สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

กุนซือโลกการเงิน

| 2 พฤษภาคม 2561

กุนซือโลกการเงิน สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน Bitcoin  ตอน 4 โดย นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ .

โดย
นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ .

:.
.

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน Bitcoin ตอน 4

 What needs to know when start in Bitcoin investment?

           ในครั้งนี้ผมจะอธิบายถึงมิติสุดท้ายของการลงทุนใน Cryptocurrency ครับ นั่นก็คือ การลงทุนใน ICO นั่นเอง ทั้งนี้ผมจะมองเฉพาะมุมของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนซื้อเหรียญ หรือ ICO Token เพื่อรอขายทำกำไรในวันข้างหน้า เสมือนการซื้อหุ้น IPO ครับ  ส่วนการออก ICO ระดมทุน ถือเป็นเรื่องของการระดมทุนครับ (Fund raising) ไม่ใช่การลงทุน (Investment)


           โดยปกติ ICO Token สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆตามการใช้งาน ก็คือ 1. Payment Token สำหรับการใช้จ่าย รับ โอน 2. Asset-backed Token ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า และ 3. Utility Token สำหรับใช้แลกสินค้า หรือบริการต่าง ๆ ทั้งนี้มูลค่าของ ICO Tokenในอนาคตนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้คือ ความสำเร็จของแผนงานตาม roadmap ที่วางไว้ ความต้องการใช้เหรียญTokenนั้น ๆในระบบ  ปริมาณเหรียญที่Supplyในระบบ การเพิ่มมูลค่าให้เหรียญจากผลกำไรในอนาคต เช่นการปันผลกำไรโดยการทำ air drop เป็นต้น ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดควรจะมีอธิบายไว้ใน Whitepaper แต่ก็อย่าลืมนะครับว่า Whitepaper บางทีก็เขียนขึ้นจากการขายฝันล้วน ๆ โดยส่วนตัวผมมองว่ายังมีสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอีกมากดังนี้
         1.    ทีมงานมีความน่าเชื่อถือ และเชี่ยวชาญในสิ่งที่จะทำเพียงใด 
         2.    ส่วน Tokenฟรีของ Founder, partner และ advisors มีจำนวนเท่าใด และมีช่วงเวลาห้ามขาย หรือ Locked  นานแค่ไหน เพราะถ้าไม่มีช่วงเวลาที่ห้ามขายนานพอ บางคนในกลุ่มนี้อาจเทขายออกมาได้ทุกราคา หลังเข้าซื้อขายในกระดานแลกเปลี่ยน หรือ Exchange  ทำให้ราคา Token ตกลงอย่างรุนแรง
        3.    มีการขาย pre-ICO หรือไม่ และราคาเป็นอย่างไร เพราะถ้าราคาถูกมาก และไม่มี Locked period นานพอ มันก็จะถูกเทขายออกมาเช่นกัน
        4.    หลังจากชำระเงิน อีกนานแค่ไหนจึงจะได้ Token และเมื่อไหร่จะเข้าซื้อขายใน Exchange ถ้านานเกินกว่า 3 เดือน ผมมองว่าเริ่มมีความเสี่ยงครับ และเสียโอกาสนำเงินไปลงทุนอย่างอื่นด้วย
       5.    มีแผนการนำ Token เข้า Exchange ไหนบ้าง อันนี้ทำให้เราประเมินสถานการณ์ได้ว่า สภาพคล่องหลังเข้าซื้อขายจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากโดยเฉพาะรายที่ซื้อ Token ไว้จำนวนมากคือ ท่านจะขายไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสภาพคล่อง และต้องทนถือติดมือไปอีกนาน ยกเว้นท่านที่ต้องการถือเพื่อการลงทุนระยะยาว และสำหรับคนไทยจะได้วางแผนได้ว่าเมื่อท่านขายแล้ว จะแปลงกลับเป็นเงินบาทได้อย่างไร หากเทรดใน Exchange ต่างประเทศ

        ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นมุมมองในฐานะนักลงทุนนะครับ  แต่สำหรับนักเทคนิค หรือนักพัฒนานักเขียนโปรแกรมนั้น ก็จะดูถึงการเขียน code ว่าได้คุณภาพหรือไม่ ความยาวของฟังก์ชั่นก็ไม่ควรเกิน 50 บรรทัดของcode  และควรใช้ open-source code เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องเทคนิคมากไปหน่อย นักลงทุนอย่างเราๆท่านๆยังไม่จำเป็นต้องรู้ครับ  และสุดท้ายที่ผมอยากเตือนก็คือ การลงทุนใน ICO ถือว่ามีความเสี่ยงสูงสุด เพราะกว่า 90% ล้มเหลว หรือมีการฉ้อโกงบ่อยมาก โดยเฉพาะหากมีใครนำ ICO จากต่างประเทศเข้ามาขายในเมืองไทย มีการปั้นดีลขึ้นมาใหม่ โดยอ้างว่าเป็นการออก ICO ที่ต่างประเทศ เพื่อนำเงินไปทำโปรเจค และอาจมีการ set up บริษัทในเมืองไทยไว้เพื่อเป็น Partner แล้วเอา ICO Token มาขายให้นักลงทุนในเมืองไทย บางรายออกสื่อต่าง ๆให้ดูน่าเชื่อถือด้วย รวมถึงการเอาบุคคลที่มีชื่อเสียงมาอ้างว่าได้ร่วมลงทุนซื้อ ICO นี้แล้ว ถ้าพบเจอแบบนี้ ไม่ว่าจะดูดี ดูน่าเชื่อถือแค่ไหน ก็ต้องระวังให้มาก ๆ ครับ  เพราะท่านอาจสูญเงินลงทุนของท่านทั้งหมดได้ เนื่องจากหากมีปัญหาขึ้นมา ก็ปัดความรับผิดชอบไปให้บริษัทที่ต่างประเทศทันที แล้วท่านก็ไม่รู้จะไปตามเงินลงทุนคืนได้อย่างไร  การฟ้องร้องก็ทำไม่ได้ แบบนี้สูญเงินแน่นอนครับ

           Disclaimer: เนื้อหาในบทความนี้เขียนจากความรู้และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงินหรือการลงทุน และผู้เขียนก็มิได้เป็นผู้แนะนำด้านการเงินการลงทุน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจลงทุน


 

      
         
    
             

 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh