กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน จับตาทิศทางเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปี 2020 โดย นายผยง ศรีวณิช

โดย
นายผยง ศรีวณิช

:ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย
.

จับตาทิศทางเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปี 2020

 

บทความ คิด ดัง ดัง  2 กันยายน 63

นาย ผยง ศรีวณิช

ประธานสมาคมธนาคารไทย  และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

 

จับตาทิศทางเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปี 2020

     จํานวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 กลับมาเพิ่มขึ้นในหลายประเทศที่ทั่วโลก ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีบางกรณีอย่างเช่น ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ที่จํานวนผู้ติดเชื้อในระลอกที่สองนี้ (second wave) มีจํานวนมากกว่าในระลอกแรกพอสมควร ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เตือน ให้เรายังต้องใส่ใจกับมาตรการป้องกันต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกและไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2020 ไป จนถึงปีหน้าจะยังเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกมาก

     นอกจากประเด็นเรื่อง COVID-19 แล้ว เศรษฐกิจโลกยังได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่คาดการณ์ได้ ยากว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรยิ่งใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้และความไม่แน่นอนเชิงนโยบายจะสูงขึ้นหากมีการเปลี่ยนขั้วอํานาจการเมือง ด้วยความที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับ Disruption รอบด้าน ทั้งจากเทคโนโลยี และภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องระมัดระวังมากขึ้น คือประเด็นเรื่อง counterparty risk หรือความเสี่ยงของคู่ค้า บริษัท Euler Hermes ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการประกันภัยการค้าระหว่างประเทศได้ประเมินว่า Business Insolvency หรือการล้มละลายทางธุรกิจอาจเพิ่มขึ้นถึง 35% นับจากปัจจุบันไปจนถึงปลายปี 2021 โดยคาดว่าประเทศที่จะมีธุรกิจล้มละลายเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่สหรัฐฯ (เพิ่ม +51%) อังกฤษ (+43%) จีน (+40%) และประเทศในยุโรปอย่างสเปน (+41%) อิตาลี (+27%) ฝรั่งเศส (+25%) เป็นต้น

     สําหรับปัจจัยในประเทศ คําถามหลักในช่วงที่เหลือของปีคือ การเปิดประเทศให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามานั้นจะมีรูปแบบอย่างไรภายใต้ความเสี่ยงที่ประเทศรับ ได้และจะช่วยสร้างอุปสงค์ได้มากขนาดไหน โดยในไตรมาส 4 ปี2019 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงประมาณห้าแสนล้านบาท ทั้งนี้เรา ทราบกันดีว่าอุปสงค์ในประเทศจากคนไทยด้วยกันเองมีจํากัดตามกําลังซื้อและความ เชื่อมั่นของครัวเรือนที่หดหายไป ท่ามกลางภาระหนี้สูงรวมถึงความไม่แน่นอนใน ตลาดแรงงาน ส่วนการออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศก็ทําได้ยาก กว่าสมัยก่อน และประสิทธิผลจากการกระตุ้นลดลงกว่าเดิม

     ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ที่ภาคธุรกิจกําลังเผชิญ ภาครัฐและสถาบันการเงินต่างจะยังคงระดมสรรพกําลังเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ อย่างเต็มที่โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่คาดว่าเม็ดเงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นในเร็วๆ นี้ ขณะที่ภาค ธนาคารได้ปรับลดดอกเบี้ย เลื่อนและลดภาระการชําระหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงเติมสภาพคล่องผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองให้ธุรกิจสามารถผ่านเวลาอันยากลําบากนี้ไปได้ ทั้งนี้ข้อมูลไตรมาส 2 จากธนาคารแห่งประเทศไทย เผยว่าธนาคารพาณิชย์ได้ ช่วยเหลือลูกหนี้แล้วจํานวน 4.55 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 31% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบธนาคารพาณิชย์

     ผู้ประกอบการทั้งเล็กและใหญ่ต่างต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal โดยแนะนําให้มองหาแง่มุม ที่ธุรกิจจะตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพ รวมถึงมองหาโอกาสจากมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และที่สําคัญคือการนํา เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดําเนินงาน และลดต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจสามารถฝ่ามรสุมลูกนี้ไปได้และพร้อมที่จะกลับมา เติบโตอย่างยังยืนในยุค New Normal







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh