กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เจาะลึกผลกระทบ TFRS 9 … พร้อมแค่ไหน เช็คกันอีกที (1) โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เจาะลึกผลกระทบ TFRS 9 … พร้อมแค่ไหน เช็คกันอีกที (1)

 โดย สินสิริ ทังสมบัติ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และ ชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท PwC ประเทศไทย

    หลังจากมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน (TFRS 9) ได้เลื่อนการบังคับใช้เป็นวันที่ 1 มกราคม 2563 ทำให้หลายบริษัทมีเวลากลับไปเตรียมความพร้อมด้านระบบ บุคลากร และสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจของตัวเอง หรือ แทบจะยังไม่ทราบว่า บริษัทของตนเองนั้นได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานรายงานทางการเงินครั้งนี้อย่างไรบ้าง

    สิ่งที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียจำเป็นต้องทราบ คือ สาระสำคัญของ TFRS 9 ที่จะส่งผลกระทบกับรายงานทางการเงินของบริษัท แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักได้แก่ 1) การจัดประเภทและการวัดมูลค่าของเครื่องมือทางการเงิน 2) อนุพันธ์ทางการเงิน อนุพันธ์แฝง และ การบัญชีสำหรับการป้องกันความเสี่ยงที่จะช่วยการลดความผันผวนของงบกำไรขาดทุน สืบเนื่องจากการใช้ตราสารอนุพันธ์ในการบริหารความเสี่ยง และ 3) การรับรู้การด้อยค่าด้วยวิธีการใหม่ ซึ่งบริษัทต้องคำนวณการด้อยค่าจากข้อมูลทางสถิติในอดีต ร่วมกับการพิจารณาปัจจัยของสภาพเศรษฐกิจในอนาคต 
    สำหรับส่วนแรก เรื่อง การจัดประเภทและการวัดมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินนั้น ค่อนข้างมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการพิจารณาจัดประเภทของตราสารที่ถือครองในฐานะผู้ลงทุน หรือ ตราสารที่บริษัทอยู่ในฐานะผู้ออกเพื่อเป็นแหล่งที่มาของเงินทุน ซึ่งบริษัทต้องพิจารณาว่า ตามหลักการบัญชีแล้ว ตราสารนั้นเป็นเครื่องมือทางการเงินประเภทตราสารหนี้หรือตราสารทุน 
    อย่างไรก็ดี การจัดประเภทตราสารที่ถือครองหรือออกบางประเภทตามหลัก TFRS 9, TAS 32 อาจมีความแตกต่างกับการพิจารณาตามหลักการของกฎหมายและภาษี เช่น กรณีที่บริษัทตัดสินใจจัดหาเงินทุน โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนไถ่ถอนคืนเมื่อเลิกกิจการ (Perpetual Bond) ซึ่งเป็นตราสารหนี้ทางกฎหมายที่ไม่มีวันหมดอายุ และมีการจ่ายดอกเบี้ยตามสัญญา ซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บางบริษัทจัดประเภทเป็นตราสารทุน
    แต่ตามมาตรฐาน TFRS 9 และ TAS 32 ระบุหลักการพิจารณาอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ Perpetual Bond บางรุ่นอาจถูกจัดประเภทใหม่จากตราสารทุนเป็นตราสารหนี้ หรือบางรุ่นอาจจัดประเภทเป็นตราสารทุนดังเดิม ประเด็นนี้อาจส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนทางการเงินต่างๆ รวมถึง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) และอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest coverage ratio) เนื่องจากตราสารแต่ละประเภทนั้น มีรูปแบบการวัดมูลค่าหนี้สินในรายงานทางการเงินที่แตกต่างกัน 
    นอกจากนี้ ในกรณีที่บริษัทมีการลงทุนในตราสารทุน (หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ) และจัดประเภทเงินลงทุนดังกล่าว เป็นเงินลงทุนประเภทเผื่อขาย ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมในแต่ละงวดบัญชีจะถูกปรับเข้าในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ซึ่งจะไม่ถูกนำมาคำนวณกำไรต่อหุ้น (Earnings per share) ดังนั้น ในกรณีที่มูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่นั้นขาดทุน บริษัทก็สามารถถือครองไว้โดยผลขาดทุนไม่มีผลกระทบต่องบกำไรขาดทุน หรือ กำไรต่อหุ้น แต่ถ้าสมมติว่า ราคาหุ้นขึ้น บริษัทตัดสินใจขายทำกำไร ผลกำไรจากการขายนั้นก็จะรับรู้ในงบกำไรขาดทุน และจะสะท้อนให้เห็นในกำไรต่อหุ้น แต่มาตรฐานรายงานทางการเงิน TFRS 9 มีการปรับเปลี่ยนจัดประเภทเงินลงทุนในตราสารทุน กลุ่มประเภทเผื่อขายใหม่ โดยแสดงมูลค่ายุติธรรมของหุ้นที่ถือครองผ่านงบกำไรขาดทุน ซึ่งผลกำไรหรือขาดทุนจากการแสดงมูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นงวดบัญชี หรือผลกำไรหรือขาดทุนจากการจำหน่ายหุ้นดังกล่าว จะสะท้อนในงบกำไรขาดทุนเสมอ ซึ่งนั่นจะทำให้งบกำไรขาดทุนหรือ กำไรต่อหุ้น อาจมีความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินลงทุนในหุ้น
    อย่างไรก็ดี บริษัทมีทางเลือกในการจัดประเภทการลงทุนในหุ้น เป็นมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ที่แม้กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นงวดบัญชี จะรับรู้ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นเหมือนการจัดประเภทเป็นเงินลงทุนเผื่อขายในปัจจุบัน แต่ข้อแตกต่างคือ หากมีการจำหน่ายเงินลงทุนในหุ้นดังกล่าวเมื่อไหร่ กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจะไม่สะท้อนในงบกำไรขาดทุน หรือกำไรต่อหุ้น แต่จะรับรู้เข้ากำไรสะสมในส่วนของเจ้าของโดยตรง
    ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน การจัดประเภทและการวัดมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินใหม่ อาจทำให้ผลการดำเนินงานมีความผันผวนมากขึ้น รวมไปถึงระบบงาน ฐานข้อมูล ต้องมีการปรับปรุง และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเรื่องนี้ 

    อย่างไรก็ดี หากบริษัทศึกษามาตรฐาน TFRS 9 แล้วและเห็นว่า จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนการจัดประเภทเครื่องมือทางการเงินเสียใหม่ บริษัทก็ควรมีแผนงานในการสื่อสารต่อผู้ถือหุ้น ผู้ถือตราสาร และสถาบันการเงินก่อนมาตรฐานการบัญชีมีผลบังคับใช้ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก และเพิ่มความรู้ความเข้าใจงบการเงินที่จะเปลี่ยนแปลงไปภายหลังจากที่มาตรฐาน TFRS 9 มีผลบังคับใช้ 
    สำหรับคราวหน้า เรามาติดตามกันว่า ผลกระทบของเนื้อหาในส่วน อนุพันธ์ทางการเงิน อนุพันธ์แฝง และ การบัญชีสำหรับการป้องกันความเสี่ยงนั้นมีอะไรบ้าง และบริษัทควรเตรียมมือรับอย่างไรดี

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh