กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เจาะลึกผลกระทบมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ TFRS9 ตอน2 โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เจาะลึกผลกระทบมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ TFRS9 ตอน2

โดย สินสิริ ทังสมบัติ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และ ชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท PwC ประเทศไทย

    นับถอยหลังไม่ถึง 1 ปีมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน หรือ TFRS 9 จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เวลานี้หลายๆ บริษัทกำลังตื่นตัวเร่งเตรียมความพร้อมด้านระบบและบุคลากรเกือบ 100% แล้ว แต่ก็ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่า บริษัทของตนจะได้รับผลกระทบในด้านใดบ้าง และควรเริ่มต้นเตรียมความพร้อมอย่างไร

    บทความในครั้งก่อน ดิฉันได้พูดถึงผลกระทบที่เกิดกับรายงานทางการเงินของบริษัทในส่วนแรกคือ การจัดประเภทและการวัดมูลค่าของเครื่องมือทางการเงิน มาครั้งนี้เลยอยากจะขอเจาะลึกถึงผลกระทบในส่วนที่สองคือเรื่อง อนุพันธ์ อนุพันธ์แฝง และ การบัญชีสำหรับการป้องกันความเสี่ยงที่จะช่วยการลดความผันผวนของงบกำไรขาดทุนสืบ เนื่องจากการใช้ตราสารอนุพันธ์ในการบริหารความเสี่ยง กันค่ะ 
    สำหรับตราสารอนุพันธ์ เช่น สัญญาซื้อหรือขายล่วงหน้า (Forward) เช่น น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน สินค้า เป็นต้น รวมถึงตราสารสิทธิที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อหรือผู้ถือ (Options) และธุรกรรมการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (Interest rate swap) ปัจจุบันมีการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกันตามนโยบายบริษัท เนื่องจากไม่มีมาตรฐานการบัญชีฉบับใดมีเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องดังกล่าว 

    แต่สำหรับมาตรฐาน TFRS 9 นั้น ให้วัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ด้วยมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุนเพียงวิธีเดียว ซึ่งหากตราสารอนุพันธ์ในงวดบัญชีนี้กำไร ก็จะทำให้กำไรของบริษัทดี แต่หากตราสารอนุพันธ์ในงวดบัญชีนี้ขาดทุน ก็จะทำให้บริษัทเกิดขาดทุนได้
    อีกประเด็นในมาตรฐาน TFRS 9 ที่มีผลทางธุรกิจซึ่งยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงนัก คือ อนุพันธ์แฝงที่อาจผูกในสัญญาซื้อขายของบริษัท เช่น สัญญาเช่าที่อ้างอิงอัตราเงินเฟ้อ หรือ สัญญาซื้อขายน้ำมันหรือไฟฟ้าที่การกำหนดราคาซื้อขายในแต่ละเดือนอ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือการที่บริษัทออกหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีหุ้น หรือเครดิตของประเทศต่างๆ เป็นต้น 
    หากบริษัทมีรายการที่กล่าวข้างต้นนี้จะต้องพิจารณาว่า สัญญาดังกล่าว มีการผูกอนุพันธ์ทางการเงินแฝงอยู่ในสัญญาดังกล่าวหรือไม่ หาก “มี” ต้องพิจารณาหลักการทางบัญชีว่า ต้องมีการบันทึกอนุพันธ์ทางการเงินแฝงดังกล่าวแยกออกจากสัญญาซื้อขายหรือสัญญาทางการเงินดังกล่าวหรือไม่ หากต้องบันทึกบัญชีแยกเป็นตราสารอนุพันธ์ จะส่งผลให้อนุพันธ์แฝงนั้นต้องวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมทุกครั้งที่ออกงบการเงิน และบันทึกมูลค่าในงบกำไรขาดทุน ซึ่งแน่นอนว่า กำไรต่อหุ้น (Earning per share) ย่อมมีผลกระทบ

    แต่อย่างไรก็ตาม มาตรฐาน TFRS 9 มีทางออกในการลดความผันผวนที่เกิดขึ้นจากมูลค่ายุติธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตราสารอนุพันธ์และอนุพันธ์แฝงดังกล่าว คือ การใช้การบัญชีป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นทางเลือกให้แก่บริษัท โดยบริษัทสามารถเลือกได้ว่า จะใช้หรือไม่ใช้การบัญชีป้องกันความเสี่ยง สำหรับข้อดีของการใช้การบัญชีป้องกันความเสี่ยงคือ ลดความผันผวนของงบการเงิน และเป็นการสะท้อนภาพการบริหารความเสี่ยงของบริษัทมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทต้องจัดทำการคำนวณมูลค่ายุติธรรมของบางรายการ บางความเสี่ยง รวมถึง จัดทำเอกสารตาม TFRS 9 และเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีเพิ่มเติม ซึ่งนี่ถือเป็นความท้าทายในการดำเนินการของบริษัทมากขึ้น 
    ดังนั้น อย่างที่ดิฉันได้เน้นย้ำไปว่า การจัดประเภทและการวัดมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินใหม่ อาจทำให้ผลการดำเนินงานมีความผันผวนมากขึ้น รวมไปถึงระบบงาน ฐานข้อมูล ต้องมีการปรับปรุง และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเรื่องนี้ นอกจากนี้ ผลกระทบทางบัญชีที่เปลี่ยนแปลงต่องบกำไรขาดทุนอาจมีผลต่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งบริษัทต้องศึกษาว่าผลกระทบดังกล่าว สามารถนำไปคำนวณการจ่ายภาษีได้หรือไม่ หากไม่สามารถทำได้ ทางบริษัทจะต้องมีการคำนวณภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred tax) ต่อไป

    ยิ่งไปกว่านั้น การสื่อสารถึงแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐาน IFRS 9 ให้บุคลากรในองค์กรได้รับทราบถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ รวมไปถึงการสื่อสารให้ผู้ถือหุ้นเข้าใจถึงผลกระทบและการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐาน IFRS 9 ก็เป็นอีกภารกิจสำคัญที่ผู้บริหารต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก และเข้าใจถึงผลเชิงบวกของมาตรฐานบัญชีใหม่ที่จะช่วยสะท้อนผลประกอบการและฐานะการเงินที่แท้จริง







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh