ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : หุ้นอสังหาฯ-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก คึกคัก! ลุ้นแผนกระตุ้นศก.ล็อตใหม่ 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 62 7:19: น.

 

      โบรกฯ สแกนหุ้นเด่น รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นศก.ของรัฐรอบใหม่ มั่นใจปลุกผีกลุ่มอสังหาฟื้น เพราะจะกระตุ้นกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นเรียลดีมานด์มากขึ้น แถมบจ.ที่มี Backlog สูงได้ผลดีเต็มๆ ยก  LH-QH-AP-PSH-ORI น่าสนใจ  ฟากกลุ่มท่องเที่ยวคาดจะเริ่มเห็นผลครึ่งปีหลัง ERW-MINT-CENTEL นอนมา ส่วนแผนช้อปช่วยชาติรอบใหม่ให้ ROBINS เด่นสุด           

     แม้จะเป็นช่วงรอยต่อทางการเมืองหลังจากรอผลการเลือกตั้ง และโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เตรียมทิ้งทวนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตใหญ่ออกมาอีกหนึ่งชุด โดยเน้นกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ - ท่องเที่ยว รวมถึงกระตุ้นการใช้จ่ายก่อนเปิดเทอม  
    แม้มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายต่างคาดการณ์มาตรการเบื้องต้นไว้ดังนี้ โดยมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จะเน้นการลดค่าธรรมเนียมโอน - จดจำนอง และภาษีธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยผ่อนบ้าน และการผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้บ้าน (LTV) ผ่านธนาคารรัฐ ส่วนมาตรการท่องเที่ยว จะเน้นการลดหย่อนภาษีเหมือนที่เคยทำมา แต่จะเพิ่มการให้เงินสนับสนุนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองรองจำนวน 1,500 บาท ในลักษณะการจ่ายคืนหลังจากเที่ยวเสร็จ  ด้านมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายจะนำโครงการช้อปช่วยชาติกลับมาอีกครั้ง แต่จะเป็นในลักษณะของการซื้อสินค้าเพื่อการศึกษาในช่วงเปิดเทอม แม้ว่ามาตรการทั้งหลายจะยังไม่เป็นทางการ แต่บรรดานักวิเคราะห์ ชั้นนำต่างประเมิน ว่าจะส่งผลบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวในตลาดหลักทรัพย์เป็นจำนวนมาก           
     
*** LH - QH - AP  รับประโยชน์สุด เหตุลูกค้าเป็น  Real Demand    
    บล.ทรีนีตี้ ประเมินว่าหากการเจรจากับทั้ง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ในประเด็นของการผ่อนปรนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อได้สำเร็จ จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายและยอดโอนได้อย่างแน่นอน โดยที่เราเคยวิเคราะห์ว่าการปรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มแนวสูง (คอนโด) เนื่องจากผู้ซื้อส่วนมากจะซื้อเพื่อการลงทุนหรือเป็นที่อยู่อาศัยแห่งที่สอง 
    หากมีการออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนเหลือ 0.01% และภาษีจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่เคยออกใช้มาแล้วเมื่อ 29 ต.ค. 2558- 28 เม.ย. 2559 สามารถช่วยปรับลดค่าใช้จ่าย SG&A ของ Developer ได้ราว 1-2% และราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 29 ต.ค. 2558- 28 เม.ย. 2559 ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นราว 5% เราเชื่อว่าหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทุกตัวจะได้รับประโยชน์แน่นอน
    ยังคงเลือก Top Pick  เป็น LH, QH และ AP เพราะต่างมี Dividend Yield ที่ระดับสูง เน้นขายโครงการแนวราบที่เป็น Real Demand มากกว่าการซื้อลงทุนหรือเก็งกำไร จึงมีความเสี่ยงต่ำ

*** กลุ่ม Backlog สูง ก็มีลุ้นเช่นกัน  
    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่มีรายละเอียดของมาตรการ รวมถึงกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่ก็ถือเป็นกระแสหลักในช่วงเวลานี้ที่ถูกนำเข้ามามีอิทธิพลต่อหุ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรม เริ่มจากประเด็นที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อมากที่สุดได้แก่ มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็ถือเป็นบวกต่อผู้ประกอบการ  
    มุมมองฝ่ายวิจัยคาดมาตรการที่จะนำมาใช้ในครั้งนี้ คงเป็นการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ และจดจำนอง ขณะที่การปรับลดภาษีธุรกิจเฉพาะไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากมาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อโดยตรง ได้ประโยชน์เฉพาะผู้ขายอย่างเดียว ทั้งนี้คงต้องติดตามข้อสรุปชัดเจนอีกครั้งทั้งในเรื่องมาตรการ และกรอบระยะเวลา 
    อย่างไรก็ดีเชื่อว่าประเด็นเรื่องมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ น่าจะถูกนำมาเก็งกำไรในหุ้นอสังหาฯ เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากสุด คือ กลุ่มบริษัทที่มี backlog ระดับสูง และมีสต๊อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมขาย รวมถึงราคายังมี upside และ Div Yield สูงกว่า 6% ได้แก่ LH (ราคาเป้าหมาย 13.60 บาท), PSH ( ราคาเป้าหมาย 22.50 บาท ) และ ORI ( ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท )

*** คาดกลุ่มอสังหาจะตอบรับดีเหมือนครั้งก่อน  
     บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นอสังหา ทั้งลดค่าธรรมเนียมโอนเหลือ 0.01% จดจำนองเหลือ 0.01% และภาษีธุรกิจเฉพาะเหลือ 0.11% รวมทั้งอาจเพิ่มลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยผ่อนบ้านและคอนโดเป็น 2 แสนบาท  และการผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้บ้าน (LTV)เพื่อให้ธอส. ออมสิน และกรุงไทยปล่อยกู้  จะเป็นบวก กับกลุ่มที่อยู่อาศัยโดยรวม ทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อ จากค่าธรรมเนียมการโอนที่ลดลง และทางฝั่งผู้ประกอบการที่ค่าจดจำนองและภาษีธุรกิจเฉพาะที่ลดลง จากอัตรากำไรสุทธิที่เคยทำได้ราว 10% จะเพิ่มได้เป็น 14.3% ทีเดียว ในอดีต รองนายกฯสมคิดเคยใช้มาตรการนี้ ราคาหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยปรับขึ้นมาแรงมาก  
    ทั้งนี้ต้องติดตามผลการพิจารณาจาก ครม. ที่จะนำเสนอภายใน 2 สัปดาห์นี้ อีกทั้งธปท.เพิ่งจะใช้มาตรการปล่อยสินเชื่อ (LTV) ตั้งแต่ 1 เม.ย.62 เพื่อลดการเก็งกำไรและความร้อนแรง และกระทบต่อเสถียรภาพกลุ่มสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อได้ จึงดูเหมือนจะขัดกันอยู่ อย่างไรก็ตาม หลักทรัพย์ที่แนะนำ  ซื้อ คือ ORI -  ANAN - QH -  SC -  SENA และ LALIN เป็นต้น 
       
***คาดมาตรการท่องเที่ยว เริ่มเห็นผลครึ่งปีหลัง     
          บล.ฟินันเซีย ไซรัส  คาดกำไรปกติหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว Q1/62  ภายใต้ Coverage ที่ 2,074 ลบ. -25.8 Q-Q, -28.2 Y-Y โดยแม้จะเป็น High Season ของการท่องเที่ยวไทยแต่ได้รับผลกระทบจากฐานที่สูงใน Q1/61 และจำนวนนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติโดยแม้ช่วง 2 เดือนแรกปี 62 จะ +2.5% Y-Y แต่ตลาดหลักอย่างจีนและยุโรปยัง -2.2% Y-Y และ -1% Y-Y ตามลำดับแม้ในส่วน Occupancy Rate โดยรวมจะยังพอทรงตัว Y-Y ได้แต่ถูกดดันจาก Average Room Rate ที่ปรับตัวลง กดดันให้ Rev Par ลบเฉลี่ยราว 5-9% Y-Y ขณะที่ธุรกิจอาหารยังมี Same Store Sales Growth ติดลบราว 3-4% Y-Y  
         เชื่อว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มท่องเที่ยวกำลังอยู่ในจุดต่ำสุดแล้วในครึ่งปีแรกและคาดว่าจะฟื้นตัวแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง เป็นต้นไป นอกจากนี้เราคาดว่ามีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐออกมาเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ  จึงยังคงน้ำหนักการลงทุน "Overweight" โดยเปลี่ยน Top Pick จาก ERW เป็น MINT จากแนวโน้มกำไร Q2/62  และปี 2562 ที่คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มโดยได้แรงหนุนจากการการลงทุนใน NHH

*** ชำแหละ 3 หุ้นท่องเที่ยวเด่น  
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ประเมินหุ้นท่องเที่ยว  3 ตัวหลักของไทย ดังนี้     
              MINT คาดกำไรปกติ Q1/62 จะหดตัวแรงที่สุดในกลุ่ม -53.1 Q-Q, -41.8% Y-Y เพราะถูกฉุดโดย Low Season ของ NHH ซึ่งปกติจะขาดทุน (Q1/61 ขาดทุนราว 20 ล้านยูโรหรือราว 700 ลบ.) รวมถึงธุรกิจโรงแรมในไทยและ Same Store Sales Growth ของธุรกิจอาหารชะลอตัว รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น
              CENTEL คาดกำไรปกติ Q1/62 +72% Q-Q จาก Peak Season แต่ -6.3% Y-Y จากรายได้รวมที่คาดทำได้เพียงทรงตัว Y-Y โดยการเติบโตจากสาขาที่เพิ่มของธุรกิจร้านอาหารถูกหักล้างกับธุรกิจโรงแรมที่ชะลอ ขณะที่ Margin คาดอ่อนตัวลงจาก Rev Par และ Same Store Sales Growth ที่หดตัว
              ERW คาดกำไรปกติ Q1/62  +37.5% จาก Peak Season แต่ -13.5% Y-Y หดตัวแรงกว่ารายได้ที่คาด -1.3% Y-Y จากผลของ Operating Leverage รวมถึงช่วง 4Q18 มีการเปิดโรงแรมใหญ่ Novotel & IBIS Style นานาทำให้มีแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้น ส่งผลให้ Margin ชะลอตัวลง 
 
*** ลุ้นช้อปช่วยชาติรอบใหม่ หนุนหุ้นค้าปลีกอีกครั้ง  
     บล.เอเซียพลัส  มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว  ดังกล่าวหากมีผลบังคับจริง คาดว่ากลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม จะได้Sentiment เชิงบวก หุ้นเด่นคือ ERW( ราคาเป้าหมาย 9 บาท ) รวมถึง CENTEL( ราคาเป้าหมาย 52 บาท )  เนื่องจากมีเครือโรงแรมกระจายอยู่ต่างจังหวัด 
        นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย คาดว่าน่าจะมีรูปแบบคล้ายช้อปช่วยชาติ  คือ นำค่าใช่จ่ายในการซื้อสินค้าคาดว่า  อุปกรณ์การศึกษา , ชุดนักเรียน  หนังสือ มาลดหย่อนภาษี  (อ้างอิงช้อปช่วยชาติที่ลดหย่อยภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท  รวมถึงเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อซื้อเครื่องเขียน และชุดนักเรียน  และ การขยายระยะเวลาเปิดจุดให้คืน VAT ในกรุงเทพ-ปริมณฑล ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย. 2562 
    ภาพรวมเชื่อว่าดีต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก โดยเลือก ROBINS(ราคาเป้าหมาย 70 บ.)  เป็น Top Pick ในวันนี้  เนื่องจากมี PER62F ที่ต่ำสุดในกลุ่มฯ เพียง 20.4 เท่า และยังได้ Sentiment เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นสินค้าในหมวดการกีฬาที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดีต่อ Super Sports (ขายอุปกรณ์กีฬาใน ROBINS)  ที่มีสัดส่วนกำไรกว่า 13% ของ ROBINS รวมถึงปัจจุบันสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งฝุ่น PM2.5 และอากาศที่ร้อนผิดปกติ หนุนยอดขายเครื่องฟอกอากาศ, แอร์, พัดลม เพิ่มขึ้น ดีต่อ Power Buy ที่สร้างกำไรให้ ROBINS ราว 5% ต่อปี 

 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด