ข่าวด่วน


 
รายงานพิเศษ : Libra 2.0 การพลิกเกมครั้งใหญ่ของเฟซบุ๊ก! 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 เม.ย. 63 8:37: น.

 


18 มิถุนายน 2562 เฟซบุ๊ก ประกาศโครงการ Libra คริปโทเคอร์เรนซี เวอร์ชัน 1.0 และเหตุการณ์นั้น ได้สั่นสะเทือนไปทั้งวงการธนาคารกลางทั่วโลก และต่างก็ออกมาต่อต้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่าบรรดาเหล่าธนาคารกลางก็ไม่ได้ปฏิเสธกระแสของ คริปโทเคอร์เรนซีเสียทีเดียว เพราะต่างก็แอบซุ่มศึกษาและพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลประจำชาติ (CBDC) ของตนเอง 


ใครยังไม่ทราบรายละเอียด Libra เวอร์ชัน 1.0 อ่านได้จากบทความนี้

 

White Paper ฉบับ 1.0 ได้มีการปรับในบางจุดในอีก 6 เดือนต่อมา ซึ่งเป็นข้อความที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ที่อาจจะบั่นทอน ความน่าเชื่อถือของผู้ใช้งาน Libra เช่น การถอดประโยคที่เกี่ยวกับการ ให้ผลตอบแทนกับกลุ่มผู้ลงขันในสมาคม Libra (Libra Association) ซึ่งจะได้รับ Investment Token เป็นตัวแทนสิทธิ   


นับถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 10 เดือนเศษแล้ว ตลอดเส้นทางของโครงการ Libra ที่ถูกโจมตีแนวคิดของโครงการจากหน่วยงานกำกับทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มผู้เริ่มก่อตั้งสมาคม Libra ในชุดแรก ไม่มั่นใจกับอนาคตโครงการ และได้ทยอยถอนตัว แต่ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ก็มีบางรายเข้าร่วมเพิ่มเติม ส่งผลให้ปัจจุบัน เหลือ 23 บริษัท จากแรกเริ่ม 28 บริษัท (โดยมีเฟซบุ๊กเป็นแกนนำ) โดยรายที่ 23 คือ Heifer International

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Libra เพิ่มสมาชิกเป็นรายที่ 23 "Heifer International"


ทำให้มีคำถามว่า...Libra จะไปต่อหรือพอแค่นี้? แต่ทว่า..ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Libra น่าจะเป็นคำตอบที่บอกได้ว่า Libra ยังไม่ตาย หลังสมาคม Libra ได้ทำการปรับปรุง White Paperในเดือน เม.ย.2563 เวอร์ชัน 2.0 และมีเนื้อหาสาระที่ค่อนไปในทิศทางเป็นมิตร กับหน่วยงานกำกับทั่วโลกมากขึ้น 

 
ทางสมาคมฯ ยังได้ประกาศเดินหน้าขอใบอนุญาตผู้ให้บริการ "ระบบการชำระเงิน" จาก The Swiss Financial Market Supervisory Authority หรือ FINMA หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงใบอนุญาตในการ เป็น "ผู้ให้บริการเงินสด" จากเครือข่ายดูแลอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐ หรือ The Financial Crimes Enforcement Network (FinCEN)  

 

สมาคม Libra อัปเดต White Paper เป็นเวอร์ชัน 2.0

 

นับตั้งแต่เปิดตัว White Paper เวอร์ชันแรกในวันที่ 18 มิถุนายน 2562  สมาคม Libra เผยว่าได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ และนำมาปรับปรุงการออกแบบโครงการ โดยมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดที่สำคัญ 4 ประการจาก Libra เวอร์ชัน 1.0 เพื่อให้มั่นใจว่าสมาคมฯ  สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินให้ทันสมัย และการถ่ายโอนมูลค่าด้วยต้นทุนที่ต่ำ   

 

"จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา" ผู้เชี่ยวชาญในวงการบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซี ซีอีโอกลุ่มบิทคับ และยังเป็นผู้ที่เดินสายบรรยายเรื่อง Libra บ่อยที่สุดในประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สรุปถึงรายละเอียด Libra ในเวอร์ชัน 2.0 พร้อมแสดงความคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจ   

 

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ประการจาก Libra 1.0 สู่ Libra 2.0 

 

1.นำเสนอ Libra Coin เป็น 2 แบบ (จากเวอร์ชันแรกที่มีเหรียญเดียวคือ Libra)

 

-แบบที่  1 คือ single-currency stablecoins  โดยแพลตฟอร์มของ Libra จะเปิดให้ธนาคารกลางทั่วโลกสามารถมาสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองได้ ซึ่งในเริ่มแรกจะมีเพียง 4 สกุลในเครือข่าย ได้แก่ LibraUSD หรือ ≋USD, LibraEUR หรือ ≋EUR, LibraGBP หรือ ≋GBP และ LibraSGD หรือ ≋SGD ในอนาคตไม่มีปิดกั้น ขึ้นอยู่กับธนาคารกลางของประเทศใดสนใจจะออกสกุลเงินของตัวเองบนแพลตฟอร์มของ Libra

  

ทุกๆ single-currency stablecoins ที่ออกมาจะต้องมีเงินของสกุลนั้นๆ สำรองในสัดส่วน 1:1 เก็บอยู่ในบัญชีธนาคารของ Libra ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก ผ่านตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง เช่น  LibraUSD ที่ออกมาจะต้องมีเงินดอลลาร์สำรองเก็บอยู่ในบัญชีธนาคารของ Libra ในสัดส่วน 1:1 หรือ LibraEUR จะต้องมีเงินยูโรสำรองเก็บอยู่ในบัญชีธนาคารของ Libra ในสัดส่วน 1:1 เป็นต้น  

 

สมาคม Libra จะทำหน้าที่บริหารเงินสำรองใน Libra Reserve ที่กระจายลงทุนไว้ทั่วโลกทั้งพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นและเงินสด ซึ่ง "จิรายุส" กล่าวว่า หากสมาคม Libra ได้ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจาก FINMA และ FinCEN นั่นหมายความว่า สมาคมฯ ก็จะไม่ใช่องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรอีกต่อไป  

 

-แบบที่ 2 คือ Global Libra (≋LBR)  ซึ่งก็จะเป็น  Stablecoin หรือสกุลเงินที่มีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มมูลค่าเหมือนกันกับแบบแรก แต่มูลค่าที่หนุนหลัง ≋LBR จะมาจากทุกๆ single-currency stablecoins รวมกันอยู่ในตะกร้าของ ≋LBR (เริ่มแรกมี 4 สกุล ≋USD, ≋EUR, ≋GBP และ ≋SGD) กล่าวคือ ≋LBR จะเป็นค่าเฉลี่ยของทุกๆ สกุล ในรูปแบบที่คล้ายกับสิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights :SDR) ของไอเอ็มเอฟ    

 

"อนาคตเขาไม่ได้ปิดกั้น นั่นหมายความว่า มันสามารถที่จะมี  LibraTHB, LibraCambodia , LibraPhilippines ก็ได้...ถามว่าแล้วทำไมแบงก์ชาติ ไม่สร้างบล็อกเชนของตัวเองล่ะ ทำไมต้องไปพึ่ง Libra Network ก็เพราะว่ามันมีข้อดีคือ บล็อกเชนของ Libra เขาใช้ภาษา move ซึ่งจะรองรับขนาดการใช้งานได้ในระดับโลก นับพันล้านคนต่อวัน และธุรกรรมมีความรวดเร็วสูง" จิรายุส กล่าว 

 

2. ยกระดับความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน Libra 


โดยมีการทำใน 5 เรื่องที่สำคัญ คือ 


(1) จัดตั้ง a Financial Intelligence Function (FIU-function) เป็นทีมที่ทำงานประจำอยู่ใน Libra Network มอนิเตอร์ระบบทุกวัน


(2) แบ่งผู้เข้าร่วมในเครือข่าย Libra เป็น 4 กลุ่ม 


กลุ่มที่ 1 : ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง (Designated Dealers) ซึ่งจะถูกเลือกโดย Libra เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ Libra ในแต่ละประเทศ

 

“ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าคุณสมบัติขององค์กรที่เข้าข่ายในการเป็น Designated Dealers ได้น่าจะเป็น กลุ่มธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น แบงก์ชาติไทยจะสร้าง LibraTHB 1,000 ล้านบาท ก็ต้องเอาเงิน 1,000 ล้านบาทมาเก็บไว้ในสมาคม Libra แล้วสมาคม Libra ก็อาจจะต้องมาเปิดบัญชีธนาคารในไทย เช่น ธนาคารกสิกรไทย แบงก์ชาติไทยก็ต้องใส่เงินฝากเข้ามา 1,000 ล้านบาทในบัญชีสมาคม Libra จากนั้น สมาคมฯ ก็จะผลิต  LibraTHB  ออกให้ 1,000 ล้านบาท (1:1) ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากก็จะเข้ามาที่สมาคม Libra คนไทยก็นำ LibraTHB ไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น” จิรายุส กล่าว 

 

กลุ่มที่ 2 : ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (Virtual Asset Service Providers:VASPs) หรือ ตลาดรองซื้อขาย เช่น Exchange และผู้ให้บริการวอลเล็ต แต่จะต้องได้ใบอนุญาตจาก a Financial Action Task Force (FATF)  ที่สหรัฐอเมริกาก่อน เพื่อจะได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจภายใต้ใบอนุญาต (Regulated VASPs)  ถึงจะให้บริการได้ 

 

กลุ่มที่ 3 : VASPs ที่ผ่านการรับรองจากสมาคม Libra โดยตรง

"กลุ่มนี้ อาจจะเป็น Exchange หรือผู้ให้บริการวอลเล็ตที่ยังไม่มีใบอนุญาตในประเทศของตนเองเพราะกฎหมายในประเทศอาจจะยังตามไม่ทัน แต่ก็สามารถยื่นเรื่องมาที่สมาคม Libra โดยตรงเพื่อขอรับรอง (Certified VASPs)"  

 

กลุ่มที่ 4 : บุคคลและนิติบุคคลอื่น ๆ  ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน  ที่ต้องการรับเงินเป็น Libra  

"กลุ่มนี้ก็อย่างเช่น Line ,Wechat,TrueMoney หรือแอปพลิเคชันต่างๆ อยากรับเงิน Libra ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตจากสมาคม Libra"


"เฟสแรก Libra จะเริ่มแค่จาก 2 กลุ่มแรกก่อน เพราะเป็นสถาบันการเงินอยู่แล้ว มีมาตรฐานที่เข้มงวด ส่วนกลุ่มที่ 3 และ 4 จะเปิดตามมาทีหลังเพราะเสี่ยงกว่า 2 กลุ่มแรก ดังนั้น ก็จะมีการจำกัดปริมาณธุรกรรม" จิรายุส กล่าว 

 

3.ยกเลิกระบบที่ "ไม่ต้องขออนุญาต" (a permissionless system)

 

Libra 1.0 เปิดให้ใครก็ได้เข้ามาเป็น node ร่วมยืนยันธุรกรรมในเครือข่าย หรือเรียกว่าเป็นระบบ permissionless  แต่เมื่อถูกแรงกดดันทางด้านกฎหมาย Libra 2.0 จึงปรับใหม่ คือ มุ่งสู่การยกเลิกระบบ permissionless หรือระบบที่ "ไม่ต้องขออนุญาต" ทำให้นับจากนี้ไป แต่ละรายที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในสมาคมฯ  จะต้องผ่านการสอบทานธุรกิจจากสมาคมฯ อย่างหนัก กว่าจะผ่านด่านเข้ามาร่วมเป็น node ได้ 

 

"ดังนั้น เกณฑ์ในการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฯ  คงจะเป็นวงการแบงก์ ที่น่าจะผ่าน เพราะโดยลักษณะของธุรกิจแบงก์ ถูกกำกับและตรวจสอบอย่างเข้มข้นอยู่แล้วจากหน่วยงานกำกับ รวมถึงมีระบบป้องกันการฟอกเงิน การปกป้องข้อมูลผู้บริโภค ระบบต่างๆ พร้อมอยู่แล้ว ดังนั้น จะเห็นว่า Libra เปิดรับแบงก์มากขึ้น คือเขาก็ต้องเอาใจหน่วยงานกำกับทั่วโลก จากตอนแรกที่มีแต่นอนแบงก์เข้าร่วมสมาชิกสมาคมฯ”    จิรายุส ระบุ 

 

4. สร้างการป้องกันที่แข็งแกร่งของ Libra Reserve 


-มีการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม (Capital buffer) จากเดิมไม่มี เพื่อที่จะสามารถต้านทานต่อภาวะวิกฤตในอนาคต เช่น การหยุดชะงักทางธุรกิจ,ภาวะดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ,คนแห่ถอนเงินพร้อมกัน,ระบบและการควบคุมของ Libra Network ล้มเหลว ซึ่งการมี Capital buffer  จะช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินของ Libra Network


-มีการแยกสัดส่วนลงทุนของ  Libra Reserve ไว้ชัดเจน โดยจะลงทุนในตราสารภาครัฐอย่างน้อย 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% จะถูกเก็บไว้ในรูปเงินสด จากเวอร์ชันแรก ซึ่งไม่ได้กำหนดสัดส่วนไว้ชัดเจน 


*ทุกอย่างมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ยิ่งหากทุกประเทศใช้แพลตฟอร์มของ Libra ในการออกสกุลเงินดิจิทัล Libra คงจะยิ่งใหญ่มากอย่างแน่นอน ในเรื่องนี้ "จิรายุส" เห็นว่า  

 

"ข้อควรระวัง ก็คือ สมาคม Libra ก็จะใหญ่มาก หากทั่วโลกต่างก็ใช้แพลตฟอร์มของ  Libra สมาคม Libra ก็จะกลายเป็นเหมือนไอเอ็มเอฟ เหมือนธนาคารโลก ซึ่งหากมองเทียบกับเฟซบุ๊กในฐานะที่เป็นโซเชียลมีเดีย  ทุกคนเริ่มกังวลข้อมูลส่วนตัว แต่ในที่สุดก็ยังใช้เฟซบุ๊กสื่อสารกัน เพราะมันมีประสิทธิภาพมากกว่าการเขียนจดหมายหากัน ในทางกลับกัน ถ้าเป็นเรื่องการเงิน หากการโอนเงินในโลกดิจิทัล หรือในโซเชียลมีเดียมันสะดวกกว่า เร็วกว่าระบบเดิม จะทำให้การหมุนรอบของเศรษฐกิจมันจะเร็วกว่าเงินกระดาษ เศรษฐกิจจะโตเร็วกว่าปัจจุบันหลายเท่า แต่ข้อเสียก็คือ คนที่ดำเนินการแพลตฟอร์มจะมีอำนาจมากขึ้น"  จิรายุส กล่าว 

 

จิรายุส เล่าต่อว่า ฝั่งของประเทศจีน ก็เริ่มทดลอง "หยวนดิจิทัล" ในบางเมืองแล้ว อนาคตเชื่อว่าจะมาถึงไทย เพราะจีนต้องการเป็น Global currency เพื่อแข่งกับดอลลาร์สหรัฐ และหากผลักดันหยวนดิจิทัลออกมาสู่ชาว โลก ทำให้การใช้จ่ายสะดวกมากขึ้น ในที่สุดแล้วคนทั่วโลกอาจจะหันมาใช้หยวนดิจิทัล จนอาจจะทำให้เงินสกุลหยวน กลายมาเป็นสกุลเงินระดับโลกแทนที่ดอลลาร์สหรัฐก็เป็นได้   

 

*สื่อต่างประเทศ รายงานว่า หัวหน้าทีมสื่อสารของสมาคม Libra คาดว่า Libra จะเปิดใช้งานจริงประมาณเดือน พ.ย. หรือปลายปี 2563 เลื่อนจากเดิมที่คาดไว้ช่วงกลางปี 2563 ซึ่งการปรับปรุง White Paper รอบที่ 2 นี้ หลักๆ ก็เพื่อทำให้เห็นว่าทางสมาคมฯ มีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับนานาชาติ โดยไม่ได้ต้องการจะสร้าง Libra มาเป็นคู่แข่งขันกับสกุลเงินดั้งเดิมแต่อย่างใด โดยเฉพาะกับสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ

  

*เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าโมเดลใหม่ของ Libra จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะร่วมด้วยหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วโมเดลใหม่นี้อาจจะล้มเหลวในที่สุด? ซึ่งยังมีเวลาพิสูจน์แนวคิดนี้ไปอีก จนกว่าจะ สิ้นปี 2563  

 

*ย้อนมาที่ประเทศไทย ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรับสมัครคนเก่งๆ เข้าร่วมทีมพัฒนา CBDC น่าสนใจนะว่า  Libra ปรับแผนมาแบบนี้แล้ว ธปท. ว่าอย่างไร? จะพัฒนา CBDC เอง หรือจะใช้แพลตฟอร์มของ Libra? หรือจะลองแบบคู่ขนาน?... 


รอติดตามด้วยใจระทึก!

 

------------------------------------------
อ้างอิง : 


https://libra.org/en-US/white-paper/

https://fintechzoom.com/fintech-news-bitcoin-news/facebook-libra-redesigned-new-system-and-cryptocurrency-to-comply-with-regulations/

 


            
 

 

 




รายงาน    ชัชชญา อังคุลี 
เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com

อนุมัติ     ดาริน ปริญญากุล 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด