐานะเบอร์ 1 ในไทย และกลยุทธ์ในการรักษาบัลลังก์แชมป์    

*ได้คลื่น 1800 อีก 5 MHz จะดีต่อ เอไอเอส อย่างไร?

            เอไอเอส เป็นผู้นำทางด้าน Mobile Operator เรื่อง Mobile จะมีสภาพเร็ว แรงมากน้อยแค่ไหน  ขึ้นอยู่กับคลื่นความถี่ เหมือนถนน จริงๆ เอไอเอสมีคลื่นความถี่ที่มากพอ คือ

            คลื่น 900 จำนวน 10 MHz

            คลื่น 2001 จำนวน 30 MHz (เอไอเอส 15 MHz+พันธมิตรกับ TOT 15 MHz)

            คลื่น 1800  จำนวน 15 MHz

            ทั้งหมดจึงทำให้ เอไอเอส มีคลื่นความถี่ที่มากอยู่แล้ว

            รอบล่าสุดที่ประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz มาได้นั้นเพื่อจะนำมาใช้สำหรับ 4G อีก 5 MHz  ทำให้คลื่นความถี่ 1800 MHz ของเรามีรวมกันจากเดิม 15 MHz เป็น 20 MHz ซึ่งคลื่นความถี่ของ 1800  อีก 20 MHz เรียกว่า ซุปเปอร์บล็อก เป็นคลื่นความถี่ที่โดยเทคนิคแล้วเมื่อมีครบ 20 MHz จะทำให้เกิดการใช้งานคลื่น 1800 ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  “ทางเทคนิคเมื่อมีครบ 20MHz จะใช้คลื่น 1800 ได้เต็มประสิทธิภาพ”

            เมื่อคลื่นรวมกันทั้งหมดทำให้ 1.เราเป็นผู้ให้บริการ Mobile Operator ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศไทย 2. การที่เราได้ 1800 มารวมกันเป็น ซุปเปอร์บล็อก คือ 20 MHz ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้านเน็ตเวิร์คโดยเฉพาะ  4G ที่เราใช้คลื่น 1800 มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะ maximum ที่จะทำให้ speed ดีที่สุดอยู่ที่ 20 MHz อันนี้เป็น 2 ประการ ที่ทำให้เราได้เปรียบในการที่จะให้บริการลูกค้า

            อันที่ 3 ที่สำคัญมากกว่านั้นในเชิงเทคนิค พอเรามีถนนกว้างๆ มีคลื่นความถี่เยอะๆ ในระยะยาว การลงทุนจะลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการลงทุนอย่างมาก ยกตัวอย่าง เช่น เราสร้างบ้าน หากเรามีพื้นที่น้อยๆ เราสร้างตึกเล็กๆ ได้ แต่ถ้าเรามีพื้นที่เล็กๆ ต้องสร้างตึกสูงๆ เทคโนโลยีของการสร้างตึกสูงๆ มันจะแพงกว่าการสร้างตึกเล็กๆ เพราะฉะนั้น เราจะลดต้นทุนในการลงทุนเรื่องโครงข่ายเน็ตเวิร์คอีกในอนาคต คือ เราลงทุนในเรื่องของ capacity จำนวนมาก ในช่วง  2-3 ปีที่ผ่านมา ประมาณปีละ 35,000 ล้านบาท ถึง 40,000 ล้านบาท และมันยังต้องขยายต่อไปเรื่อยๆ แต่มาในช่วงหลังเราประมาณการว่า เราจะลงทุนในระดับประมาณ 25,000 ล้านบาท ก็ลดไปจำนวนมากพอสมควรจากเดิม  

*ผู้ใช้งาน 40 ล้านเลขหมาย จะได้ประโยชน์อะไร ?

            ในเชิงของบริษัท เรามีเหมือนกับอาวุธครบมือ มีประสิทธิภาพในการทำ แน่นอนสิ่งที่ทำอย่างนี้ มันส่งผลถึงกับผู้ใช้บริการของเรา ผู้ใช้บริการของเรา 4G ก็จะสามารถได้ speed ที่เร็วขึ้น จากเดิมเราเป็นผู้ให้บริการที่มี speed ที่เร็วแรงที่สุด แต่การที่ได้ 20 MHz ของ 1800 มันจะช่วยให้ลูกค้าที่ใช้บริการ 4G ของเรา และใช้สมาร์ตโฟนรุ่นโลว์เอนด์  เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้นอย่างน้อย 30%

            “เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วได้ถึง 30%”

            ความหมายคือ ปกติถ้าใครใช้มือถือไฮเอนด์จะไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่ถ้ามือถือโลว์เอนด์ เวลาอยู่ในคลื่นความถี่จำกัดน้อยๆ speed จะเร็วไม่เท่าที่ควรจะเร็ว แต่ตรงนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 30% ประโยชน์อยู่ที่ผู้ใช้บริการจริงๆ

 

*ความท้าทายของการเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม

            การเป็นเบอร์ 1 ไม่ยาก แต่การรักษาเป็นเบอร์ 1 นี่ยาก โดยเฉพาะเอไอเอส เองเป็นองค์กรเบอร์ 1 ตั้งแต่วันแรกมาถึงวันนี้ 28 ปี กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 29 เร็วๆ นี้ ซึ่งตรงนี้ทำให้เราต้องรักษาความเป็นเบอร์ 1 ตลอด ปัญหาก็คือว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การใช้งาน Data ใช้งานมากมาย อันที่ 2 ผู้บริโภคก็มีทางเลือกเยอะ คู่แข่งมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เราลงทุนทางเทคนิคได้ เค้าก็ลงทุนทางเทคนิคอีกได้เหมือนกัน ดังนั้น ความท้าทายก็คือว่า ทำอย่างไร เอไอเอส ซึ่งคงความเป็นเบอร์ 1 อยู่นี้ จะสามารถครองใจผู้ใช้บริการให้ยังเป็นเบอร์ 1 อยู่ตลอดเวลา

             “การเป็นเบอร์ 1 ไม่ยาก แต่การรักษาเบอร์ 1 ยากกว่า”

            หลักการ คือ สิ่งที่เราทำให้กับลูกค้ามี 3 แกน

            1.มุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและบริการต้องดีที่สุด ดังนั้น network quality ความเร็ว ความแรงต่างๆ เราต้องเหนือคู่แข่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องไปเอาคลื่นความถี่มาอยู่ในมือให้มากที่สุด     

            2.มุ่งเน้น service สินค้าและบริการของเรา นอกจากให้บริการลูกค้าใช้งานได้อย่างดีแล้ว เราต้องมีบริการหลังการขายที่ดี และลูกค้าของเราจะต้องได้รับบริการที่ดีอย่างเหนือความคาดหมาย

            3.เรื่องของ Privilege ที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง การกินดื่ม ฯลฯ ใครที่เป็นลูกค้า เอไอเอส โดยเฉพาะลูกค้า Serenade จะเห็นว่าเค้าติดอกติดใจเรามากเพราะเราจะดูแลไลฟ์สไตล์เค้าอย่างอื่นด้วย

 

*เกมการแข่งขันในช่วงที่เหลือของปี ?

            ต้องยอมรับว่าคนไทยเป็นคนที่โชคดีมากเพราะว่าในตลาดแม้จะมีคู่แข่งที่แข็งแรงอยู่ 3 รายก็ตามแต่เราก็แข่งขันกันอย่างรุนแรงโดยตลอดคนที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้บริโภค ซึ่งเราเองก็สนับสนุนในการแข่งขันกันอย่างเสรีอยู่แล้ว

            “วันนี้การแข่งขันก็ยังรุนแรง”

            วันนี้การแข่งขันก็ยังรุนแรง ไม่ใช่แค่รุนแรงในเชิงของการตลาดอย่างเดียว เพราะว่า เรื่องของการตลาดในปัจจุบันจะเห็นว่าลูกค้าเราได้ประโยชน์มาก มีการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางด้านค่าเครื่อง จะเห็นว่ามีการ subsidies handset ไปบางส่วน จาก Operator เยอะแยะมากมาย ค่าบริการ ค่าโทรศัพท์ก็ถูก ลูกค้าจากเดิมใช้อันลิมิเต็ดก็จะมีแพ็คเกจจำกัด และก็จะต้องซื้อเพิ่มวันนี้ก็จะมี อันลิมิเต็ด ที่จำกัด speed และไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้นี่ก็ถือว่าการแข่งขันยังรุนแรง

            “ค่าคลื่นความถี่ของไทย แพงเกือบที่สุดในโลก”

            สำคัญไปกว่านั้นก็คือว่าในบริบทบ้านเรา นอกจากการแข่งขันระหว่างเรากับคู่แข่งเราเองยังมีเรื่องของ regulation ค่าคลื่นความถี่ของบ้านเรา แพงเกือบที่สุดในโลก ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคในการขยายการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะเอไอเอส แต่เป็นของอุตสาหกรรมโทรคมโดยรวมในอนาคตด้วย ดังนั้น ก็อยากเรียกร้อง กสทช  ว่า ในการประมูลครั้งถัดไปขอให้ลดราคาลงมา

             

*กลยุทธ์ในการรักษา  EBITDA มาร์จิ้นที่ระดับ 45-47%  

            EBITDA มาร์จิ้น คือกำไรเบื้องต้นก่อนหักภาษี ก่อนหักค่าเสื่อมต่างๆ ก็ควรอยู่ในระดับที่จะทำให้เราสามารถลงทุนต่อได้อนาคต นี่คือเป้าหมายของเอไอเอส ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรักษาทั้งข้างบน (Top Line) และก็ต้องดูแลทั้งข้างล่าง (EBITDA มาร์จิ้น) ด้วย เพราะฉะนั้น Guidance ที่เราออกไปในตลาดว่า เราอยากรักษา EBITDA มาร์จิ้นให้ได้ 45-47% ก็เป็นเป้าที่ท้าทาย ทำได้ไม่ง่าย แต่ด้วยทีมงานของเรา มั่นใจว่าจะพยายามส่งผลงานนี้ออกไปให้ได้

            “จะแพ้หรือชนะในสนาม อยู่ที่ฐานลูกค้า”

            กลยุทธ์สำคัญก็คือว่า เราจะแพ้ชนะในสนาม หรือตลาดตรงนี้ อยู่ที่ลูกค้าจริงๆ เราต้องรักษาลูกค้าของเราให้ได้ ลูกค้าจะต้องรักเรา ชอบเราอยากใช้บริการของเรา ดังนั้น จะเห็นว่า เอไอเอสเอง เป็น Operator ที่ลูกค้า ไฮเอนด์ ลูกค้าคุณภาพจะอยู่กับเราเยอะ ด้วยเหตุผลทั้ง network quality ที่ดี Service ที่ exellent ต่างๆ มี Privilage ตอบโจทย์ที่สำคัญก็คือว่า ต้องหาสินค้าและบริการที่ตอบความต้องการใช้ของผู้ใช้บริการ และให้ผู้ใช้บริการอยู่กับเราให้มากที่สุดรายได้ก็จะมาเอง

      

*มองภาพธุรกิจสื่อสารในอีก 3 ปีอย่างไร ? 

            “ปี 2020 เชื่อว่าจะมีเทคโนโลยี  5G เกิดขึ้น”

            ในอีก 3 ปีข้างหน้าเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยในปลายปี 2020 เชื่อว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า 5G เกิดขึ้น วันนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจอันใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา อย่างวันนี้ทุก Operator ก็แข่งขันกันหาลูกค้าจากการใช้ Voice  คือการโทรศัพท์สื่อสาร การใช้ Data ก็คือการดูอินเทอร์เน็ต ในอนาคต 2 ตัวนี้ อาจจะลดน้อยถอยลง แต่จะมีรายได้ใหม่ จากดิจิทัลเซอร์วิส ต่างๆ เพิ่มเติมขึ้น เช่น การไปดูหนัง ฟังเพลง ก็จะมีค่า คอนเทนต์ต่างๆ การทำโมบายมันนี่ คือ เอามือถือหรือสมาร์ตโฟนไปทำธุรกรรมการเงิน

            “Operator จะมุ่งสู่ดิจิทัลเซอร์วิส”

            ดังนั้น อีก 3 ปีข้างหน้า ระบบของการให้บริการทางโทรคมนาคม จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของการให้บริการเรื่องของดิจิทัลเซอร์วิสทั้งสิ้น ทีนี้คงจะได้เห็นภาพชัดชัดเมื่อ 5G มา  

 

*โบรกฯ ประเมินราคาเฉลี่ย 224 บาท มองอย่างไร ? 

            ADVANC เป็นหุ้นพื้นฐานจริงๆ เราเองทำงานแบบมืออาชีพ professional มาก จะเห็นว่าเราจะ Guidance อะไรออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของ Revenue  การเติบโตของกำไร การประมาณการลงทุน เราจะแจ้งผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่เราแจ้งก็ไม่ค่อยผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่เราได้บอกตลาดไว้ล่วงหน้า

            “ปันผลต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 70%”

            ดังนั้น คนที่จะลงทุนกับเรา สามารถคำนวณหรือประมาณการได้ค่อนข้างชัดเจน ว่าจะเป็นอย่างไร ที่สำคัญก็คือว่า ADVANC เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลมาอย่างดี ตลอด เราเคยจ่าย 100% มา 10 กว่าปี ก่อนจะลดลงเหลือไม่ต่ำกว่า 70% เนื่องจากค่าประมูลแพงมาก เราก็เลย reserve เงินไว้สำหรับการเติบโตในอนาคต แต่วันนี้เราก็ยังจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 70%

            เพราะฉะนั้นจาก Forecast ที่วางไว้ จากเงินปันผลที่เราประมาณการ และก็มีนโยบายว่าจ่ายไม่ต่ำกว่า 70% เชื่อว่าผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเก่งๆ จะคำนวณได้ว่าราคาหุ้น ADVANC ควรจะเป็นเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh