สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

กุนซือโลกการเงิน

| 26 มีนาคม 2561

กุนซือโลกการเงิน ตอน มหาสงครามการค้าโลก โดย มังกรในสระ .

โดย
มังกรในสระ .

:.
.

ตอน มหาสงครามการค้าโลก

กุนซือโลกการเงินตอน มหาสงครามการค้าโลก

 

       ผู้น้อย ‘มังกรในสระ’ น้อมรับใช้นายท่าน เพลานี้ย่อมเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า สองมหาอาณาจักรแห่งโลกการเงินได้แก่ อเมริกาและจีนกำลังจะทำศึกสงครามการค้าครั้งประวัติศาสตร์ต่อกัน หลังประมุขแห่งมหาอาณาจักรอเมริกาท่านประกาศเรียกระดมพลด้วยการเร่งจัดทำมาตรการลงทัณฑ์ทางการค้าต่อมหาอาณาจักรจีน ซึ่งประกอบด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนนับร้อยรายการในอัตราร้อยละ ๒๕ คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๖ หมื่นล้านเหรียญ อันจะมีผลภายในเวลาไม่ถึง ๒ เดือนข้างหน้า ก่อนจะมีมาตรการอื่นๆตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการลงทุนจากจีน ไปจนถึงการจำกัดจำนวนชาวจีนที่จะเข้าสู่อาณาจักรของท่าน ขณะที่ประมุขแห่งมหาอาณาจักรจีนก็เตรียมตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯบางรายการ อาทิ เนื้อสุกร ท่อเหล็ก อลูมิเนียม ผลไม้ และไวน์ คิดเป็นมูลค่าราว ๖ พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังถือว่าเป็นการดำเนินการศึกในลักษณะดูเชิงเท่านั้น แม้ฝ่ายตรงข้างจะเตรียมทำศึกใหญ่ และยืดเยื้อก็ตาม 

       ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แลโลกการเงินของเราที่กำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นอยู่แล้ว ยังกลับต้องเผชิญมหาสงครามครั้งประวัติศาสตร์นี้ไปในเวลาเดียวกัน นับว่า น่ากังวลอยู่มิใช่น้อย เนื่องด้วยจีนนั้นถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของนานาประเทศ ไม่ว่าดินแดนใดล้วนแต่ประสงค์จะส่งสินค้าไปขายที่นั่นกันทั้งนั้น เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่โตที่สุดในโลก อีกทั้งมีกำลังซื้อสูง หากจีนจนลงเพราะถูกโจมตีด้วยกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ บรรดานานาประเทศที่มุ่งส่งออกสินค้าไปจีน ก็จะพลอยได้รับความลำบากไปด้วย อีกทั้ง อาจต้องเผชิญกับการทุ่มตลาดสินค้าจากจีน เพราะจีนย่อมจะต้องหาแหล่งระบายสินค้าแหล่งใหม่แทนสหรัฐฯ ถึงเพลานั้น ผู้น้อยยังจินตนาการไม่ออกว่า ผู้ประกอบการในนานาประเทศที่มีต้นทุนสู้ผู้ประกอบการในจีนไม่ได้ จะยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้หรือไม่ แลหากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลในประเทศเหล่านั้น ซึ่งรวมถึงไทยด้วย ย่อมจะต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าส่งออกจากจีนไหลทะลักเข้าประเทศ มิฉะนั้น ย่อมเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอันมาก จึงกล่าวได้ว่า ศึกครั้งนี้นับเป็นมหาสงครามการค้าโลกเลยทีเดียว 

       อย่างไรก็ตาม โบราณว่า สุนัขเห่า มักไม่กัด หากเป็นจริงเช่นนั้น ผู้น้อยแลนายท่านอาจหวังได้ การคำรามดุจราชสีห์ของสหรัฐฯว่า จะจัดการกับจีนต่างๆนานาด้วยมาตรการที่เด็ดขาด รุนแรง และยาวนานเพื่อทวงคืนบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ทางการค้าโลก อาจเป็นเพียงการทำสงครามจิตวิทยาเท่านั้น เพราะไม่ใช่ว่า เมื่อราชสีห์ผมทองนามท่านประธานาธิบดีทรัมป์จะสั่งการให้จัดทำรายการสินค้านำเข้าจากจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีแล้ว จะสามารถดำเนินการได้ทันที ยังต้องรอทำประชาพิจารณ์จากผู้นำเข้าที่ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย ๑ เดือน หลังจากประกาศรายชื่อสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าแล้ว จึงยังพอมีความหวังอยู่บ้างว่า ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว กระแสต่อต้านจากผู้ประกอบการภายในสหรัฐฯเองจะมีน้ำหนักเพียงพอให้ท่านผู้นำเปลี่ยนความคิด และลดเสียงคำรามลง บรรยายาการค้าโลกก็จะดีขึ้น แต่หากกระแสต่อต้านไม่มีน้ำหนักพอ จำเรา โดยเฉพาะบ้านเมืองไทยจะต้องเตรียมการรับมือให้ดี เราจะไม่ยอมเป็นหญ้าแพรกที่แหลกราญ จริงไหมขอรับ 

       ในความเห็นของผู้น้อยนั้น การประกาศสงครามการค้าของอเมริกาครั้งนี้ เป็นการดำเนินการศึกตัดไฟแต่ต้นลม หมายจะไม่ให้พญามังกรผงาดขึ้นมาเทียมเท่าพญาอินทรีย์ตามนโยบายของท่านทรัมป์ที่ว่า จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนั่นเอง จึงหาข้ออ้างในการกำราบจีนโดยการกล่าวโทษว่า จีนนั้นขโมยทรัพย์สินทางปัญญาไปเป็นมูลค่ามหาศาล บริษัทที่ไปลงทุนในจีนนั้น ต้องยอมเปิดเผยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อแลกกับการดำเนินธุรกิจในจีน จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้เขาก็ทำกันทุกประเทศนั่นแหละ แม้แต่อเมริกาเอง ก็โจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญาเขาอยู่ลับๆ ใครมีเทคโนโลยีอะไร คิดค้นอะไรใหม่ๆได้ ทำไมสหรัฐฯจะไม่รู้ แม้แต่เทคโนโลยีการปลูกข้าวของไทย ก็ยังมาลอกเอาไป หากนายท่านลองไปฟังเพลง อเมริกา อเมริโกย ของวงคาราบาว ก็จะทราบเรื่องราวเป็นอย่างดี ฉะนั้น การลงโทษจีนฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จึงฟังไม่สมเหตุสมผล เหตุผลจริงๆคือจะเป็นหมาอำนาจแต่เพียงผู้เดียวต่างหาก ใครเผยอขึ้นมาไม่ได้ 

       แต่ทว่าการดำเนินกลยุทธ์ตัดไฟแต่ต้นลมครั้งนี้ดูจะสายเกินไป แลเป็นการหยิกเล็บเจ็บเนื้อมากกว่า เพราะผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าจีนคือผู้ผลิตสินค้า ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในสหรัฐฯเองต่างหากที่จะเดือดร้อนจากการซื้อวัตถุดิบและบริโภคสินค้าที่แพงขึ้น ที่สหรัฐฯมีเวลาไปคิดทำเรื่องไฮเทคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องโซเชี่ยลมีเดีย เรื่องเทคโนโลยีเสมือนจริง เรื่องตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร เรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงเรื่องภาพยนตร์มอมเมาชาวโลกอย่างเพลานี้ ก็เพราะได้ยกภาระในการผลิตวัตถุดิบและสินค้าประเภทต้นน้ำและกลางน้ำให้กับจีนไปแล้ว จึงไม่ต้องเป็นกังวลกับการผลิตสินค้าที่มีต้นทุนสูงแต่ราคาถูกหากจะต้องผลิตเอง 

       แลหากสหรัฐฯเห็นว่า แม้การนำเข้าของถูกจากจีนจะได้ประโยชน์ก็จริง แต่ทว่าต้องแลกกับการขาดดุลการค้าในระดับใกล้เคียง ๔ แสนล้านเหรียญนั้น ทำให้ต้องสร้างสมดุลและความเป็นธรรมทางการค้าบ้าง ข้ออ้างนี้ก็ยังฟังไม่ขึ้น เพราะว่า ตัวเลขดุลการค้าไม่ได้เป็นตัวเลขที่สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯแต่อย่างใด เพราะสหรัฐฯไปประกอบกิจการในเกือบทุกประเทศทั่วโลก อาจยกเว้น เกาหลีเหนือ และสินค้าที่นำเข้ามานั้นเอง ย่อมต้องมีส่วนที่ผู้ประกอบการของสหรัฐฯที่ไปดำเนินงานในต่างประเทศได้รับประโยชน์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม คิดง่ายๆเช่น แทบทุกบริษัทในโลกต้องใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องใช้หน่วยประมวลผลของอินเทล หรือ เอเอ็มดี การที่บริษัทเหล่านั้นส่งสินค้าไปขายยังสหรัฐฯ หากมีกำไรดี ก็อาจจะลงทุนด้านฮาร์ดแวร์เพิ่ม อินเทลกับเอเอ็มดีก็จะได้ประโยชน์ กล่าวโดยสรุปคือ มหาอำนาจโดยแท้อย่างสหรัฐฯไม่จำเป็นต้องสนใจตัวเลขดุลการค้า เพราะการประกอบกิจการของอเมริกาคือทั้งโลก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ โลกนี้เป็นของอเมริกา ไม่มีการขาดดุลการค้าใดๆทั้งสิ้น ที่แสดงตัวเลขขาดดุลการค้านั้นคือการขอความเห็นใจเพื่อจะใช้เป็นข้ออ้างบำราบจีนเท่านั้น

       ผู้น้อยขอกล่าวว่า อเมริกาไม่เคยขาดดุลการค้า ตราบที่โคคา โคลา หรือ เป๊ปซี่มีจำหน่ายทั่วโลก โลกนี้คือโลกที่อเมริกาเป็นผู้ใช้ประโยชน์อย่างมากที่สุดกว่าทุกประเทศ จึงไม่มีดุลการค้าใดๆให้ขาด เพราะได้ดุลทางอื่นรวบไว้หมด

       เมื่อท่านผู้นำทรัมป์ประสงค์จะให้อเมริกา Great Again จึงเป็นธรรมดาที่ท่านต้องดำเนินกลศึกให้อเมริกา Greed Again ด้วยการต่อต้านการค้าเสรีเสียเอง ทั้งที่เป็นผู้ริเรื่มและบุกเบิกแนวทางนี้เองแท้ๆ ผู้น้อยรู้สึกเหนื่อยใจกับท่านผู้นำคนนี้เหลือประมาณ ซึ่งก็คงไม่ต่างจากชาวอเมริกันอีกเป็นจำนวนมาก กระนั้นก็ดี ความดีงามแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดผูกขาดอำนาจ จะช่วยยุติความโกลาหลแห่งโลกการค้าและการเงินในที่สุด หากสงครามการค้าเกิดขึ้นจริงๆอย่างชนิดที่ดุเดือดรุนแรง ย่อมมีแต่ผู้แพเพราะขึ้นชื่อว่าสงครามนั้น เมื่อเกิดแล้ว ย่อมมีแต่ผู้แพ้ ด้วยต่างฝ่ายต่างสูญเสีย เมื่อนั้นอเมริกันชนจะเป็นผู้ตัดสินใจได้ดีที่สุดว่า จะให้ผู้นำที่ก่อสงครามการค้าอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ซึ่งอีกไม่กี่ปีคงจะได้ทราบกัน

 

สวัสดี........
 
fb : สำนักกุนซือโลกการเงิน มังกรในสระ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh