กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน โอกาสการลงทุนต่างๆ ท้ายปี 2021 โดย ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

โดย
ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

:.
.

โอกาสการลงทุนต่างๆ ท้ายปี 2021

บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ
facebook: MacroView

 

โอกาสการลงทุนต่างๆ ท้ายปี 2021

 

     เผลอแวบเดียว เรากำลังเข้าใกล้ไตรมาสสุดท้ายของปีกันแล้ว บทความนี้จะขอพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อส่องหาโอกาสในการลงทุนต่างๆที่กำลังน่าจะเกิดขึ้น ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ว่ามีอะไรกันบ้าง ดังนี้

 

1. กฎหมายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ หรือที่เรียกกันว่า Infrastructure Bill (Infra Bill) ของรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ผู้นำ โจ ไบเดน โดยคาดกันว่า ส่วนที่เน้นการสร้างโครงการการก่อสร้างด้านต่างๆมูลค่า 1ล้านล้านดอลลาร์ น่าจะสามารถผ่านสภาคองเกรสได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

 

    ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า Infra Bill แบ่งเป็น 2ส่วน ได้แก่ หนึ่ง ส่วนที่เน้นการสร้างโครงการการก่อสร้างด้านต่างๆ 1ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายฉบับที่เสนอร่วมกันระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน และ สอง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของประชาชนชาวสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพและผู้สูงโอกาส รวมถึงผู้ด้อยโอกาส มูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสภาโดยพรรคเดโมแครต

 

    ซึ่งในส่วนแรก ได้ผ่านการโหวตของสภาสูงไปเรียบร้อยเมื่อสัปดาห์ก่อน และกำลังรอผ่านการโหวตจากสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนโครงการส่วนที่สอง คาดว่าจะเริ่มผ่านกระบวนการโหวตของสภาสูง ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งน่าจะมีความยากที่จะผ่านสภามากกว่าฉบับแรก เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายฉบับของพรรคเดโมแครตเอง

 

   โดยรายละเอียดของ Infra Bill  มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ประกอบด้วยโครงการถนนหนทาง สะพาน และโปรเจ็คต์ใหญ่ๆ มูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โครงการคมนาคมสาธารณะ อาทิ รถบัส รถไฟ และทางรถไฟต่างๆ ในระยะเวลา 5 ปีต่อไป โครงการรถไฟขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร มูลค่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โครงการด้านน้ำดื่มสะอาดมูลค่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมูลค่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ 

 

   จากการวิเคราะห์ของทางการสหรัฐ พบว่าโครงการทั้งสองส่วน จะทำให้งบภาครัฐขาดดุลเพิ่มขึ้นมูลค่า 2.56 แสนล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 10 ปีถัดไป 

 


2. หันมาพิจารณาทางฝั่งยุโรป ยังมีมาริโอ ดรากิ นายกรัฐมนตรีอิตาลี ที่คอยเป็นตัวช่วยให้กับเศรษฐกิจยุโรปผ่านการกระตุ้นด้วยเม็ดเงินขนาดมหาศาลของนโยบายการคลัง จากสหภาพยุโรปสู่เศรษฐกิจอิตาลี อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงิน จากการที่เขาสามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ดี ในฐานะอดีตประธานธนาคารกลางยุโรปที่ตัวเขาเองทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี

 

3. เศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อยุโรปที่ดูแล้ว มีโอกาสที่จะเป็นไปในทิศทาง ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ณ ตอนนี้ น่าจะทำให้ธนาคารกลางยุโรปสามารถ เข้าสู่เฟสการผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบไร้แรงกดดัน โดยน่าจะสามารถทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจยุโรปเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เรื่อยๆเป็นลำดับอย่างรวดเร็วกว่าช่วงที่แล้ว 

 

4. เจย์ พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะครบวาระในตำแหน่งนี้ ในช่วงต้นปีหน้า มีโอกาสสูงที่จะสามารถดำรงตำแหน่งนี้ในวาระที่สองต่อไปอีก ซึ่งตรงนี้ น่าจะทำให้ตัวช่วยของการลงทุนของตลาดหุ้นยังอยู่กับเราต่อไปอีก 4 ปี  

 

5. การเลือกตั้งใหญ่ในการเลือกผู้นำเยอรมันในเดือนกันยายน 2021 น่าจะมีโอกาสสูงที่พรรค CDU ของแองเจลล่า แมร์เคิล จะสามารถคว้าคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ผู้นำพรรคท่านใหม่อย่าง อามิน ลาเช็ตต์ จะสามารถสานต่อการเป็น ผู้นำเยอรมันต่อจากแมร์เคิล โดยนโยบายต่างๆ ของเขาดูแล้วยังมีความใกล้เคียงกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ซึ่งน่าจะทำให้บรรยากาศด้านการเมืองของยุโรปยังคง ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของแมร์เคิล   

 

6. ในส่วนของตลาดเกิดใหม่นั้น เศรษฐกิจอินเดีย ดูแล้ว น่าจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นมาในช่วงนี้ค่อนข้างน้อยกว่าเพื่อน อย่างไรก็ดี อินเดียเองยังมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่จะค่อยๆสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านการเมืองจากนโยบายของนาเรนดรา โมดิ ต่อชาวมุสลิมของอินเดียในบางส่วน

 

7. ด้านละตินอเมริกา แม้ว่ายังคงได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่สูงขึ้น อันเป็นผลพวงมาจาก Supply Disruption ตรงนี้ จะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อของประเทศในละตินอเมริกาให้สูงขึ้น อุปสงค์ของภูมิภาคดังกล่าวก็จะสูงขึ้นบ้างด้วย จากโควิดที่น่าจะ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในหลายประเทศ ซึ่งน่าจะส่งผลให้อัตรา การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ 

 

    จึงเห็นได้ว่า ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟได้ทบทวนอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของบราซิลให้สูงขึ้นกว่าเมื่อ 3 เดือนก่อน ค่อนข้างมากกว่าประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งข่าวดี นั่นคือ ภูมิภาคนี้ น่าจะได้รับผลกระทบจาก ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าไม่มากเหมือนยุคทศวรรษ 1980 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นของประเทศเหล่านี้จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาอย่างค่อนข้างรวดเร็ว 

 

    ท้ายสุด การเปิดประเทศของอังกฤษหลังจากโควิด แม้ว่าจะมีโควิดเดลต้าเกิดขึ้นมาก็ตามที น่าจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นค่อนข้างเร็ว นั่นจะเป็นตัวกดดันให้ธนาคารกลางอังกฤษชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และมีโอกาสที่จะส่งผลทำให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงเวลาต่อจากนี้







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh