กุนซือโลกการเงิน

| 7 กันยายน 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

จะ จะ จะ แล้วก็ จะ

       ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ผมฟังคำว่า “จะดีขึ้น” “จะลงทุน” “จะทยอยเริ่มโครงการ” “จะเร่งการดำเนินงาน” “จะมีสตาร์ทอัพ” จะเป็นเศรษฐกิจ 4.0” และ “จะ” อื่นๆอีกมากมาย มานับครั้งไม่ถ้วน คำเหล่านี้ก็มาจากหลายภาคธุรกิจ รวมทั้งภาครัฐด้วย บางอันก็ได้ฟังมาด้วยตัวเองจากการพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นกัน บางอันก็มาจากการติดตามข่าวสารข้อมูลจากสื่อต่างๆที่ทุกท่านได้เห็นไม่ต่างจากผม

            จะ เป็นคำพูดง่าย เขียนง่าย เป็นคำเสริมกริยาอื่นเพื่อบอกเวลาล่วงหน้า ซึ่งนั่นหมายถึง ยังไม่เกิดขึ้น และ อาจไม่เกิดขึ้น ก็ได้ เนื่องจากระหว่างทางอาจมีตัวแปรหลายสิ่งอย่างทำให้ อาการจะ ต้องล้มเลิกไป
            ล่าสุดผมมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโรงงานผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง โรงงานผลิตสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งส่วนมากผลิตเพื่อรองรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ภาพรวมอาการไม่โอเลย ออร์เดอร์ชะลอตัวชัดเจนมาระยะหนึ่ง เห็นแววกระเตื้องให้รอดปีนี้ไปได้จากออร์เดอร์ช่วงปลายปี ซึ่งมีไม่มากและไม่ยาวนัก
            ส่วนความเห็นเกี่ยวกับปีหน้าที่ได้ฟังจากธุรกิจกลุ่มนี้ คือ ยาก โหด ยังมองไม่เห็นอะไรมาขับเคลื่อน เนื่องจากทุกคนพูดแต่คำว่า “จะ” ออร์เดอร์มันเลย “จะมี” ตามไปด้วยแต่นั่นหมายถึงตอนนี้มันไม่มีไง ต้องลุ้นต่อไปว่าโครงการใหม่เกิดขึ้นจริงไหม 
            โครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่เกิดขึ้นน้อย ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีการลงทุนที่เบาบาง เป็นสาเหตุสำคัญของเรื่องนี้ครับ ภาพยอดขายที่เพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ปีนี้ เกิดจากการขายโครงการเก่า ไม่มีการลงทุนโครงการใหม่ในปริมาณมากพอที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการเติบโตในธุรกิจเกี่ยวเนื่องตามไปด้วย

            ไม่ใช่แค่สองภาคธุรกิจที่เล่าให้ฟังแน่นอนครับ ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ เสี่ยง และ เสียวได้อีกอยู่ในตอนนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์เองหากอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง แลดูก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นเช่นกัน ยิ่งช่วงกำลังซื้อ ความเชื่อมั่น ของกลุ่มลูกค้าหดตัวมากในตอนนี้ การฟื้นตัวในอัตราเร่งให้เห็นภาพที่ชัดเจน ตัดไปได้เลยคงทำได้ยาก การรอให้เศรษฐกิจฟื้นต่อไปเรื่อยๆก็อาจพาไปเจอความเสี่ยงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

            ทั้งหมดที่ผมเล่ามันเป็นแค่ลูกโซ่เล็กๆของปัญหา แค่เรียกน้ำย่อย
             แม้ตอนนี้ตลาดหุ้นจะดีแสนดี ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะสวยงามเพียงใด ก็อย่าได้หลงระเริงกันไป เพราะหลายภาคธุรกิจที่ทำงานกันจริงๆยังคงยากลำบาก และที่อะไรต่อมิอะไรมันไม่ดีอยู่อย่างนี้ ฟันธงเลยครับเกิดจากไม่มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่เกิดการลงทุนและเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินจำนวนมากที่รัฐพยามอัดฉีดเข้ามาตลอด ไม่เคยเกิด Momentum อย่างที่มันควรจะเป็นตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

            หนทางข้างหน้า เอาไงต่อ คงต้องตั้งคำถามกันแล้วล่ะ ว่า จะ.......... (เติมกันเอาเองตามที่สบายใจเลยยย)      

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh