บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/55 

“ไม่หลุด 1050 มีลุ้นเด้งกลับ แต่ถ้าหลุดจะดูไม่ดี”
Foreign Stock Market
DJIA 	: 	12,756.96 	81.21
NASDAQ 	: 	2,818.31 		31.67
S&P500 	: 	1,326.06 		11.41
FTSE 	: 	5,723.00 		-28.90
NIKEI 	: 	8,883.69 		98.36
HSKI 	: 	Closed 		0.00

Exchange Rate
(PER US$) 	24-Jan 	25-Jan
Yen 		77.68 	77.78
Baht (On-Shore) 	31.45 	31.58
Euro 		1.30 	1.31
US Bond Yield 	3.15 	3.14

Oil Market
		24-Jan 	25-Jan
BRENT 		110.03 	109.81
NYMEX-Crude Light 98.95 	99.40

Gold & Silver Market
		24-Jan 	25-Jan
Gold-Comex 	1664.50 	1700.10
Silver-Comex 	31.98 	33.12

Baltic Dry Index
		24-Jan 	25-Jan
Baltic Dry Index 	807.00 	784.00

Futures Trading Vol (Contacts)
25-Jan 		Long 	Short 	Net
Institution 	9,484 	9,273 	211
Foreign 		785 	616 	169
Customer 	11,997 	12,377 	-380

Trading Activities
25-Jan 		Buy 	Sell 	Net
Institution 	869 	1,810 	-941
Prop Trade 	2,692 	3,307 	-615
Foreign 		4,199 	4,033 	166
Customer 	12,596 	11,206 	1,390
Jan-12 (MTD)
Institution 	32,543 	30,617 	1,925
Prop Trade 	49,379 	46,612 	2,767
Foreign 		90,677 	91,969 	-1,292
Customer 	210,816 	214,216 	-3,400
Jan-Current (YTD)
Institution 	32,543 	30,617 	1,925
Prop Trade 	49,379 	46,612 	2,767
Foreign 		90,677 	91,969 	-1,292
Customer 	210,816 	214,216 	-3,400

Top Net Buy (Btm)
1 FSS 				223
2 MBKET 			217
3 KTZ 				206

Top Net Sell (Btm)
1 CNS 				-314
2 TSC 				-220
3 BLS 				-181

Top Active
		Closed 	%Chg
1 IVL 		32.50 	-0.76
2 STA 		21.70 	4.33
3 PTTEP 		173.00 	-1.98

Top Picks–Fund Jan-12 : CPF, LPN, KBANK, SF, TTCL
Top Picks -Fund Today: HEMRAJ
Top Picks-High Div Yield : ปี 54 : SIRI, PHATRA, TMT, AP,CSL (ที่จะจ่ายเม.ย-.พ.
ค.55) ส่วนปี 55 : CSL, MCS, MODERN,
ADVANC, DCC, AP, KTB
Shot Sell-Prev : LPN 21.6%, KBANK 15.7% ของปริมาณซื้อขายในกระดานหลัก

Technical View ภาพสั้นเปลี่ยนเป็นลบ
	Support 		Resistance 	Filter
SET 	ซื้อตามค่าบวก 	1065-1070 	1050
SET50 	ซื้อตามค่าบวก 	745-750 		ค่าลบ
Top Picks-Tech Today : KBANK, KTC, HEMRAJ,INTUCH, MAJOR, 
BECL,LOXLEY

	กลยุทธ์การลงทุน : โมเมนตัมของตลาดในระยะสั้นค่อนไปทางลบ โดยเมื่อวานนี้มีแรง
ขายหุ้น Big Cap ในกลุ่มธนาคารและพลังงานออกมามากขึ้น ดังนั้นในวันนี้ต้องติดตามดูว่าจะยัง
มีแรงขายต่อและทำให้ SET หลุดแนวฟิวเตอร์สำคัญที่ 1050 หรือไม่ ถ้าหากหลุดชัดเจนก็ควร
ขายตามเพราะมีสิทธิลงแรง แต่ถ้ามีแรงซื้อกลับเข้ามาและดัชนีเริ่มรีบาวด์กลับขึ้นได้ก็ถือต่อ ทั้ง
นี้ปัจจัยที่ติดตาม คือ ผลการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างกรีซและเจ้าหนี้เอกชนรอบใหม่ใน
สัปดาห์นี้ และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Real Sectors ที่จะ
ทยอยออกมาถึงสิ้นก.พ. 55 สำหรับกลยุทธ์หนึ่งในการลงทุนช่วงปัจจัยภายนอกมีความเสี่ยงและ
ผันผวนมาก คือ การเลือกซื้อหุ้นขนาดกลาง-เล็กในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อิงกับปัจจัยและอุปสงค์ใน
ประเทศ ได้รับผลกระทบจากปัญหาภายนอกจำกัด รวมทั้งมีแนวโน้มผลประกอบการสดใสในช่วง 
1-2 ปีข้างหน้า เช่น กลุ่มอาหาร (หุ้นเด่น CPF), พาณิชย์ (BIGC, HMPRO), สื่อสาร 
(ADVANC, DTAC, CSL), บันเทิง (MAJOR), อสังหาริมทรัพย์ (AP, LH, QH, SPALI, 
AMATA,HEMRAJ, STEC) เป็นต้น สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคแนะนำให้ซื้อเก็งกำไร/
ถือต่อเมื่อดัชนียืนเหนือ 1050 จุด และลดพอร์ต/Cut loss หากหลุด 1050 เพราะมีสิทธิลงแรง

หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้
HEMRAJ แนะนำซื้อ ราคาปิด 2.48 บาท ราคาพื้นฐาน 2.72 บาท
	• การเข้ามาของโรงไฟฟ้า Gheco-One ทำให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความมั่น
คงมากขึ้นในระยะยาว เพราะส่วนนี้เป็นส่วนแบ่งกำไรที่มีความแน่นอนสูง และสามารถรองรับค่า
ใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็น Variable cost ของบริษัทได้ ขณะที่ธุรกิจที่ดินในนิคม
อุตสาหกรรมยังไปได้ดี โดยปีนี้คาดว่าจะขายได้ 1.5 พันไร่ จากปี 54 ที่ขายได้เกือบ 1.7 พันไร่
ตามเป้าหมาย เพราะพื้นที่นิคมของ HEMRAJ ไม่ได้อยู่ในทำเลน้ำท่วมจึงมีลูกค้าจากนิคมอื่นที่
ถูกน้ำท่วมย้ายฐานการผลิตเข้ามา ขณะที่ผู้ประกอบการเดิมก็ขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง รวมทั้ง
มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาด้วย ด้านรายได้สาธารณูปโภคในปี 55 คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% 
คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตกว่า 3 เท่าตัวและจะยืนสูงต่อได้ในระยะยาว แนะนำซื้อ ให้
ราคาพื้นฐาน 2.72 บาท (Sum-of-parts)

ปัจจัยต่างประเทศและโภคภัณฑ์
• เฟดจะคงดอกเบี้ยต่ำถึงปี 2557 
	• เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.55) เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% และกล่าวว่าจะคง
อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ไว้ถึงปี 2557 รวมทั้งเฟดอาจพิจารณามาตรการผ่อนคลาย
ทางการเงินเพิ่มขึ้นผ่านทางการซื้อพันธบัตรหากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอีก รวมถึงเฟดได้
กำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ซึ่งเป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับธนาคารกลางอื่นๆของโลก

+ เยอรมนี : ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนม.ค.55 เพิ่มขึ้นต่อเป็นเดือนที่ 3
	+ สถาบัน Ifo ของเยอรมนีเปิดเผยผลสำรวจพบว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนี
ในเดือนม.ค.55 เพิ่มเป็น 108.3 จาก 107.3 ในเดือนธ.ค.54 ซึ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และปรับ
ตัวขึ้นมากกว่าที่คาดไว้และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีกำลังสามารถฝ่าฟันวิกฤติหนี้สาธารณะ
ซึ่งได้ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นในยูโรโซน

•/- IMF คาดราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 55 100US$/bbl และประเมินราคาโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมัน
ลดลง 14%
	•/- IMF ระบุว่าการคาดการณ์ราคาน้ำมันพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เดือนก.ย. 
54 ซึ่ง IMF คาดไว้ที่ระดับ 100 US$/bbl แม้ว่าคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลง ส่วน
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมันประเมินว่าจะลดลง 14% ในปี เพราะอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงตาม
เศรษฐกิจโลกที่ซบเซา

+/• ดัชนีดาวโจนส์บวก 0.6% รับเฟดคงดอกเบี้ยต่ำอีกนาน ส่วนราคาน้ำมันดิบแกว่งในกรอบ
แคบ แต่ราคาทองคำทะยานขึ้น
	+/• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก 81.21 จุด หนุนโดยกำไรที่สูงเกินคาดของ Apple Inc 
และเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ 0% ไปถึงอย่างน้อยปี 2557 ซึ่งนานกว่าที่คาดไว้ รวมทั้ง
กรีซจะเริ่มเจรจากับเจ้าหนี้เอกชนรอบใหม่ในสัปดาห์นี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบแกว่งในกรอบแคบทั้ง 
NYMEX และ BRENT ทั้งนี้สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐรายสัปดาห์สิ้นสุด 20 ม.ค.55 ที่รายงานโดย 
EIA พบว่าเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าคาด แต่ก็ได้รับแรงหนุนชดเชยจากข่าวปิดโรงกลั่น
ในแถบอีสต์โคสต์ของสหรัฐและสต็อกน้ำมันเบนซินที่ลดลงเกินคาด สำหรับราคาทองคำที่ตลาด 
COMEX ทะยานขึ้นถึง 35.60 US$/ออนซ์ เป็น 1700.10 US$/ออนซ์ มองว่าผลตอบแทนใน
ตลาดเงินจะต่ำไปอีกนานเมื่อเฟดจะคงดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ไปถึงปี 2557

ปัจจัยในประเทศและหุ้นเด่น
• กนง.มีมติลดอัตราดอกเบี้ย R/P 1 วัน 
	• กนง.มีมติลดอัตราดอกเบี้ย R/P 1 วันลง 0.25% เป็น 3.00% ตามที่เราคาดการณ์
ไว้ ซึ่งเป็นไปตามคาด และจากนี้ไปทาง DBS Bank คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ 
3.00% ไปถึงสิ้นปี 55 ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจภายในฟื้นตัวได้ต่อเนื่องและสามารถชดเชย
กับการเติบโตที่ชะลอลงของภาคส่งออกได้ ทั้งนี้ภาคการผลิตของไทยอาจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ใน 
2Q55 อย่างที่ประเมินก่อนหน้า โดย
อาจจะทอดเวลาออกไปอีกเล็กน้อยเป็น 3Q55 เพราะบางโรงงานต้องรอสั่งซื้อเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ใหม่และบางแห่งมีการย้ายฐานการผลิตไปจังหวัดอื่นด้วย

• ประธานกยอ.คาดกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ 5 หมื่นล้านบาทจะออกภายในมี.ค.55
	• นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้าง
อนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวว่าแผนการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติวงเงิน 5 หมื่นล้าน
บาทของรัฐบาล คาดว่าจะออกมาเป็นรูปธรรมได้ก่อนเดือนมี.ค.55 ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้บริษัท
ประกันภัยขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น 3 แห่ง ได้แก่ มิตซุย ชูมิโตโม โตเกียวมารีน และซอมโปเจแปน 
ที่ผูกขาดตลาดการรับประกันภัยต่อในไทยปรับลดเบี้ยประกันลงมา
	ความเห็นเชิงกลยุทธ์ Retail Research : เราคาดว่ากองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ 
5 หมื่นล้านบาทจะช่วยให้ผู้รับประกันภัยต่อมีความเชื่อมั่นดีขึ้นในระยะสั้น และลดค่าเบี้ยประกัน
อุทกภัยลงมาบ้าง (จากปัจจุบันที่บางบริษัทปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมถึง 3-4 เท่า และทำให้
ค่าเบี้ยประกันภัยประเภทนี้ในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพียงแต่ไม่มากเท่ากับ
พื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมรุนแรงมาก่อน) แต่ประเด็นสำคัญที่จะทำให้ค่าเบี้ยประกันอุทกภัยลดลงได้
อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว คือ การที่รัฐบาลจะต้องดูแลไม่ให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในช่วง 1-2 ปีนี้
อีก

•/+ กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องรัฐบาลปรับขึ้นราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม หรือไม่ก็ช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์
	•/+ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไข่จะขอให้รัฐบาลปรับเพิ่มราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มขึ้นทันที่ 
0.20 บาท (จาก 2.20 บาท เป็น 2.40 บาทต่อฟอง) เพราะขาดทุนอย่างหนัก หรือหากปรับขึ้น
ราคาไข่ไก่ไม่ได้ก็ให้หาทางปรับลดราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่ว
เหลือง เพื่อดึงให้ราคาอาหารไก่ลดลงมา
	ความเห็นเชิงกลยุทธ์ Retail Research : ในส่วนนี้ต้องดูต่อไปว่ารัฐบาลจะใช้แนว
ทางไหนในการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ โดยหากทางรัฐบาลเข้ามาดูแลตามที่เกษตรกรเรียก
ร้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับขึ้นราคาไข่หน้าฟาร์มหรือการลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารไก่ ก็จะ
เป็นผลดีกับผู้ประกอบการไก่ในประเทศที่จดทะเบียนใน SET อย่าง CPF, GFPT ด้วย เพราะ
จะทำให้มาร์จิ้นของธุรกิจไก่ครบวงจรดีขึ้น
จากที่มีการอ่อนตัวลงมากใน 4Q54 และในต้น 1Q55				
				

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   26/01/12   เวลา   11:59:52