Special Interview

CHG รพ.ดาวรุ่ง! ภาคตะวันออก ลูกค้าเงินสดเพิ่มดันมาร์จิ้นพุ่ง

CHG รพ.ดาวรุ่ง! ภาคตะวันออก ลูกค้าเงินสดเพิ่มดันมาร์จิ้นพุ่ง

          บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) หนึ่งในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นหมวดการแพทย์ (HEALTH) ที่มีขนาดสินทรัพย์อยู่ระดับกลางราว 5 พันล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับที่ 10 กำลังเดินหน้าขยายกิจการภายใต้คอนเซปต์ "The Star of the East”

          CHG มีโรงพยาบาล และคลินิกในกลุ่ม 14 แห่ง รวม 495 เตียง ปักหมุดอยู่ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ปีนี้คาดจะเพิ่มพื้นที่เตียงเป็น 670-672 เตียง ก่อนเพิ่มขึ้นแตะ 705 เตียงในอนาคต      

           รายได้บริษัทโตต่อเนื่องทุกปี อัตรากำไรสุทธิเริ่มฟื้นขึ้นอย่างโดดเด่นในไตรมาสแรกปีนี้ จึงน่าสนใจว่า CHG จะรักษาโมเมนตัมแบบนี้ได้ดีเพียงใด? ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง.. รวมถึงการที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างใช้กลยุทธ์เร่งโตด้วยการ “ควบรวมกิจการ”    

          นายแพทย์ กำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการ CHG ฉายอนาคตบริษัท  พร้อมกับความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า ถือหุ้นจุฬารัตน์แล้ว “ไม่ผิดหวัง” เพราะกลุ่มผู้บริหารไม่ทำอย่างอื่น นอกจาก ธุรกิจโรงพยาบาล

          *ตลาดให้มูลค่าหุ้น 2.60 บ.เหตุเข้าใจโครงสร้างธุรกิจชัด

          นายแพทย์ กำพล เล่าว่า ในช่วงที่เข้าตลาดใหม่ๆ เมื่อ 5 ปีก่อนนักวิเคราะห์และนักลงทุนเห็นภาพว่า จุฬารัตน์ เติบโตจากลูกค้ากลุ่มผู้ป่วยตามโครงการสวัสดิการภาครัฐคือประกันสังคม แต่ปัจจุบันนี้ ตรงกันข้ามเพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจาก ผู้ป่วยทั่วไปคือลูกค้าเงินสด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

          ดังนั้น การที่ตลาดให้มูลค่าเหมาะสม CHG เฉลี่ยปีนี้ที่ 2.60 บาท เขาจึงมองว่าน่าจะมาจากการเข้าใจภาพธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นว่ามาถูกทาง โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ที่มาจากลูกค้าทั่วไปกว่า 60% และอีกกว่า 30% เป็นรายได้จากลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ

          “2 ปีมานี้ภาพเปลี่ยนไป รายได้หลักเราคือ เงินสด ประกันชีวิต ต่างชาติ กราฟของเฮลต์แคร์ที่เกิดจากภาครัฐมันนิ่งตลอดเลย และกราฟของรายได้จากเงินสดมันเชิดหัวขึ้นเรื่อยๆ แล้ว Gap มันก็ห่างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมว่านักวิเคราะห์เค้ามองออก”  

          *มีจุดแข็งที่จับลูกค้ากลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง  

          นอกจาก โครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน CHG ยังมีจุดแข็งคือ เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมี่ยม ที่ไม่ได้เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะพรีเมี่ยม แต่ยังจับระดับกลางด้วย นี่คือจุดที่แตกต่างกับ โรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมี่ยมอื่นๆ  

          “จุฬารัตน์ รองรับลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงนี่คือข้อดี และคนไข้ระดับกลางมีปริมาณเยอะที่สุด ส่วนไฮเอนด์มีไม่เยอะแต่ตังค์เยอะ ”

          *คาดอัตรากำไรสุทธิทั้งปีใกล้เคียง Q1 ที่ 18%

          โครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไป หันมารับลูกค้าเงินสดมากขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ใน Q1/61 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 17.90% ดีที่สุดในรอบ 10 ไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 2/58 ที่ 18.35% ขณะที่ไตรมาสถัดๆ ไปและรวมทั้งปี นายแพทย์กำพล เชื่อว่าน่าจะรักษาโมเมนตัมไว้ได้ที่ระดับดังกล่าว   

          “ในไตรมาสที่ 2 ยังไม่ได้รายงานตลาดก็เป็นไปได้ว่าดีกว่าเดิม ส่วนไตรมาส 3 เป็นไฮซีซั่น ซึ่งรวมแล้วตลอดทั้งปีเราก็หวังว่า อยากให้มาร์จิ้นอยู่ใกล้ Q1”

           *หายห่วง รพ.เปิดใหม่ สร้างรายได้ชดเชยค่าเสื่อมแล้ว

          ประเด็นที่ตลาดมองว่าอาจจะกดดันกำไรในปีนี้ คือ การเปิดให้บริการโรงพยาบาลใหม่ จุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเพราะตามหลักการทางบัญชีเมื่อมีการเปิดใช้ก็จะต้องเริ่มตัดค่าเสื่อมในงบกำไรขาดทุนทันที

          นายแพทย์กำพล ชี้แจงว่า ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวล เนื่องจากโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ แม้เปิดใหม่ก็จริงแต่มีรายได้เข้ามาแล้ว เพราะเดิมเปิดให้บริการในรูปแบบคลีนิกมาก่อนจึงมีกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว และรายได้ที่เข้ามาในช่วงแรกของการเปิดโรงพยาบาลก็สามารถชดเชยกับการตัดค่าเสื่อมได้ เรียกว่าถึงจุดคุ้มทุนแล้ว  

          “ตึกใหม่ที่เปิดมาก็มีค่าเสื่อม ใช่ แต่ว่า..ผลกระทบไปดูแล้วน้อยมาก ที่จะมีผลต่อ อัตรากำไรสุทธิ ถึงมีผลก็นิดเดียวเพราะรายได้มัน cover อยู่แล้ว เนื่องจากจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ ได้เปิดคลินิกที่นั่นมาก่อนแล้ว 2 ปีกว่าจึงมีลูกค้ารู้จัก และตอนนี้ก็  Break even แล้ว ”

          เช่นเดียวกับ โรงพยาบาลรวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้ โรงพยาบาลนี้เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ กับทีมแพทย์ที่อยู่พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา แพทย์แต่ละคนจะมีคนไข้จำนวนหนึ่งแล้ว พอเปิดโรงพยาบาลจึงมีคนไข้ทันที

          “เรามองว่าหมอเหล่านี้เป็นหมอแม่เหล็ก เมื่อเขามาทำงานในโรงพยาบาลที่เขาเป็นเจ้าของเอง เขาก็สามารถที่จะเอาคนไข้เขาทั้งหมดมารักษาในโรงพยาบาลที่เปิดใหม่นี้ เราไม่ใช่เป็นคนไม่รู้จักใครเลยไปเปิด แบบนี้ลำบากแน่นอน”

          *ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15%

          CHG ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 15% มาอยู่ที่กว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่ นายแพทย์กำพล มองว่าค่อนข้างจะ conservative เนื่องจากปีนี้จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ จุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ จ.ปราจีนบุรี และอีกโรงหนึ่งที่กำลังจะเปิดในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ คือ โรงพยาบาลรวมแพทย์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทั้ง 2 โรงดังกล่าวรับเฉพาะลูกค้าเงินสดเท่านั้น

          *เมินกลยุทธ์ M&A ขอโตตามธรรมชาติ

          ในขณะที่หลายๆ โรงพยาบาลในตลาดหุ้น มุ่งเน้นที่จะขยายอาณาจักรอย่างรวดเร็ว จากการเข้าซื้อกิจการ แต่นั่นอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ใช่สำหรับ CHG ด้วยเหตุผลที่ว่าการไปซื้อบริษัทอื่น มีความยากในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ประกอบกับหากไปซื้อโรงพยาบาลที่เติบโตดีอยู่แล้ว โอกาสที่จะโตในระดับสูงๆ ต่อไปนั้นก็คงจะยากขึ้น เขาจึงมองว่าการสร้างโรงพยาบาลเองจะดีกว่า และจะต้องเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง

          “ในอดีตเราก็เคยไปซื้อกิจการคนอื่น แต่เป็นกิจการเล็กๆ ซึ่งเรามองว่า ไม่ใช่ เพราะการซื้อมา จะต้องไปเปลี่ยน culture องค์กรมันเปลี่ยนยาก สู้เราสร้างใหม่ดีกว่า แล้วอนาคตถ้าจะเปิดโรงพยาบาล จะเน้นโรงพยาบาลเฉพาะทาง เพราะเปิดโรงบาลทั่วไป ค่อนข้างจะลงทุนสูง”

          *EEC หนุนธุรกิจโรงพยาบาลในระยะยาว

           นายแพทย์กำพล กล่าวถึง โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของไทยว่า เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อธุกิจโรงพยาบาลที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในโซนดังกล่าว รวมถึง CHG ด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจจะคึกคัก ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะดีขึ้น มีคนมามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพต่างๆ เหล่านี้อาจจะยังไม่ได้ส่งผลบวกที่ชัดเจนในเชิงตัวเลขต่อผลประกอบการของCHG เนื่องจากโครงการ EEC เพิ่งเริ่มต้น ต้องดูในระยะยาว

          “EEC ส่งเสริมแน่นอนในเรื่องของการเจริญเติบโตของรายได้และกำไรให้กับโรงพยาบาล แต่คงยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นชัดเจนว่าจะมีโรงงงานมาตั้งใหม่พื้นที่นั้นสักเท่าไหร่ มีแต่โครงการที่เตรียมจะมาลงทุน”

          *ยืนยันปักหลักธุรกิจโรงพยาบาล - ลงทุนแล้วไม่ผิดหวัง

          นายแพทย์ กำพล ยังฝากไปยังนักลงทุนว่า หากใครที่ชื่นชอบในหุ้น CHG อยากให้ลงทุนกันยาวๆ เชื่อว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะว่าทีมบริหารของบริษัทปักหลักในธุรกิจโรงพยาบาลเป็นที่ 1 ไม่มีธุรกิจอื่น  

          “ถ้าไม่ใจร้อนก็ถือไว้นะครับ รับรองว่าถือหุ้นจุฬารัตน์ไม่ผิดหวัง เพราะว่ากลุ่มเราไม่ทำอย่างอื่น นอกจาก ทำธุรกิจโรงพยาบาล ดังนั้น เราโฟกัสอยู่ตรงนี้ กรรมการหลายคนก็เป็นหมอ ดังนั้น การที่หมอทำโรงพยาบาล แน่นอนที่สุดก็คือ เค้าต้องเอาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ดีมาใช้กับคนไข้ของเขา ให้คนไข้บอกต่อว่ามาใช้บริการแล้วได้รับบริการที่ปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ และไว้วางใจ อันนี้คือสำคัญที่สุด”

 

 







 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh