กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน Bitcoin  ตอน 3 โดย นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ .

โดย
นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ .

:.
.

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน Bitcoin ตอน 3

      ใน 2 ครั้งก่อนผมได้อธิบายถึงหลักการลงทุนใน Cryptocurrency ไว้ว่ามี 3 มิติ และอธิบายมิติแรกคือ Trading หรือการซื้อขายเงินดิจิทัลบนกระดานแลกเปลี่ยน และในตอนนี้ผมจะเข้ามาที่เรื่อง Mining ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมิติของการลงทุนที่น่าสนใจครับ อันที่จริงรายละเอียดเกี่ยวกับการขุดและเครื่องขุดมีเยอะมาก เอาไว้มีโอกาสจะนำมาเล่าให้ฟังกันครับ  วันนี้เน้นเฉพาะการลงทุนก่อน

       Mining หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า การขุด หรือการทำเหมืองขุดบิทคอยน์นั่นเอง อันที่จริงการทำ Bitcoin mining farm ไม่ใช่การทำเหมืองขุดหาแร่อย่างที่เราคุ้นเคยนะครับ จริง ๆแล้วมันก็คือการได้ค่าธรรมเนียมจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการยืนยันธุรกรรมในระบบ Blockchain นั่นเอง โดยปกติระบบ Blockchain ซึ่งเป็น peer to peer นั้น เป็นระบบที่มีการส่งผ่านข้อมูลจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งโดยไม่มีตัวกลาง ซึ่งต่างจากระบบปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น การโอนเงินจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งนั้น เราต้องมีธนาคารเป็นตัวกลางในการทำรายการและยืนยันให้ว่ามีการโอนเงินจริง และมีการรับเงินจริง เพราะถ้าไม่มีตัวกลางก็ไม่มีหลักฐานและอาจมีการโกงกันได้ ในระบบ Blockchain ก็เช่นกัน การโอนเงินดิจิทัลจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นแบบ Peer to peer แต่ก็ต้องมีคนกลางมายืนยัน  และคนกลางก็จะได้ค่าธรรมเนียมในการยืนยันธุรกรรม คนกลางนี่ก็คือ Miner หรือคนขุดนั่นเอง โดยค่าธรรมเนียมที่ได้ก็จะเป็นเหรียญดิจิทัลในระบบนั้น ๆ  นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าการทำเหมืองขุดบิทคอยน์ 

       การทำเหมืองขุดบิทคอยน์ ก็คือการลงทุนซื้ออุปกรณ์หน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวนแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อเป็นการเข้าถึงการยืนยันธุรกรรมในระบบBlockchain โดยในปัจจุบันทำได้ 2 รูปแบบคือ

  1. ซื้อการ์ดจอ หรือ GPU (Graphics Processing Unit) แล้วนำมาประกอบเอง คล้ายๆการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วลงโปรแกรมขุด ซึ่งก็ยุ่งยากพอควรสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาก่อน แต่เครื่องพวกนี้มีข้อดีคือสามารถปรับแต่งให้ขุดได้หลาย algorithm หรือขุดเหรียญดิจิทัลได้หลายชนิด
  2. ซื้อเครื่องประมวลผลสำเร็จรูปที่เรียกว่า ASIC (Application Specific Integrated Circuit) ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขุดอย่างเดียว ซึ่งก็ง่ายขึ้นมาก เพราะเพียงเสียบปลั๊กไฟ แล้วลงโปรแกรมเล็กน้อย ก็ลงมือขุดได้เลย แต่ข้อเสียก็คือมันขุดได้เฉพาะบาง algorithm เท่านั้น หรือพูดง่ายๆคือขุดได้เฉพาะเหรียญ

การลงทุนทำ mining สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีดังนี้

  1. ต้นทุนค่าเครื่อง และอุปกรณ์ขุด รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง เช่น internet, ระบบไฟ เป็นต้น
  2. ต้นทุนค่าไฟ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการขุด
  3. ต้นทุนค่าเช่าสถานที่ ค่าคนดูแล เพราะต้องเปิดเครื่อง 24 ชม.ไม่มีหยุด
  4. ราคาเหรียญ หรือเงินดิจิทัลที่เราขุดได้

เห็นมั้ยครับว่ามันก็ยุ่งวุ่นวายพอสมควรที่จะต้องเข้ามาบริหารจัดการ แต่ถึงกระนั้นการลงทุนทำ Mining Farm ก็เสี่ยงน้อยที่สุด เพราะค่าเฉลี่ยผลตอบแทนในช่วงปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 5-10% ต่อเดือน  (ต่อเดือนนะครับไม่ใช่ต่อปี) นี่คือเหตุผลที่ทำให้คนทั่วโลกแย่งกันซื้อการ์ดจอจนขาดตลาดไงครับ และนอกจากวิธีการลงทุนในเครื่องขุดทั้ง 2 วิธีแล้ว ก็ยังมีอีกวิธีครับ ก็คือ Cloud Mining หรือการซื้อแรงขุดออนไลน์ วิธีการนี้ก็คือการใช้เงินซื้อแรงขุดกับบริษัททำเหมืองขุดบิทคอยน์ที่ทำเวปขายแรงขุดทางออนไลน์ ซึ่งวิธีนี้ผมไม่ค่อยแนะนำครับ เพราะมีการหลอกลวง และโกงจำนวนมากครับ

การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลก่อนการลงทุนครับ โชคดีครับ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh