กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน แปลงสินทรัพย์เป็นToken..จุดเปลี่ยนโลกตลาดทุน! โดย คุณวรพจน์ ธาราศิริสกุล

โดย
คุณวรพจน์ ธาราศิริสกุล

:CTO บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด
.

แปลงสินทรัพย์เป็นToken..จุดเปลี่ยนโลกตลาดทุน!

 

โดย วรพจน์ ธาราศิริสกุล  CTO บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด

     เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ในวงการ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และกลุ่มเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย อย่าง KBTG ประกาศร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร บนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการระดมทุนโทเคนดิจิทัลบนแพลตฟอร์มนี้ในปี 64 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้ง บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด เพื่อขับเคลื่อนแพลตฟอร์มดังกล่าว

     การเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือของบริษัทใหญ่ในเมืองไทยครั้งแรก ที่จะเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มตัว แถมยังบอกด้วยว่าแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ จะรองรับเฉพาะโทเคนที่มีสินทรัพย์หนุน (Asset-Backed Token) แต่จะไม่รองรับคริปโทเคอเรนซี่ที่เราคุ้นเคย เช่น บิตคอยน์ หรืออีเธอเรียม 

     จากปัจจุบันที่มีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) อยู่แล้วถึง 8 บริษัท แต่บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด ในเครือ SET ก็ยังมองว่ายังมีโอกาสอีกมากสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งนี่คือสิ่งที่มาตอกย้ำความเชื่อที่ว่า การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เรียกว่า Asset Tokenization คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้จริง และเป็นอนาคตสำคัญของการระดมทุนในเมืองไทย

 

สินทรัพย์ดิจิทัล คืออะไร

      เมืองไทยของเรา ถือเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้ยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล และการออกสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ๆ สามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ เพียงแค่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ผ่านพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในความหมายของ พ.ร.ก. นี้ จะแบ่งสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 2 ประเภท คือ คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ซึ่งทั้งสองประเภทนี้เป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือ เครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน แต่มีจุดประสงค์ต่างกันอยู่คือ 

 

  • “คริปโทเคอร์เรนซี” จะถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เพื่อที่จะได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ

  • “โทเคนดิจิทัล” จะสร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือโทเคน โดยสามารถแบ่งได้อีก 2 ประเภท คือ

    • โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) จะถูกสร้างเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคล ในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจกรรม เช่น สิทธิจากส่วนแบ่งรายได้ หรือผลกำไรจากการลงทุน 

    •  โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) จะถูกสร้างเพื่อกำหนดสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง เป็นตามข้อตกลงของผู้ออกโทเคนดิจิทัลนั้นๆ 

 

ทำไมต้อง Asset Tokenization

      การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ก็คือการเอาสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ทองคำ โฉนดที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือแม้แต่ศิลปะที่มีราคา  มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลที่อยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งสามารถใช้เป็นตัวแทนความเป็นเจ้าของของสินทรัพย์นั้นๆ ได้ ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อดีหลากหลาย เช่น

  • สามารถซื้อขายและแลกเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

  • สามารถแบ่งสัดส่วนการถือครองหรือการเป็นเจ้าของเป็นหน่วยย่อยๆได้อย่างไม่จำกัด

  • สามารลดตัวกลางในการจัดการเรื่องความเป็นเจ้าของ

  • ค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนหรือดูแลต่ำ

  • สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้อย่างโปร่งใส เพราะไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขได้

  • ธุรกรรมสามารถทำแบบไร้พรหมแดนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

  • สามารถนำไปสู่กระบวนการแบบอัตโนมัติผ่าน Smart Contract

 

ซึ่งประโยชน์เหล่านี้เมื่อมามองในมุมการลงทุน Asset Tokenization คือการเปลี่ยนโลกของการลงทุนไปอีกระดับ ทำให้เกิดความคล่องตัวของการดูแลสินทรัพย์ที่แตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับการทำสัญญาความเป็นเจ้าของบนกระดาษในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเวลา ค่าใช้จ่ายและความปลอดภัย ทำให้เกิดการกระจายการลงทุนไปสู่นักลงทุนรายใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาถือครองสินทรัพย์โดยไม่ต้องมีทุนสูง ลดความยุ่งยากทางธุรกรรม และเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนได้อีกมากมาย

 

Asset Tokenization ทำอย่างไร

      จริงๆ แล้วกระบวนการทำ Asset Tokenization นั้นก็ไม่ได้ต่างจากกระบวนการปัจจุบันของการนำสิ่งของที่มีมูลค่ามาทดแทนด้วยดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในตลาดหุ้น เงินในบัญชีธนาคาร หรือค่าเงินในตลาดค้าเงิน ที่จะต้องมีหน่วยงานที่ดูแลความเป็นเจ้าของเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) และมีผู้ตรวจสอบ (Auditor) เพื่อความถูกต้อง แต่สิ่งที่แตกต่างคือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในทุกกระบวนการ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยเริ่มตั้งแต่

 

  • การออก Token ที่สามารถกำหนดประเภทของ Token ได้ตามคุณสมบัติ เช่น การออกโทเค็นบนอีเทอเรียมบล็อกเชน สามารถเลือกได้ว่าจะออกโทเคนที่ทุกโทเค็นมีลักษณะเหมือนกันใช้แทนกันได้ ที่เรียกว่าโทเค็น ERC-20 ที่นำไปใช้ในการระดมทุนทั่วไป หรือการออกโทเค็น ที่แต่ละเหรียญมีความแตกต่างกันทุกเหรียญไม่สามารถทดแทนกันได้ หรือโทเคน ERC-721 ที่สามารถนำมาใช้กับสินทรัพย์ที่มีชิ้นเดียว ป้องกันการปลอมแปลง เช่น อสังหาริมทรัพย์ ผลงานศิลปะ หรือแม้แต่พระเครื่อง เป็นต้น

  • การจำหน่ายหรือการแจกโทเคนจากการระดมทุน สามารถทำได้โดยตรงผ่านบล็อกเชนเน็ตเวิร์คโดยไม่ต้องมีคนกลาง

  • การซื้อขายแลกเปลี่ยนหลังการระดมทุนผ่านตลาดรองหรือ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

  • การเก็บรักษาสินทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์หรือออฟไลน์

  • สุดท้ายเรื่องบริการทางการเงินอื่นๆ เช่น การวางสินทรัพย์ค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงิน ก็ได้มีการพัฒนามาอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนเรียบร้อยแล้ว 

กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ที่แสดงให้เห็นประโยชน์ที่จะช่วยสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถใช้ได้จริง ปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ได้ประโยชน์อย่างชัดเจน ปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่ การจัดทำหลักเกณฑ์ที่รอบคอบในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการยืนยันตัวตนด้วยช่องทางดิจิทัลจากทางผู้ดูแล  กระบวนการทำงานที่ต้องปรับเพื่อให้เหมาะสม รวมถึงการยอมรับจากภาคธุรกิจในปัจจุบันเท่านั้น

 

สำหรับในเมืองไทยนอกจากพระราชกำหนดที่ได้ออกมาแล้ว เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ทาง  ก.ล.ต. ได้มีการปรับหลักเกณฑ์การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่สามารถอ้างอิงรายรับจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือ Real Estate-backed ICO ได้ด้วย ซึ่งเราน่าจะเห็นการออก Token ที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง โดยเริ่มจากอสังหาริมทรัพย์ภายในปีหน้า ซึ่งจะเป็นแนวโน้มสำคัญอันดับต้นๆ ที่เราจะได้เห็นการออกโทเคนที่มีสินทรัพย์หนุนหลังที่หลายหลายมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นจุดเปลี่ยนของการระดมทุนในประเทศไทยอย่างแน่นอน

 

อ้างอิง:

https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=8102

https://www.sec.or.th/TH/Documents/DigitalAsset/DigitalAssetInvestment-Guide.pdf

https://assets.ey.com/content/dam/ey-sites/ey-com/en_ch/topics/blockchain/ey-tokenization-of-asse

https://www.efinancethai.com/MoneyStrategist/MoneyStrategistMain.aspx?release=y&id=dUZpa0lndWFPb289

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh