กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน ส่องเทรนด์ตลาดอสังหาฯ ปี 63 โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

ส่องเทรนด์ตลาดอสังหาฯ ปี 63

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

 

เข้าสู่เดือนแรกของการทำงานในปีพ.ศ. 2563 หรือ “ปีหนูทอง” ผมหวังว่า ธุรกิจของทุกท่านกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดีนะครับ วันนี้ผมอยากนำเสนอบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกันสักหน่อย เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า ธุรกิจอสังหาฯ ถือเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่เป็นภาคเศรษฐกิจจริง (Real sector) และมีส่วนในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ

 

แต่ว่าในปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบหลายอย่าง ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อุปทานส่วนเกินในตลาด รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯ ทั่วโลกจะพบว่า ธุรกิจอสังหาฯ ในเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นที่สนใจและถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนยังสูงกว่าภูมิภาคอื่น

 

จากรายงาน Emerging Trends in Real Estate – Asia Pacific 20201 ซึ่ง PwC และ Urban Land Institute (ULI) ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นผ่านการสัมภาษณ์และการทำแบบสอบถามกับผู้ประกอบการและนักพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ทั่วโลกจำนวน 463 ราย พบว่า ตลาดอสังหาฯ ในเอเชียแปซิฟิกในช่วงที่ผ่านมา กำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ขณะที่การลงทุนจากฝั่งตะวันตกนั้นปรับตัวลดลง แต่ในทางตรงกันข้ามนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับสนใจที่จะลงทุนในตลาดภูมิภาคของตัวเองมากขึ้น เห็นได้จากความต้องการอสังหาฯ ประเภทอาคารสำนักงานที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการ Co-working space ที่กำลังเป็นที่นิยมมาก นอกจากนี้ บริการห้องเย็น ห้องแช่แข็ง หรือ พื้นที่คลังสินค้าเพื่อจัดส่งสินค้าโดยตรงไปยังลูกค้า ก็กำลังเป็นธุรกิจใหม่ที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้

 

แม้ว่าปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะยังดำเนินต่อไปในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เหตุการณ์ประท้วงในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมไปถึงความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่รายงานระบุว่า หลาย ๆ หัวเมืองที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยดังกล่าวยังมีโอกาสในการลงทุนที่แฝงอยู่สำหรับนักลงทุนที่มองการเติบโตในระยะยาว

 

สำหรับเมืองที่น่าลงทุนด้านอสังหาฯ มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2563 จากการจัดอันดับตามรายงานฉบับนี้ พบว่า สิงค์โปร์ เป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ด้วยสองปัจจัยหลัก คือ หนึ่ง ความต้องการของธุรกิจอาคารสำนักงานสูงมาก โดยพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าแทบไม่เหลืออยู่เลยในตลาด และสอง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์ฟื้นกลับคืนมาหลังตกต่ำสุดเมื่อปี 2560 โดยนักลงทุนในสิงค์โปร์ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติ

 

อันดับที่ 2 กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบว่า 80% ของการลงทุนในภาคอสังหาฯ ในโตเกียวมาจากนักลงทุนญี่ปุ่น แต่ด้วยผลตอบแทนที่สูงที่สุดในภูมิภาค และภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำของประเทศจึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นผู้แข่งขันร่วมกับนักลงทุนสัญชาติญี่ปุ่นด้วย อย่างไรก็ดี รายงานคาดว่า อาจมีส่วนอสังหาฯ ที่เหลือเกินกว่ากำลังซื้อในตลาดภายหลังโตเกียวเสร็จสิ้นการจัดงานกีฬาโอลิมปิกในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัญหาของนักลงทุนได้

 

อันดับที่ 3 นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เราทราบกันดีว่าโฮจิมินห์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของผู้ประกอบการที่ต้องการตั้งฐานการผลิต โดยเป็นตัวเลือกแทนที่จีน ส่วนผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่เข้ามาลงทุน ส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนพัฒนาที่พักอาศัย ส่งผลให้ราคาที่ดินและค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อและความต้องการของชนชั้นกลางยังคงมีอยู่อย่างมหาศาล และน่าจะทำให้เกิดความคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะเข้าไปลงทุน

 

อันดับที่ 4 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีปัจจัยสนับสนุนในเรื่องของสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งผู้คนมีกำลังซื้อและมีความต้องการจากทุกชนชั้น และที่สำคัญที่สุดคือ ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียแปซิฟิก แม้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่พักอาศัยในซิดนีย์จะลดลง แต่ก็ยังสูงเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากฮ่องกง และแวนคูเวอร์ จากการจัดอันดับของ Demographia

 

อันดับที่ 5 นครเมลเบิร์น ของออสเตรเลียเช่นกัน ทั้งนี้เพราะเมลเบิร์น เป็นเมืองที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงแม้จะไม่เท่าซิดนีย์ แต่ก็สามารถดึงดูดนักลงทุนจากเอเชียที่มองผลตอบแทนในระยะยาว และแม้ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่า นอกจากนี้ อาคารสำนักงานยังมีแนวโน้มเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า และการสร้างแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ในปี 2565 น่าจะช่วยพัฒนาอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยในเมลเบิร์นได้เป็นอย่างมาก

 

ถ้าถามถึง กรุงเทพมหานคร บ้านเราก็ต้องบอกว่า ไม่น้อยหน้า ได้รับการจัดอันดับที่ 11 โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ให้ผลตอบแทนในธุรกิจอสังหาฯ ได้ดี โดยอาคารสำนักงานและอาคารที่พักอาศัยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนคือระบบขนส่งสาธารณะที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกระจายไปในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการลงทุนพัฒนาพื้นที่และอาคารที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นำมาเล่าให้ฟังน่าจะทำให้เห็นภาพความต้องการและการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคและในไทยที่ยังอยู่ในความสนใจของนักลงทุน ผมหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ทำให้ท่านผู้อ่านได้เห็นแนวโน้มของธุรกิจอสังหาฯ โดยรวมและนำมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจหรือการลงทุนต่อไปครับ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh