ข่าวหุ้นล่าสุด

PRIME จ่อเซ็นขายไฟกับรัฐบาลกัมพูชา สัญญาขายไฟ 60MW ลั่นผลงานปีนี้โตต่อ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 มี.ค. 63 15:21 น.

  PRIME ฟันธงผลงานปีนี้ เติบโตต่อเนื่อง ไม่กระทบจากไวรัสโควิด-19 ขายไฟให้การไฟฟ้าทั้งหมด เร่งขยายโซลาฟาร์มทั่วเอเชีย เตรียมเซ็นสัญญาขายไฟกับรัฐบาลกัมพูชาเร็วๆนี้

  นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME ผู้ผลิตพลังงานทดแทนระดับภูมิภาค กล่าวว่า “ บริษัทฯ ขอยืนยันกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ไวรัสโคโรนา (โควิด -19) เนื่องจาก บริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน จึงมีรายได้ที่มั่นคง โดยปัจจุบัน PRIME มีอัตรากำไรสุทธิในปี 2562 สูงถึง 40% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าและมีอัตราหนี้สิน ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) เพียง 0.88 เท่า โดยไม่มีหนี้สินในระดับองค์กร จึงสามารถที่จะลงทุนเพิ่ม เพื่อขยายกิจการได้อย่างเต็มที่

  โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78เมกะวัตต์ หลังจากชนะการประมูล ระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลจากทั่วโลกกว่า 100 บริษัท โดยโครงการนี้มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อสร้าง ที่จังหวัดกัมปงชนัง และด้วยประเทศกัมพูชา เป็น 1 ในประเทศกำลังพัฒนา ที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรม และมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะมีโอกาสที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติม ในประเทศกัมพูชาอีกด้วย”

  ปัจจุบัน PRIME มีพอร์ตการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 287 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟแล้ว 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้นอยู่ในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ในประเทศ ไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ และ บริษัทฯเตรียมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์

  “ PRIME ตั้งเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตการผลิตไฟฟ้า เป็น 1,000 เมกะวัตต์ หรือ เติบโตกว่า 300% ภายใน 4 ปี โดยคาดว่าการเติบโตจะมาจากทั้งการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและความต้องการพลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก อาทิ กัมพูชา ไต้หวัน เวียดนาม ลาว และ มาเลเซีย โดยอาศัยจุดแข็งของบริษัท คือ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ความได้เปรียบด้านต้นทุน มีพันธมิตรธุรกิจระดับโลกและการได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงจากสถาบันการเงินระดับนานาชาติ อีกทั้งผู้บริหารของบริษัทฯมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนกว่า 10 ปี

  ในปี 2563 - 2565 บริษัทฯ วางแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลยุทธ์ “Go Asia” มุ่งลงทุนโซลาฟาร์มในทวีปเอเชียและ “Go Local” มุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าในประเทศ โดยบริษัทมีแผนที่จะประมูลในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนของกระทรวงพลังงาน ขนาดกำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์ โดยอาศัยประสบการณ์ความสำเร็จที่บริษัทฯ เคยชนะการประมูลโครงการโซลาฟาร์มสหกรณ์ เฟส 1 และ 2 รวม 33 เมะวัตต์

ลักษณะธุรกิจของ PRIME
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีบริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS) เป็นบริษัทแกน ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทภายใต้การถือหุ้นของ PRA มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 209.0 เมกะวัตต์ (คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งตาม สัดส่วนการถือหุ้น 89.7 เมกะวัตต์) หรือมีกำลังการผลิตตามสัญญา 175.6 เมกะวัตต์ (คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัญญา ตามสัดส่วนการถือหุ้น 80.4 เมกะวัตต์) ผ่านการถือหุ้นใน 1) บริษัท ไพร์ม เอ็นเนอร์ยี่ แคปปิตอล จำกัด (PEC) และ 2) บริษัท ไพร์ม โรด กรุ๊ป จำกัด (PRG)

เรียบเรียง  จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด