กุนซือโลกการเงิน

| 6 ธันวาคม 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

เรื่องเศร้าหมาเน่า

           ว่ากันว่า “คนจนจะหมดประเทศในปี 61” เรื่องนี้เป็นข่าวเก่าแล้ว หลังแถลงนโยบายเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ฮือฮาหนักมากครับ แต่ตอนนี้ก็เป็นเรื่องต้องรอดู เอาใจช่วยกันต่อไปว่าจะเกิดขึ้นจริงมากน้อยแค่ไหน จะช้าหรือเร็วอย่างไร นโยบายนี้หากมองที่เจตนาผมเองเห็นด้วยและต้องบอกว่าดีเหลือเกิน ไม่ว่าจะหมดไปหรือไม่ก็ตาม

            แต่ในส่วนของการปฏิบัติซึ่งเผยมานิดๆว่า “จะเติมเงินเข้าไป” ฟันธงว่าไม่ได้ผล และยิ่งก่ออันตรายมากขึ้น เนื่องจากงบที่อัดฉีดเข้าไปนั้น ใช้กันไม่กี่เพลาก็หมด เพราะเอาไปใช้ไม่ถูกทาง ไม่ได้เอาเงินไปต่อเงิน แต่เอาไปต่อชีวิต โป๊ะหนี้บ้างนิดหน่อย ใช้จ่ายซื้อข้าวของบ้างเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในห้วงเวลานั้นเราจะเห็นภาพการฟื้นตัวของการใช้จ่ายที่คึกคักอย่างแน่นอนครับ
            แต่เมื่อหมดรอบ เรื่องเศร้าหมาเน่า ก็จะตามมาทันที คนกลุ่มนี้จะจนกว่าเดิม เพราะมีหนี้มากขึ้น ขณะที่รายได้ไม่สูงขึ้นตามปริมาณการก่อหนี้ และเพดานการก่อหนี้เพิ่มเพื่อให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนก็เต็มเสียแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นวัฎจักรของรากหญ้ามาแต่โบราณกาล ปัจจุบัน และอนาคตก็มั่นใจได้ว่ายังเป็นต่อไป หากยังเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม (อ่านดีๆนะครับ “เลือก” ไม่ใช่ “เสือก”)
            จริงๆการอัดฉีดเงินมันไม่ผิดหรอกครับ แต่ปัญหาความยากจนมันจะดีขึ้นได้ ต้องทำคู่ขนานกันไปกับการให้ความรู้ในการทำมาหากิน การสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืน คนมีรายได้ต่ำ คนทำการเกษตร ชาวบ้านหลายท่านไม่รู้หรอกครับ ว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะมีรายได้มากขึ้น ทำอย่างไรให้พอกินพอใช้ ก็ยังทำแบบเดิมๆ ถึงเวลาปลูกมีคนมาซื้อให้เท่าไรก็ขาย รับจ้างก็ทำกันไป หาตังค์ได้นิดหน่อยไปวันๆ มองไม่เห็นทางขยับขยาย ดังนั้นการเอาเงินยัดใส่มือคนที่ไม่รู้จะต้องใช้เงินอย่างไรไม่ใช่การแก้ปัญหาแน่นอน
            ลองคิดภาพนี้ตามผมนะครับ ถ้าวันนี้ผมทำนาเกี่ยวข้าว ผมสีข้าวกันเองกับเพื่อนๆด้วยโรงสีชุมชน ข้าวส่วนนี้ผมทำการตลาดขายเองทางออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ ร้านของฝาก เพิงเก๋ๆข้างทางที่สร้างกันเอง ฯลฯ อีกส่วนผมขายให้พ่อค้าคนกลาง โรงสี โรงงาน เท่ากับว่าผมเป็นทั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์เองและรับจ้าง OEM ซึ่งมันจะทำให้มาร์จิ้นในการปลูกข้าวของผมสูงขึ้นทันที (ในความเป็นจริงพอทำขายเอง ก็จะโดนทั้งกีดกัด และก่อกวนจากเจ้าถิ่นอีก)

            และหากผมร่วมทุนกับเพื่อนกลุ่มเดิม ขยายธุรกิจด้วยการลงทุนปลูกกล้วยแปลงเล็กๆ พร้อมด้วยฟาร์มเลี้ยงจิงโจ้ รายได้ของผมก็จะมีมากขึ้นอีกนิดหน่อย แถมมีกล้วยและจิงโจ้ไว้กินเอง ไม่ต้องควักเงินซื้อให้เปลือง ซึ่งมันก็จะช่วยรักษากระแสเงินสดของผม ให้นำไปใช้ลงทุนต่อในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสร้างรายได้การขายปลีกให้มากขึ้น ลดสัดส่วนการขาย OEM ลงเพื่อเพิ่มมาร์จิ้น
            อ่านดูมันเป็นทฤษฎีแนวคิดพอเพียง การบริหารแบบพื้นๆ ที่ใครๆก็น่าจะรู้

            แต่เชื่อไหมครับ ชาวบ้านจริงๆส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบผมเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่รู้ว่ามันทำอย่างไร ทำไปเพื่ออะไร อยู่ไปวันๆหากินให้พอก็ลำบากแล้ว ต้องใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าร้อยแปดพันเก้าให้นายทุนท้องถิ่นอีก ทำอย่างอื่นเพิ่มก็กลัวจะเดือดร้อน เป็นภาระมากกว่าเดิม ดังนั้นอยู่แบบเดิมดีกว่า  

            คนจนจะหมดไปแน่ครับ ไม่ได้รวยขึ้นนะ แต่ตายหมด ถ้าระบบกดขี่และความเหลื่อมล้ำ ยังคงอยู่      

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh