กุนซือโลกการเงิน

| 27 มีนาคม 2560

โดย
มังกรในสระ .

:.
.

ตอน หนี้ท่วมหัวพญามังกร ภัยใหญ่ที่ต้องเริ่มติดตาม

กุนซือโลกการเงิน ตอน หนี้ท่วมหัวพญามังกร ภัยใหญ่ที่ต้องเริ่มติดตาม
 
    ผู้น้อย ‘มังกรในสระ’ น้อมรับใช้ นายท่านขอรับ โลกการเงินของเราได้ผ่านพ้นวิกฤตใหญ่ครั้งล่าสุดมาแล้วได้ราว ๘ ปีเศษ หากทฤษฎีสิบปีเกิดวิกฤตใหญ่หนึ่งครั้งยังคงใช้ได้จริง ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ อาจจะเป็นปีเริ่มต้นของวิกฤตครั้งใหญ่รอบใหม่ จึงเหลือเวลาอีกเพียงปีเศษให้ได้เตรียมการรับมือ 
     ผู้น้อยหามีเจตนาจะทำให้นายท่านตกอกตกใจไม่ และหาได้รีบร้อนเกินไปในการนำภัยนี้มาเตือนนายท่านไม่ เนื่องด้วยผู้น้อยเห็นว่า การนี้เป็นเรื่องใหญ่ และพึงเตือนให้ทราบอยู่เป็นระยะ เพราะที่ผ่านมานั้น วิกฤตมักเกิดโดยผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ทั้งยังมีความหวังว่า สถานการณ์จะคลี่คลายในระยะเวลาอันสั้น และเชื่อว่า ที่จริงวิกฤตไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแต่ผู้คนพากันตื่นตระหนกกันไปเอง กระทั่งวิกฤตนั้นลุกลามใหญ่โตแล้วนั่นแหละ จึงได้ตระหนักว่า วิกฤตเกิดขึ้นแล้วจริงๆ 
     ตอนนี้ขอให้นายท่านบันทึกไว้ว่า นี่คือการแจ้งเตือนครั้งที่หนึ่งจากมังกรในสระ แลผู้น้อยจะคอยแจ้งเตือนเป็นระยะ ในการแจ้งเตือนครั้งที่หนึ่งนี้ ผู้น้อยขอให้นายท่านเพียงแต่เริ่มติดตามเท่านั้น ยังไม่ถึงกับต้องเฝ้าระวังแต่อย่างใด หากนายท่านได้เริ่มติดตามมาบ้างแล้ว ก็ย่อมจะเล็งเห็นการอันน่าวิตกเช่นเดียวกับผู้น้อย ทว่านายท่านที่ยังไม่ได้ติดตาม ก็ขอได้โปรดเริ่มติดตามเป็นระยะ อย่าได้เพลิดเพลินไปกับการท่องโลกการเงินมากจนเกินไป ด้วยวิกฤตนั้นมักสะสมพลังไปทุกขณะโดยที่เราไม่รู้ตัว วันดีคืนดีกลับสำแดงฤทธานุภาพประหารความมั่งคั่งของโลกได้โดยพลัน 
     เหตุที่ต้องเริ่มติดตามกันเสียแต่ตอนนี้ ประการแรกคือ วัฏจักรแห่งโลกการเงินของเราดำเนินมาถึงจุดที่ใกล้จะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่มักจะเป็นเชื้อปะทุของวิกฤต นั่นคือ ดอกเบี้ยขาขึ้นนั่นเอง หากนายท่านย้อนกับไปดูข้อมูลสถิติในอดีตจะพบว่า ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นทีไรวิกฤตใกล้มาทุกที และเมื่อดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ปราณีปราศรัย วิกฤตพลันปะทุอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อนั้น 
    เพลานี้ต้นธารแห่งโลกการเงิน คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดท่านกำลังทยอยลดสภาพคล่องในโลกการเงิน จากเดิมที่คาดกันว่า ท่านจะขึ้นดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้นสามครั้งในปีนี้ ไปๆมาๆเริ่มคาดการณ์กันแล้วว่า ท่านอาจขึ้นรวมสี่ครั้ง นั่นย่อมทำให้ต้นทุนทางการเงินของโลกเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่มีหนี้สินมากเตรียมตัวเผชิญความทุกข์ร้อนกันได้เลย แลผู้ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลกเพลานี้ คือ จีน ซึ่งมีหนี้สินรวมทั้งภาครัฐและเอกชนคิดเป็นร้อยละ 264 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ซึ่งจีดีพีจีนนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก จึงไม่ต้องสงสัยว่ามีหนี้สินมากขนาดไหน 
    ด้วยเหตุที่พญามังกรมีหนี้สินท่วมหัวเสียปานนั้น ผู้น้อยอดเป็นกังวลไม่ได้ว่า วิกฤตการเงินโลกรอบนี้จะผุดขึ้นที่จีนเป็นแห่งแรก แล้วค่อยๆลุกลามไปทั่วโลกหรือไม่ ทว่าขณะนี้ยังไม่ต้องไปพยากรณ์ถึงขณะนั้น อยู่กับปัจจุบันก่อน หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสี่ครั้งในปีนี้ย่อมทำให้อัตราดอกเบี้ยเฟดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับร้อยละ ๑.๕๐-๑.๗๕ ดูแพงหรือยังขอรับนายท่าน ดูแพงหรือไม่แพง พิจารณาได้จากอัตราเงินเฟ้อโลก หากอัตราเงินเฟ้อโลกขยับขึ้นไม่แพ้กัน ก็ยังนับว่า อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่สมดุล แต่กระนั้นก็ดี ต้นทุนทางการเงินในระบบเศรษฐกิจโลกย่อมเพิ่มขึ้นอยู่ดี และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เอง ในอดีตที่ผ่านมา ได้ก่อให้วิกฤตการเงินโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สักครั้ง เช่น ครั้งล่าสุดคือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ดอกเบี้ยนโยบายเฟดเพิ่มขึ้นไปถึงระดับสูงกว่าร้อยละ ๕ บรรดาลูกหนี้อสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อบ้านกันคนละหลายหลังพากันจนปัญญาชำระหนี้ วิกฤตซับไพร์มจึงเกิด ก่อนลุกลามเป็นวิกฤตการเงินโลก วอนนายท่านชมภาพยนต์เรื่อง Big Short ย่อมจะทราบความเป็นไปทั้งหมดได้
     แลขณะนี้สถานการณ์เดียวกันนั้นกำลังเกิดขึ้นกับจีน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงร้อนแรงไม่หยุด ขณะนี้จีนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไม่ให้เสื่อมถอย แต่นั่นคือการเพิ่มความโปร่งพองให้กับฟองสบู่อย่างน่าสะพรึงกลัว การเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอ แม้ทางการจะออกมาตรการสกัดฟองสบู่แล้วหลายระลอก ทว่าก็ยังไม่ได้ผล 
     เขาเก็งกำไรกันน่ากลัวจริงๆขอรับนายท่าน และเขามีความกล้าบ้าบิ่นยิ่งกว่าตอนเกิดฟองสบู่ซับไพร์ม ผู้น้อยจะยกตัวอย่างให้ฟัง ก่อนหน้านี้ ทางการจีนเขาออกมาตรการจำกัดการซื้อบ้านหลังที่สอง โดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องวางเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ แต่ถ้าซื้อบ้านหลังแรกไม่มีข้อกำหนดนี้ ทว่านักเก็งกำไรที่นั่นเขาใช้วิธีนี้ขอรับ ซึ่งผู้น้อยทึ่งมาก นั่นคือ ผู้ที่เป็นคู่สมรส เขาหย่ากันทางนิตินัย แล้วให้คนที่ยังไม่มีบ้าน ไปซื้อบ้านเพื่อจะได้เป็นการซื้อบ้านหลังแรก ไม่ต้องวางเงินดาวน์ นี่เขาหวังรวยทางลัดกันแบบสุดๆ ธนาคารกลางจีนจึงประกาศข้อบังคับว่า ให้ตรวจสอบให้ดีว่า หย่ากันจริงหรือหย่ากันหลอกๆ ก่อนจะปล่อยสินเชื่อ เรียกว่า สนุกสนานมากที่นั่น จึงไม่แปลกที่หนี้สินในระบบเศรษฐกิจจะพอกพูนขึ้นมาอย่างมหาศาลจากในปี ๒๕๕๒ ที่มีหนี้สินในระบบเศรษฐกิจคิดเป็นร้อยละ ๑๖๐ ของจีดีพีเพิ่มขึ้นมาเป็นกว่าร้อยละ ๒๖๐ ของจีดีพีดังได้เรียนมาแล้วข้างต้น ซึ่งหากจีดีพีจีนขยายตัวไม่ทันกับการขยายตัวของหนี้สิน สิ่งที่จะตามมาคือ หายนะ แม้ทุนสำรองระหว่างประเทศมีอยู่สูงเพียงไรก็ไม่พอถม จึงเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาจีนไม่ยอมให้เศรษฐกิจชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญเลย พยายามพยุงการขยายตัวให้อยู่ในระดับร้อยละ ๖-๗ เสมอ เมื่อไรก็ตามที่ความพยายามนี้ล้มเหลว เมื่อนั้นกลิ่นวิกฤตจะเริ่มโชยออกมา 
     ข้อมูลจากสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์เรทติ้งส์ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีบริษัทจีนผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29 ราย จาก 7 รายในปีก่อนหน้า แม้ดูจะเป็นจำนวนที่น้อย แต่อัตราการเพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ ผู้น้อยคัดเนื้อหาข่าวของสำนักข่าว eFinancethai มาให้นายท่านอ่านโดยมีใจความว่า 
    “การผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกชนจีนอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหนี้คงค้างในระบบเศรษฐกิจจีนอยู่ในระดับที่ไม่ยั่งยืน ขณะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ในจีนจะมีมากขึ้นในระยะกลาง ขณะที่การออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินระยะสั้น และการก่อหนี้ในระบบเศรษฐกิจจีนเป็นปัญหาที่ต้องกังวล และการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาดังกล่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ดี ปัญหามีแนวโน้มจะลุกลามเป็นลูกโซ่ หากบริษัทหลักทรัพย์ขนาดย่อมประสบปัญหา จะส่งผลต่อไปยังธนาคารท้องถิ่น และไปยังธนาคารระดับที่ใหญ่ขึ้น นี่คือปัญหาที่จีนอาจเผชิญ อีกประการหนึ่งคือเราไม่รู้ว่า มีใครที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้บ้าง และไม่รู้ว่า เมื่อเกิดแล้วจะหาสภาพคล่องมาจากไหน ซึ่งนั่นเป็นความท้าทายของธนาคารกลางจีน” นายเจมส์ แมคคอร์แม็คผู้อำนวยการฝ่ายอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์กล่าวว่า
     ดังนั้น ผู้น้อยเห็นว่า นายท่านพึงเริ่มติดตามเสียแต่ตอนนี้จะเป็นการดี แลผู้น้อยจะทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยนี้ให้นายท่านเป็นระยะ ตัวเลขที่นายท่านพึงติดตามเป็นระยะคือ ยอดหนี้เสียในระบบสถาบันการเงินจีน ซึ่งตัวเลขของทางการนั้นค่อนข้างต่ำ จึงให้ติดตามตัวเลขของสำนักพยากรณ์ที่น่าเชื่อถือแทน ตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศของจีน การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของหนี้ในระบบเศรษฐกิจ ตัวเลขยอดสินเชื่อใหม่ การผิดนัดชำระหนี้ ผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินสำคัญของจีนรายไตรมาส ตัวเลขจีดีพี อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ 
     ดูจะเยอะเกินไปจริงไหมขอรับ เช่นนั้น ผู้น้อยวอนให้นายท่านติดตามเพียงตัวเลขเดียวคือ ผลการดำเนินของสถาบันการเงินสำคัญของจีน เพราะทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นยอดหนี้เสีย การผิดนัดชำระหนี้ หรือปัญหาทางเศรษฐกิจหรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจใดๆมักสะท้อนอยู่ในงบการเงินของธนาคาร เพราะจุดเริ่มต้นของวิกฤตการเงินอย่างเป็นทางการอยู่ที่เมื่อมีธนาคารหรือสถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่างน้อยหนึ่งแห่งล้มละลาย คราวที่แล้วเลห์แมนบาร์เธอร์ คราวก่อนโน้นก็ห้าสิบหกไฟแนนซ์ คราวนี้นายท่านไม่ต้องรอให้เกิดขึ้นแบบวันนั้น โปรดเริ่มติดตามไปเสียแต่ต้นมือ 
     อย่างไรก็ดี หากพญามังกรท่านแก้ปัญหาได้ทันท่วงที สามารถพลิกประวัติศาสตร์มิให้ซ้ำรอยได้ คราวนี้จะเป็นครั้งแรกที่ฟองสบู่หนี้สินไม่นำมาซึ่งวิกฤตการเงิน และจะเป็นบทเรียนสำคัญให้ได้ศึกษาว่า มหาอาณาจักรจีนมีกลยุทธ์อันแยบคายอย่างไร ถึงได้หลีกเลี่ยงมหาภัยเช่นนี้ที่ยังไม่เคยมีอาณาจักรใดหลีกเลี่ยงได้ แต่ในวันนี้ ผู้น้อยยังไม่เห็นว่า จีนได้ดำเนินกลยุทธ์ใดที่จะปัดเป่าภัยเช่นนี้ให้พ้นไปได้ 



สวัสดี........
 
fb : สำนักกุนซือโลกการเงิน มังกรในสระ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh