ข่าวหุ้นล่าสุด

TU ทำกำไร Q2/62 ที่ 111 ลบ. เหตุมีตั้งสำรองสำหรับคดีความในสหรัฐฯ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ส.ค. 62 14:42 น.

  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/62 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,513 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีความในประเทศสหรัฐอเมริกามูลค่า 1,402 ล้านบาท (ตั้งสารอง 1,858 ล้านบาท และหักเครดิตภาษี 456 ล้านบาท) ส่งผลให้เหลือกำไรสุทธิ 111.49 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.64 ล้านบาท ส่งผลงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 1,384.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 878.62 ล้านบาท

  ไตรมาสนี้ บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 32,214 ล้านบาท ลดลง 4.6% เป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบสกุลยูโร และปอนด์สเตอร์ลิง 6-7% ขณะที่ยอดขายช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 61,583 ล้านบาท ลดลง 2.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้น

  ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/62 จะอยู่ที่ 16.7% เพิ่มขึ้น 2.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเป็นระดับอัตรากำไรรายไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 ส่วนกำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 คิดเป็น 9,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากปีก่อน

  จากงบการเงิน บริษัทฯ มีการบันทึกค่าใช้จ่ายในการขายและ บริหารมูลค่า 5,652 ล้านบาท โดยมาจากรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเป็นการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสำหรับการดาเนินคดีความในประเทศสหรัฐอเมริกามูลค่า 1,858 ล้านบาท คาดว่าการตั้งสำรองดังกล่าวเพียงพอแล้วสาหรับค่าชดเชยสาหรับคดีความในประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าว นอกจากนี้ไตรมาสนี้ยังมีค่าใช้จ่ายการบันทึกเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานใหม่

  นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU กล่าวผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ยอดขายในอเมริกาเหนือ มีสัดส่วน 39 % ของยอดขายรวมทั้งหมด ในขณะที่ตลาดยุโรป คิดเป็น 29% ตลาดประเทศไทยมีสัดส่วน 12% และยอดขายตลาดอื่นๆ คิดเป็น 19%

  ในส่วนของยอดขายในไตรมาส 2/62 ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปมียอดขายอยู่ที่ 14,031 ล้านบาท ลดลง 14.3% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งและแช่เย็นเพิ่มขึ้น 3.6% อยู่ที่ 13,435 ล้านบาท ด้วยปริมาณการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีก่อนหน้า ในขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่ามียอดขายเพิ่มขึ้น 6.7% อยู่ที่ 4,747 ล้านบาท ด้วยปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นถึง 5.9%

  “ไทยยูเนี่ยนยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถในการทำกำไร ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 นี้เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจในสภาวะที่มีความท้าทายด้วยแล้ว เรายังมองถึงอนาคต โดยไทยยูเนี่ยนได้นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดต่างๆ ต่อไป ซึ่งเราคาดหวังว่าจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืน”

  นายยอร์ก ไอร์เล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินกลุ่มบริษัท กล่าวว่า ในระหว่างไตรมาสที่ 2/62 บริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะซี ในเครือของไทยยูเนี่ยน ได้ตกลงระงับข้อพิพาทกับผู้ฟ้องคดีส่วนใหญ่ในคดีการป้องกันการผูกขาดในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเงินจำนวน 1,402 ล้านบาทหลังจากหักภาษีแล้ว โดยหากไม่รวมค่าใช้จ่ายจากรายการพิเศษในกรณีดังกล่าว บริษัทได้บันทึกกำไรสุทธิเป็นเงินจำนวน 1,513 ล้านบาท

  "เราเปิดเผยสถานะล่าสุดของคดีดังกล่าว เนื่องจาก บริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะซี ได้เตรียมพร้อมสำหรับผลกระทบทางการเงินใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น"

  ไทยยูเนี่ยนยังคงมุ่งมั่นพัฒนาในด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยน หรือ Global Innovation Center (GIC) ณ อาคารเอส เอ็มทาวเวอร์ อย่างเป็นทางการ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด โดยศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร และมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยกว่า 160 คน

  ไทยยูเนี่ยนยังได้เผยแพร่รายงานความยั่งยืนในไตรมาสที่ 2 นี้ด้วย โดยมีเนื้อหารายละเอียดความคืบหน้าต่างๆ ของบริษัทในปี 2561 และผลงานที่ดำเนินตามเป้าหมายและดัชนีชี้วัดการทำงานที่ระบุไว้ตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท หรือ SeaChange® รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 6 นี้ยังแสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและการวัดผลนั้นช่วยให้บริษัทกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโดยรวมเกิดการพัฒนาอย่างมีนัยยะ รายงานความยั่งยืนสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

  ในระหว่างไตรมาสที่ 2 ปี 2562 นี้ ไทยยูเนี่ยนได้รับรางวัลต่างๆ ทั้งด้านการบริหารธุรกิจและความ ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นรางวัล ซีอีโอยอดเยี่ยม และบริษัทที่มีผลงานนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม จาก Asian Excellence Awards 2019 บริษัทยังได้รับรางวัลบริษัทที่มีการบริหารจัดการยอดเยี่ยม จาก นิตยสาร Asiamoney โดยพิจารณาจากบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีผลงานยอดเยี่ยมในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ ดร. แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมกิจการองค์กรและความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ได้รับรางวัล Seafood Champion ในฐานะที่มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความยั่งยืน ในงานประชุมด้านอาหารทะเล SeaWeb ที่กรุงเทพมหานคร และยังได้รับรางวัลเหรียญทองแดงผู้นำบุคคลแห่งปีในงาน Global Good Awards ท้ายสุด แบรนด์ John West ซี่งเป็นแบรนด์ของไทยยูเนี่ยนได้รับรางวัลชนะเลิศแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋อง จากสำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการประมง (MSC) ประจำปี 2562 ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นปีที่สามติดต่อกัน และ ผลิตภัณฑ์อินฟิวชั่น ปลาทูน่าในน้ำมันมะกอกผสมโหระพา แบรนด์ ชิคเก้น ออฟ เดอะซี ได้รับรางวัล PEOPLE Food Awards ปี 2562: ผลิตภัณฑ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทปลาทูน่า

ลักษณะธุรกิจของ TU
ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง และขยายธุรกิจให้ครบวงจรด้วยธุรกิจอาหารสำเร็จรูปและอาหารว่าง โดยเน้นอาหารทะเล ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ ธุรกิจการตลาดภายในประเทศ ธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจพัฒนาสายพันธุ์กุ้งเพื่อจำหน่าย

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด