ข่าวหุ้นล่าสุด

ผู้ว่าธปท.ยันเกณฑ์ LTV เบากว่าที่อื่น-ชี้สินเชื่อบ้าน 5 เดือนยังโต 15%

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ค. 62 16:47 น.

   ผู้ว่า ธปท.แจงเหตุออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หลังพบสัญญาณอันตราย ทั้งสัญญากู้บ้านหลังใหม่ทั้งที่ยังผ่อนหลังเดิม  การแข่งขันของสถาบันการเงินออกสินเชื่อเงินทอน และการเก็งกำไร ชี้เป็นมาตรการที่เบากว่าประเทศอื่น ยันไม่กระทบคนซื้อบ้านหลังแรก ยันตัวเลข 5 เดือนปีนี้ สินเชื่อบ้านยังโต 15%  โดยเฉพาะบ้านหลังแรก แต่กลุ่มคอนโดฯ หลังที่ 2 -3 ลดลง   

     ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการออกมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เมื่อเดือน พ.ย. 61 และเริ่มมีผลเมื่อเดือน เม.ย. 62 ว่า เป็นหน้าที่ของธนาคารกลางเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ  เพราะเห็นสัญญาณที่ไม่ดีหลายอย่างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงประมาณ 12-18 เดือนที่ผ่านมา  โดยช่วงหลังธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูข้อมูลจาก Big Data จึงลงไปดูข้อมูลรายสัญญา ผู้กู้รายคน อสังหาริมทรัพย์รายประเภท รายพื้นที่ ก็พบลักษณะคล้าย ๆ กันว่า มีสัญญาที่กู้ ที่ 2 สัญญาที่ 3 สัญญาที่ 4 ที่เกิดขึ้น (กู้เพื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 หลังที่ 4 ในขณะที่หลังแรกยังผ่อนไม่หมด)
   นอกจากนี้ ยังพบการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสถาบันการเงินด้วยกัน NPL ที่เพิ่มสูงขึ้น ตอนแรกกระจุกตัวอยู่กับบางแบงก์เท่านั้น แบงก์ที่เข้ามาตอนแรกก็ไม่ได้เป็นเจ้าตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็นเจ้าตลาดของสินเชื่อเคหะ พอเข้ามารุกตลาด สถาบันการเงินก็ลดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อในหลากหลายรูปแบบ ให้เงินเพิ่มขึ้นเยอะ ๆ บ้าง ดังที่หลายท่านคงได้ยินเรื่องสินเชื่อเงินทอน
    ธปท.เห็นสถานการณ์เช่นนี้รุนแรงขึ้น จึงส่งทีมลงไปดูข้อมูลส่วนกลางและข้อมูลรายพื้นที่ ปลอมตัวไปซื้อบ้าน ท่านลองค้นหาใน Google คำว่า “สินเชื่อเงินทอน” หรือ “บริษัทรับจัดสินเชื่อเคหะ” จะพบว่ามีคนที่อ้างว่าสามารถให้คำปรึกษา หรือช่วยวางแผนเยอะมากที่ทำให้เกิดการกู้ที่ไม่ได้เป็นความต้องการอยู่จริง และมีการเก็งกำไรเกิดขึ้น ถ้าปล่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อุปทาน (Supply) ส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น บ้านที่โอนแล้วแต่คนไม่อยู่จริงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้น ไม่มีทางที่ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจลดลงเพราะมีบ้านใหม่ ๆ ที่เป็นอุปทานส่วนเกินเข้ามาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาบ้านที่บอกว่าจะเพิ่มขึ้น ก็ไม่เพิ่มขึ้นถ้ามี supply ส่วนเกิน
   ทั้งนี้มาตรการนี้เป็นมาตรการที่ค่อนข้างเบามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ คือ การเพิ่มเงินดาวน์ สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่บ้านหลังแรก บ้านหลังแรกไม่ได้รับผลกระทบ ยืนยันอีกครั้งว่าเจตนาของธปท.ไม่ต้องการให้คนที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกได้รับผลกระทบ ความจริงมาตรการที่ออกมานั้นช่วยคนที่อยากมีบ้านเป็นครั้งแรกด้วย เพราะว่าราคาบ้านของเดิมที่มีอุปสงค์ (demand) เทียมทำให้ราคาบ้าน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ในเชียงใหม่ก็ขึ้นเร็วมาก คนที่อยากจะซื้อบ้านจริง ๆ ไม่สามารถซื้อได้ หรือซื้อได้ในราคาที่สูงกว่าที่ควร มาตรการช่วยให้ตลาดมีความสมดุลมากขึ้น เป็นตลาดที่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงมากขึ้น และช่วยคนที่อยากจะซื้อบ้านครั้งแรกให้สามารถซื้อได้ในราคาที่เหมาะสมขึ้น
    " ตอนทำ hearing มีหลายท่านเสนอว่า ไม่ควรทำบ้านหลังที่สองด้วย เพราะรูปแบบการดำเนินชีวิต (lifestyle) ของคนเปลี่ยน อาจมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อคอนโดมิเนียมเป็นหลังที่สอง เราเลยไม่แตะบ้านหลังที่สอง กรณีถ้าผ่อนหลังแรกมาแล้ว 3 ปี แล้วมาซื้อหลังที่สอง อันนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ มาตรการจะเน้นคนที่เก็งกำไร โดยเฉพาะหลังที่ 3 หรือสัญญาเงินกู้ที่ 3 ขึ้นไป ถ้าท่านใช้เงินของท่านเองซื้อไม่กระทบ" นายวิรไท กล่าว 
    สำหรับตัวเลขสินเชื่อใหม่ในเดือนเมษายนหลังมาตรการมีผลลดลงบ้าง แต่ส่วนสำคัญเป็นเพราะ มีการเร่งกู้ในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ก่อนมาตรการมีผล 1 เม.ย. 62 ข้อมูลจะดูเฉพาะตัวเลขของเดือนเมษายนและพฤษภาคมไม่ได้ ต้องดูข้อมูล 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งประเทศยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้ลดลง สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังโต 15% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ แต่ถ้าดูข้อมูลเดือน เม.ย. – พ.ค. บ้านหลังแรกและบ้านแนวราบโดยรวมไม่ได้ถูกผลกระทบ คอนโดมิเนียมที่เป็นสัญญาที่ 2 ที่ 3 ขึ้นไป เห็นว่ายอดขายลดลง


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด