กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน โอกาสในการเติบโตของกลุ่มประเทศอาเซียน โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

โอกาสในการเติบโตของกลุ่มประเทศอาเซียน

โอกาสในการเติบโตของกลุ่มประเทศอาเซียน
โดย ชาญชัย ชัยประสิทธิ์  
หัวหน้าฝ่ายงาน Clients and Markets บริษัท PwC ประเทศไทย

    เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ต่างให้ความเชื่อมั่นและความเห็นเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2561 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการปรับตัวของราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity prices) การเติบโต และความต้องการสินค้าของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีเสถียรภาพมากขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในทวีปยุโรป และญี่ปุ่น) และที่สำคัญ คือ การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) เช่น อินเดีย และเม็กซิโก รวมไปถึง กิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจและโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (One Belt, One Road Initiative) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน 

    จากการศึกษาของศูนย์วิจัยตลาดเติบโตสูงของ PwC แสดงให้เห็นว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น และใช้นโยบายเชิงรุกเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อม และกำหนดกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในอนาคตของตนเอง 
    อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ภาวะเงินเฟ้อในประเทศตลาดเกิดใหม่บางประเทศ ความตึงเครียดอันเป็นผลจากนโยบายคุ้มครองทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ภูมิศาสตร์ทางการเมืองโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และการเลือกตั้งในประเทศตลาดเกิดใหม่บางประเทศ
    เมื่อเราพูดถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่าง “อาเซียน” ถือได้ว่าเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ในระดับสูง มีการขยายตัวของชนชั้นกลาง ขณะที่ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้รับอิทธิพลบวกจากการค้าขายของโลก อย่างไรก็ดี กลุ่มประเทศอาเซียน ควรต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการขึ้นดอกเบี้ยในประเทศที่เป็นผู้ลงทุนหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา รวมทั้งจับตาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจมีผลมาจากการเลือกตั้งในไทย และอินโดนีเซีย 
    สำหรับไทยเอง ก็ถือเป็น 1 ในประเทศที่กำลังดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายๆ ด้าน โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาครัฐฯ ผ่านโยบายทางการเงิน เพื่อผลักดันประเทศให้เข้าสู่การเป็น “สังคมไร้เงินสด” การพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ  ซึ่งสอดคล้องกับประเทศสมาชิกอื่นๆ ในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองและการแข่งขันในระดับภูมิภาค จากเดิมเป็นเพียงประเทศผู้ผลิตไปสู่การลงทุนที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น 
    นอกจากนี้ ไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ยังคาดว่าจะได้รับผลดีจากนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ของจีนที่ต้องการลงทุนในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างเครือข่ายโครงสร้างสาธารณูปโภค (เช่น เส้นทางรถไฟ ถนน ท่อลำเลียงพลังงาน และระบบจ่ายไฟฟ้า) และพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมือง การค้าการเงิน และวัฒนธรรม 
    ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยตลาดเติบโตสูงของ PwC ยังมีความเห็นด้วยว่า กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดความเลื่อมล้ำทางเศรฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชากร ทั้งนี้ ก็เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต 

    ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชี้ให้ผู้อ่าน เห็นถึงโอกาสและหนทางที่จะทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดี ล่าสุด ศูนย์วิจัยตลาดเติบโตสูงของ PwC ยังได้จัดทำรายงานประจำปี 2561 ในหัวข้อ ‘The Future of ASEAN – Time to Act’ โดยนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนให้หลุดพ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเชื่องช้า รวมทั้งการเพิ่มมาตรการเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุน พัฒนาสถาบันการเงิน รวมทั้งบุคลากร และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสอย่างมีนัยสำคัญของภาคเอกชนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในอาเซียน สำหรับท่านที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.pwc.com/gmc 
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh