กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เตรียมตัวให้พร้อมกับความผันผวนของตลาดปี 2562 โดย LH Fund .

โดย
LH Fund .

:.
.

เตรียมตัวให้พร้อมกับความผันผวนของตลาดปี 2562

    ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว 

    นอกจากนั้น สินทรัพย์แต่ละประเภทยังไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี    อย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น Global Real Estate Equity เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดปี 2549 แต่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในปี 2550 ขณะที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่วัดโดย MSCI Emerging market เมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดหลักของสหรัฐฯ เช่น ดัชนี S&P 500 ต่างสลับกันให้ผลตอบแทนดีและไม่ดี ( ในช่วงปี 2549 – 2561) บ่งชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของผลตอบแทนในแต่ละสินทรัพย์ และการจะจับจังหวะของแต่ละตลาดเพื่อทำการเปลี่ยนกลุ่มสินทรัพยที่ลงทุน (market timing) พูดง่ายครับแต่ทำยาก 
     อีกทั้งจากสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ (U.S. Treasury Department) ประกาศเตรียมออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ตัดสินใจขยายกรอบการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เป็น -0.2% ถึง +0.2% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก (Bond yield) ปรับตัวขึ้น 
    ทั้งราคาน้ำมันดิบที่พลิกกลับมาซื้อขายในระดับที่สูง เนื่องจากความไม่แน่นอนของการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลล่าและอิหร่าน รวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าของสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ดัชนีแสดงความผันผวน (VIX index) ปรับตัวขึ้น 2.45% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้นักลงทุนต้องมีการลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น จากสถานการณ์ข้างต้น นักลงทุนจึงควรมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการลงทุน  

    สิ่งหนึ่งที่ผมพบในช่วงที่ตลาดผันผวนมากๆ เช่น ในปี 2551 หรือช่วงปี 2558 - 2559 คือ การลงทุนในกองทุนประเภท Multi- Asset เป็นที่นิยมมากขึ้นเพื่อหลบจากความผันผวนของตลาด เนื่องจากกองทุน ประเภท Multi Asset มีการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ ทรัสต์ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 
    นอกจากการถือครองสินทรัพย์ที่หลากหลายเหล่านี้แล้ว กองทุนยังมีการใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด เช่น ถ้าคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นมีแนวโน้มจะปรับตัวลงจะมีการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดหุ้นหลักๆ (Short future contracts) และบางครั้งจะซื้อสัญญาอนุพันธ์บางประเภท เช่น Covered call ไว้เผื่อในกรณีที่ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ที่ผมพบมีกองทุนหนึ่งที่น่าสนใจ เขาไม่ได้แบ่งประเภทตราสารที่ลงทุนเป็นหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่กองทุนกลับแบ่งตราสารที่ลงทุนเป็น 3 กลุ่ม ตามสภาวะตลาด ได้แก่ 
    1.ตราสารประเภท Growth ซึ่งจะให้ผลตอบแทนดีเมื่อเศรษฐกิจเติบโต 
    2. ตราสารประเภท Defensive เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอไม่แปรผันตามภาวะเศรษฐกิจ และ 
    3. ตราสารประเภท Uncorrelated สินทรัพย์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เช่น กองทุนประเภทโครงสร้างพื้นฐาน 

    การผสมผสานของลักษณะพิเศษเหล่านี้เข้าไปในพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนจะทำให้มีการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ รวมถึงช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนลง อาจเหลือเพียงครึ่งเดียวของการลงทุนในหุ้นแต่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในพันธบัตร หรือตราสารหนี้ครับ ครั้งหน้ามาลงในรายละเอียดกันครับ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh