กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เสริมฐานธุรกิจครอบครัวให้มั่นคงด้วย ‘Family Office’ โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เสริมฐานธุรกิจครอบครัวให้มั่นคงด้วย ‘Family Office’

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

    สำหรับใครที่อ่านบทความของผมครั้งที่แล้ว คงเข้าใจมากขึ้นถึงการขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัวให้เติบโตด้วยการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นเจ้าของและการบริหารธุรกิจ แต่ความสมดุลนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดการจัดการระบบและแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจน รวมถึงทีมงานที่ต้องมีความเข้าใจธุรกิจครอบครัวด้วย 

    ดังนั้น ครั้งนี้ ผมจึงอยากพูดถึง หน่วยงานที่เรียกว่า ‘Family Office’ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา เพื่อดูแลความมั่งคั่งของครอบครัว ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ การวางแผนส่งมอบธุรกิจให้แก่ผู้สืบทอด และความยั่งยืนของกิจการ แม้ว่าธุรกิจครอบครัวในไทยส่วนใหญ่ จะยังไม่คุ้นเคยกับ Family Office มากนัก 

    แต่ Family Office ถือว่ามีความสำคัญมากในช่วงภาวะวิกฤต เพราะจากบทความ Family offices are taking stock after COVID-191 โดย PwC ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงสถานการณ์ที่มีความท้าทาย 

    ไม่ว่าจะเป็น การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือ หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบข้อบังคับ และความไม่แน่นอนทางการเมือง Family Office จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะทำการทบทวนการดำเนินงาน และเป้าหมายของธุรกิจครอบครัวว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรให้เกิดความต่อเนื่อง หรือมีอะไรที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายใต้สถานการณ์หรือเงื่อนไขใหม่ที่เกิดขึ้น 

 

    โดยหัวข้อที่ Family Office ต้องทำการทบทวนนั้น มีความหลากหลาย แต่ผมขอเลือกหัวข้อสำคัญ ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจครอบครัวไทยมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้ครับ

    1.การกำกับดูแล (Governance) เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดกติกาต่าง ๆ ของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการจัดระเบียบและจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวให้ชัดเจน เมื่อมีความท้าทายจากโควิด-19 Family Office ควรต้องพิจารณาถึงความซับซ้อนของธุรกิจประกอบด้วย 
    
    เช่น การบริหารจัดการพนักงาน การเฝ้าติดตามข้อกฎหมายและภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงฯ แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่า  ในปัจจุบัน ธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กและกลางเริ่มมองเห็นประโยชน์ของการกำกับดูแลกิจการที่ดีกันมากขึ้น ซึ่งระดับของความเข้มงวดในการกำกับดูแลจะขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและความซับซ้อนของ Family Office

    2.การกำกับดูแล Family office และผู้นำรุ่นใหม่ (Family office governance and NextGen) สำหรับธุรกิจครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภูมิภาคเอเชีย การเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำรุ่นต่อไปถือเป็นเรื่องสำคัญ โดย Family Office จะเป็นผู้คัดสรรโปรแกรมการเสริมทักษะและความรู้ขั้นสูง เช่น การอ่านงบการเงิน กลยุทธ์การลงทุน การสื่อสาร ไปจนถึง การเจรจาต่อรอง 

    เมื่อมีวิกฤตโควิด-19 เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ Family Office ต้องตระหนักถึงแผนการสืบทอดธุรกิจว่า จะส่งต่อไปให้ใคร รวมถึงวิธีการที่จะให้ผู้นำรุ่นใหม่มีความพร้อมและเข้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ๆ ทั้งในทางธุรกิจและครอบครัวเป็นต้น
    
    3.  ความโปร่งใส รวมถึงการกำกับดูแลด้านภาษี (Transparency, including tax oversight) รัฐบาลทั่วโลกต้องการเห็นความโปร่งใสของภาคธุรกิจมากขึ้น โดยธุรกิจครอบครัวหลายแห่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับในการแสดงตัวตนของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) เพิ่มมากขึ้น 

    ทำให้หน่วยงานด้านภาษีหลายประเทศทั่วโลก มีความเข้มงวดในการตรวจสอบภาษีกับครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งมากขึ้น นี่จึงเป็นหน้าที่ของ Family Office ที่ต้องเข้ามาจัดการเรื่องโครงสร้างทางภาษีที่ต้องโปร่งใส มีภรรมาธิบาล และมีการกำกับดูแลภาษีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจครอบครัว

    4. การสร้างแผนผู้สืบทอดธุรกิจ (Succession and planning) วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้การวางแผนสืบทอดทายาทธุรกิจครอบครัวมีความสำคัญมากขึ้น โดยแต่ละธุรกิจครอบครัวต่างมีขั้นตอนและกฎระเบียบเฉพาะ สำหรับการสืบทอดทายาทแตกต่างกันไป ซึ่ง Family Office สามารถใช้โอกาสนี้ในการทบทวนแผนการสืบทอด รวมถึงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและกฎเกณฑ์ด้านอื่น ๆ ของครอบครัวไปในคราวเดียวกันได้

    5. การทำสาธารณกุศล (Philanthropy) การสร้างประโยชน์เพื่อตอบแทนสังคมกำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนที่หันไปสนใจผลกระทบทางสังคมโดยรวม ตามหลักการของ ESG (Environmental, Social and Governance) มากขึ้น 

 

    ดังนั้น Family Office สามารถออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate social responsibility: CSR) และกิจกรรมการกุศลที่ให้โอกาสผู้นำรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการกำกับดูแล การจัดทำรายงานความยั่งยืน กฎระเบียบข้อบังคับและการตัดสินใจลงทุน ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมความเป็นผู้นำให้กับทายาทธุรกิจรุ่นใหม่แล้ว ยังช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับความมั่งคั่งด้วย

    มาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านน่าจะพอมองเห็นแล้วว่า Family Office ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต การตั้งหน่วยงาน Family Office ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่การจัดตั้งให้อยู่ในบริบทของวัฒนธรรมไทยที่อาจยังไม่คุ้นชินและยังมีรูปแบบการบริหารแบบดั้งเดิมถือเป็นเรื่องท้าทาย อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่า หากธุรกิจครอบครัวไหนสามารถเริ่มต้นได้ก่อน ก็จะเป็นการเสริมรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจได้ก่อนคู่แข่ง และย่อมเกิดความได้เปรียบในการปรับตัวในยุคนี้อย่างยิ่ง
 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh