ข่าวหุ้นล่าสุด

บล.กสิกรฯ คาดเทรดวอร์กด SET แตะ 1,500 จุด ชี้ยืดเยื้ออย่างน้อย 2 ปี

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 62 14:13 น.

   นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ หลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เผยในงานสัมภาษณ์กลุ่มประเด็น "ขั้วมหาอำนาจโลกเปลี่ยนกระทบหุ้นไทยอย่างไร" คาดสงครามการค้าจะเป็นปัจจัยลบกดดัชนีตลาดหุ้นไทยลงสู่ 1,500 จุด ประเมินปัญหานี้จะยืดเยื้ออย่างน้อย 2 ปี แนะเป็นจังหวะเข้าเก็บหุ้นพื้นฐานดีใน 8 กลุ่มหุ้นน่าสนใจ  โดยมีสาระสำคัญดังนี้

   -คาดปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ จีน จะยืดเยื้อและกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างน้อยอีก 2 ปี เนื่องจากเป็นปรากฎการณ์ของการไม่ยอมกันระหว่างขั้วมหาอำนาจเก่ากับมหาอำนาจใหม่ และมีแนวโน้มจะประกาศนโยบายกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
   -สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยประเมิน Down Side ต่ำสุดที่ 1,500 จุด อิง P/E เฉลี่ยหุ้นไทย 10 ปีย้อนหลัง โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/62 ซึ่งเป็นช่วงที่จีนจะใช้นโยบายตอบโต้กลับสหรัฐฯ หลังประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเป็น 25% จากเดิม 10%
   -อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี หากดัชนีฯ ปรับตัวลดลง โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าแค่เชิงจิตวิทยาตามตลาดหุ้นโลก แต่ไม่กระทบต่อพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก ประกอบกับเม็ดเงินต่างชาติที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้มีแรงขายออกไปมากแล้วก่อนหน้านี้
   -ทั้งนี้แนะนำเลือกหุ้นรายตัวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและ Technology Disruption ประกอบด้วย 1.กลุ่มค้าปลีก : CPALL, HMPRO, BJC และ MEGA 2.กลุ่มโลจิสติกส์ : AMATA และ JWD 3.กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม : AOT, MINT, CENTEL และ ERW 4.กลุ่มโรงพยาบาล : BDMS และ BCH 5.กลุ่มโรงไฟฟ้า : BGRIM และ GPSC 6.กลุ่มสื่อสาร : ADVANC 7.กลุ่มอาหาร : CPF และ  M 8.กลุ่มอสังหาฯ : LH, SPALI และ QH
   -สำหรับเป้าดัชนีฯ ปีนี้ยังคงไว้ที่ 1,750 จุด และยังไม่มีการทบทวนปรับเพิ่มหรือลด เนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 1/62 ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคาดการณ์
   -นอกจากนี้มองว่า หากสงครามการค้าจบ มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่
   "อีกราว 5 ปีข้างหน้าหากสงครามการค้าจบ ดัชนีหุ้นไทยจะทำนิวไฮใหม่แน่นอน เพราะตลาดหุ้นไทยมักจะขึ้นตามตลาดหุ้นโลก แต่ตอนนี้ยังอึดอัดอยู่จากความกดดันของ Trade War แม้เศรษฐกิจในประเทศจะดี แต่ Sentiment ไม่ดี เหมือนเป็นช่วงสะสมพื้นฐานรอวันกระโดด ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้น เพราะตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังมีอัพไซด์สูง มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นเกิดใหม่อยู่ที่เพียง 15% ของตลาดหุ้นโลก แต่จีดีพีของตลาดเกิดใหม่กลับมีสัดส่วนถึง 50% ของจีดีพีโลก และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่องด้วยแรงผลักดันของจีน เชื่อว่าในระยะยาวจะดึงเม็ดเงินเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ" นายกวี กล่าว




รายงาน    ศราพงค์ นันติวงค์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด