บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : DTAC แนะนำถือ ราคาเหมาะสม 41 บาท

 

 

3Q18 พลิกขาดทุนทั้ง QoQ, YoY
  3Q18 ขาดทุนสุทธิ 921 ล้านบาท (ดีกว่าตลาดคาด 30%) หากตัดรายการพิเศษออกยังคงขาดทุนราว 75 ล้านบาท (พลิกขาดทุน QoQ, YoY) ถูกกดดันทั้งจากรายได้ที่ลดลงหลัง Net add ยังติดลบต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายโครงข่ายรวมถึงการตลาดที่ยังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมอง 4Q18 จะฟื้นตัวเด่นหลังไม่ต้องบันทึกค่าตัดจำหน่ายสัญญาสัปทานที่หมดลงใน 3Q18 ทั้งนี้เราปรับประมาณการปี 2019 ลงเพื่อสะท้อนการเข้าประมูลคลื่น 900MHz หลังมอง Net impact เป็น Negative ต่อผลการดำเนินงานในอนาคต พร้อมกับปรับไปใช้ราคาเหมาะสมใหม่ปี 2019 ที่ 41.00 บาท (เดิม 46.00 บาท) และคงคำแนะนำ “ถือ” การเติบโตของรายได้ที่ไม่ทันค่าใช้จ่ายยังเป็นความเสี่ยงที่ DTAC ต้องแบกรับในอนาคต

ประกาศงบ 3Q18 ผลประกอบการพลิกขาดทุน
  ประกาศงบ 3Q18 ขาดทุนสุทธิ 921 ล้านบาท (พลิกขาดทุน QoQ, YoY) ดีกว่า Consensus คาดราว 30% โดยมีการบันทึกรายการพิเศษสุทธิรวมราว 850 ล้านบาท (ตัดจ่ายสินทรัพย์ภายใต้ข้อพิพาทกับ CAT) ซึ่งหากตัดรายการพิเศษออกผลการดำเนินงานปกติขาดทุน 75 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ยังคงถูกกดดันทั้งจากรายได้และค่าใช้จ่าย ด้านรายได้ Service revenue excl. IC อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (-2% QoQ, -2% YoY) Net add ติดลบราว 3 แสนเลขหมาย ในขณะที่ ARPU ทรงตัว QoQ ที่ 256 บาท ด้านค่าใช้จ่ายโครงข่ายหากตัดรายการพิเศษออกยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง +12% QoQ จากการใช้คลื่นคลื่น 2300MHz ของ TOT และค่าใช้จ่ายการตลาด +11% QoQ จากการแข่งขันรุนแรงและเร่งการย้ายโครงข่าย

คาด 3Q18 เป็นจุดต่ำสุดของปี 2018, 4Q18 ฟื้นตัวเด่น
  มอง 4Q18 มีแนวโน้มฟื้นตัวพลิกกลับมาเป็นกำไรราว 1.3 พันล้านบาท แม้เราประเมินรายได้ยังเติบโตจำกัดจากการแข่งขันรุนแรงรวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับการลงทุนโครงข่าย 2300MHz เพิ่มเติม และเริ่มจ่ายค่าเช่าโครงข่ายกับ CAT เต็มไตรมาส อย่างไรก็ตามการที่ DTAC ไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ CAT ที่หมดลงใน 3Q18 ราว 3.7 พันล้านบาท จะช่วยลดแรงกดดันด้านรายได้ที่มีแนวโน้มลดลงและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรายการอื่น (ค่าคลื่น 900MHz คาดบันทึกช่วงปลายปีราว 15 วันจึงไม่กระทบต่อประมาณการปี 2018 อย่างมีนัยสำคัญ)

ปรับประมาณการปี 2019 ลง สะท้อนการเข้าประมูลคลื่น 900MHz
  เรามองการได้คลื่น 900MHz ของ DTAC ในครั้งนี้แม้จะช่วยบริษัทให้ 1) สามารถเข้าสู่ระบบใบอนุญาตแบบเต็มตัวได้ทันทีและจะทำให้ Regulatory fee ลดลงสู่ระดับ 4% ได้เร็วขึ้นจากปัจจุบันที่ 9% 2) ลดความกังวลเรื่องคุณภาพโครงข่ายและ Coverage area หลังสามารถใช้คลื่น 850MHz เดิมได้ต่อเนื่อง 3) ลดค่าใช้จ่ายการตลาดที่ต้องใช้ชดเชยความไม่พร้อมของโครงข่ายก่อนหน้า อย่างไรก็ตามด้วยราคาตั้งต้นคลื่น 900MHz ที่สูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท (ตัดจ่ายราว 2.6 พันล้านบาทต่อปี) บนภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงมาโดยตลอด การเติบโตของรายได้ที่ไม่ทันค่าใช้จ่ายยังเป็นความเสี่ยงที่ DTAC ต้องแบกรับในอนาคต ซึ่งเราประเมินผลกระทบสุทธิแล้วยังคงเป็นลบ และปรับประมาณการปี 2019 ลงราว 5% คาดกำไรปกติอยู่ที่ราว 3.6 พันล้านบาท (+55% YoY) (Figure 1)

คงคำแนะนำ “ถือ” โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 41.00 บาท (เดิม 46.00 บาท)
  เราปรับราคาเหมาะสมของ DTAC ลงมาอยู่ที่ 41.00 บาท อิง DCF: WACC 8.9%, TG 2% (จากเดิม 46.00 บาท) สะท้อนสถานการณ์ใหม่หลังได้คลื่น 900MHz มาครองพร้อมกับปรับไปใช้ราคาเหมาะสมของปี 2019 แม้ DTAC จะรอดพ้นจากประเด็นปริมาณคลื่นขาดแคลนซึ่ง Overhang อยู่ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและความหลากหลายของสินค้า/บริการของ DTAC ซึ่งยังเสียเปรียบคู่แข่ง การที่จะทำให้รายได้ Outrun ค่าใช้จ่ายยังเป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับบริษัท นอกจากนี้ upside จากราคาเหมาะสมจำกัด เราจึงแนะนำเพียง “ถือ”


Analyst: Poonpat Chaikumhan, CFA (Reg. No. 038730)

 

 


เรียบเรียง  อรนุช ภัทรกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด