กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน จับสัญญาณเศรษฐกิจประเทศไทย 64 โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

จับสัญญาณเศรษฐกิจประเทศไทย 64

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

    เผลอแป๊บเดียว เราก้าวเข้าสู่ปีฉลูมาครบ 1 เดือนแล้วนะครับ ปีนี้เรายังต้องเผชิญหน้ากับโควิด-19 กันต่อ แต่ก็หวังว่า การเริ่มฉีดวัคซีนในหลายประเทศทั่วโลกจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นในที่สุด แต่ในระหว่างนี้ ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ก็คงต้องต่อสู้กับความท้าทายและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกันต่อไป 

 

    เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารโลก (World Bank) ได้คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2564 ว่า จะเติบโตเพียง 4% ในขณะที่สำนักวิจัยของไทยเอง ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเห็นการฟื้นตัว โดยเติบโตอยู่ระหว่าง3.2% ถึง 4.0% หลังจากติดลบ 6.5% เมื่อปีที่ผ่านมา การฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในการทำธุรกิจ ความกังวลของผู้บริโภค และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยที่ยังสร้างความน่ากังวลให้กับทุกฝ่าย

 

    ล่าสุด เรายังพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมการระบาดระลอกนี้ได้ เศรษฐกิจโดยรวมก็น่าจะยังคงฟื้นตัวล่าช้าออกไป เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และการเลิกกิจการของบริษัทในวงกว้าง หนี้เสียเพิ่มขึ้น นำไปสู่การชะลอตัวของการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยนั้นขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลักด้วยกัน คือ หนึ่ง ภาคการท่องเที่ยว สอง ภาคส่งออก และสาม การบริโภคภาคเอกชน

 

    ทุกท่านทราบดีว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ โดยมีสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมสูงถึง 13-15% ของจีดีพี หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เราพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างมาก เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ธุรกิจนำเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรมต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย โดยปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ ทำให้เราสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปหลายหมื่นล้านบาท

 

    ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยการออกมาตรการผ่อนคลายข้อจำกัดเดินทาง และอนุญาตให้นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA - STV) สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ รวมถึงออกมาตรการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวภายในประเทศ 

 

    อย่างไรก็ดี ความหวังของการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังจากหลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนแล้ว น่าจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะสามารถเดินทางกลับเข้ามาเที่ยวไทยได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

 

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์การการเติบโตของภาคการส่งออกของไทยปีนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ที่ 4.7% - 5.7% ตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่จะเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยองค์การค้าโลก (WTO) คาดการณ์ว่า มูลค่าการค้าโลกจะขยายตัว 7.2% จากที่ติดลบ 9.2% ในปี 2563 

 

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประมาณการณ์นี้ ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากการส่งออกขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของไวรัสและการรับมือของรัฐบาลในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน โดยในไทย ศูนย์วิจัยอีไอซี (SCB EIC) ประเมินว่า ผู้ส่งออกไทยอาจต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกค้างในต่างประเทศ ซึ่งจะกระทบการส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาจนถึงไตรมาส 1 ของปีนี้ 

 

    นอกจากนี้ ประเภทของสินค้าส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวไม่เท่ากัน โดยประเภทของสินค้าที่คาดว่า จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว ได้แก่ สินค้าสุขภาพ สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่สินค้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ เครื่องจักรกล และเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

    สุดท้าย การบริโภคภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างมากในปี 2563 โดยติดลบ 1.1% และนับเป็นการหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2542 เนื่องจากการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเลิกจ้างงาน และรายได้ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ และช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย 

 

    นอกจากนี้ กำลังซื้อจากกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มที่มีรายได้สูงยังสามารถช่วยพยุงการบริโภคไม่ให้ซบเซาได้ในระดับหนึ่งหลังจากมาตรการกระตุ้นเสรษฐกิจของภาครัฐและการแพร่ระบาดของโควิด – 19 สิ้นสุดลง เราน่าจะเห็นการตัวเลขการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนอย่างแท้จริง ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่า จะขยายตัวราว 2.8%

 

    จากที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ยังมีความไม่แน่นอนสูง สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดคือ การบริหารเงิดสดที่ดี นอกจากนี้ ยังต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มอลด้วย ดังนั้น  ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามข่าวสารและเทรนด์ของธุรกิจอยู่เสมอ รวมถึงต้องศึกษารูปแบบการใช้จ่ายของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะการณ์ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตน หากใครปรับตัวไม่ทัน ความสามารถในการแข่งขันก็จะน้อย และไม่สามารถอยู่รอดในธุรกิจได้







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh