กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน รู้ทันกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจประกันภัยยุคดิจิทัล โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

รู้ทันกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจประกันภัยยุคดิจิทัล

โดย อโนทัย ลีกิจวัฒนะ
หัวหน้าสายงานธุรกิจประกันภัยและหุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย

    เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท PwC ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม PwC’s Global Insurance Leadership Meeting 2019 ขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำของ PwC ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับกลุ่ม รวมถึงผู้นำในแต่ละสายงานบริการ และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมากกว่า 100 ราย ได้มาร่วมอัพเดทเทรนด์ของอุตสาหกรรมประกันภัย และพูดคุยในประเด็นต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจประกันภัยในบ้านเราด้วย
   
     การประชุมในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นด้วยกันสองวัน และมีหลายเรื่องที่น่าสนใจที่ดิฉัน อยากนำมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ เรื่องแรกคือแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ประกันภัยในตลาดสำคัญอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งปัจจุบันธุรกิจประกันภัยของจีน มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองแค่เพียงสหรัฐอเมริกา และจีนยังเป็นผู้นำเทรนด์ของธุรกิจใหม่ๆ ในเอเชียด้วย ท่านผู้อ่านลองเดาซิคะว่า ในปีที่ผ่านมา คนจีนซื้อประกันประเภทไหนมากที่สุด?
    คำตอบ คือ “ประกันอุบัติเหตุ” เพราะเป็นประกันภัยที่คนจีนต้องการมากที่สุดในทุกๆ ช่วงอายุ ในขณะที่ “ประกันสุขภาพ” เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อมากเป็นอันดับที่สอง โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาว (ช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี) และผู้สูงอายุ (ช่วงอายุ 55ปีขึ้นไป) ส่วนอันดับที่สามคือ “ประกันชีวิต” ที่มีวัยกลางคน (ช่วงอายุระหว่าง 25-55 ปี) เป็นผู้ซื้อส่วนใหญ่ ตามมาด้วยอันดับที่สี่คือ “ประกันภัยรถยนต์” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวัยกลางคน (ช่วงอายุระหว่าง 25-50 ปี) และสุดท้ายอันดับที่ห้าคือ “ประกันภัยโรคร้ายแรง” ซึ่งถ้าจะให้มองเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ประกันในไทย ดิฉันเชื่อว่า ไม่แตกต่างจากนี้มากนัก
    อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบริษัทประกัน คงหนีไม่พ้นเรื่องการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยในการประชุมนี้ มีการสรุป 5 หลักการสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัยให้เติบโตในยุคดิจิทัล ดังนี้
    1.ทบทวนรูปแบบการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องหาให้พบว่า ธุรกิจของเรามีอะไรที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง แล้วดึงจุดแข็งนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และใช้ป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
    2.สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสมโดยเน้นไปที่การให้บริการ กำหนดการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ชัดเจน เช่น กำหนดว่าใครคือพันธมิตรทางธุรกิจ เลือกระบบปฏิบัติการให้เหมาะสม นอกจากนี้ ต้องมีกลยุทธ์ในการสร้างความภักดีของลูกค้าและพันธมิตรด้วย
    3.ลดความซับซ้อนของการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน โดยนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความทันสมัยให้กับการสร้างฐานข้อมูลลูกค้า เพราะเมื่อมีการเก็บข้อมูลที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยให้บริษัทเข้าใจความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น และนอกจากนี้ ควรเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ร่วมกัน และต้องบริหารความสัมพันธ์และสื่อสารกับลูกค้าโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน
    4.พัฒนาทักษะของทาเลนท์ในองค์กร ผู้นำธุรกิจประกันต้องใส่ใจในเรื่องของการเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจประกันภัยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านการขาย ที่มีช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งลูกค้าใช้เทคโนโลยีมาช่วยตัดสินใจมากขึ้น ด้านการเคลมที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในธุรกิจประกันภัยที่เรียกว่า  InsurTech ด้วย ซึ่งหากพนักงานได้รับการพัฒนาและอบรมทางด้านทักษะอยู่เป็นประจำ ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพขององค์กรมีมากขึ้นในระยะยาว และช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ตามที่วางไว้
    5.มองการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องหลักของธุรกิจ ผู้บริหารบริษัทประกันภัยต้องมีวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้าง เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน และมีความยืดหยุ่นก็จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    สิ่งที่นำมาแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่าน ล้วนเป็นข้อสรุปที่ผู้เชี่ยวชาญของ PwC ที่อยู่ในธุรกิจประกันภัยระดับโลกนำมาใช้ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า ซึ่งดิฉันหวังว่า ผู้ประกอบการและท่านผู้อ่านจะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจประกันของตนให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh