ข่าวหุ้นล่าสุด

`สมคิด` สั่ง รสก.เร่งลงทุน ชี้รถไฟเร็วสูง-ทางคู่ -สุวรรณภูมิ ยังล่าช้า

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 ส.ค. 62 12:19 น.

   "สมคิด" สั่ง รสก.เร่งเดินหน้าโครงการลงทุน   พร้อมฝากคลัง-คมนาคมแก้ไขข้อติดขัดเพิ่มเติม ด้านรมว.คมนาคม โต้กระแสข่าวรื้อบอร์ด THAI - AOT ยันทำงานร่วมคลังได้ดี  ฟาก สคร.เผย 9 เดือนปีงบ 62 รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายแล้ว  129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็น 87% ของแผน ชี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน  , รถไฟทางคู่ ,  สุวรรณภูมิเฟสใหม่   ทางด่วนพระราม3 – วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก  ยังล่าช้ากว่าแผน

   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เร่งรัดและขับเคลื่อนการใช้จ่ายของภาครัฐ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนกลุ่มที่ยังมีอุปสรรคได้มอบหมายให้ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคมเร่งติดตาม และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ
   “ต้องยอมรับว่า รัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานเป็นปีงบประมาณ บางปีเป็นปีปฏิทิน ดังนั้นช่วงที่เหลือจนถึงเดือนธันวาคมจึงอยากให้รัฐวิสาหกิจเร่งเต็มที่ และกระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ได้ให้คำมั่นว่า ถ้าติดอุปสรรคใดระหว่างหน่วยงานให้เร่งเข้าไปช่วยเหลือ”นายสมคิด กล่าว

   นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2562 กรอบลงทุนทั้งปีของรัฐวิสาหกิจที่ไม่รวมเพิ่มทุนอยู่ที่ 317,951 ล้านบาท ซึ่งเบิกจ่ายจริงได้ 129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็น 41% ของกรอบลงทุนทั้งปี หรือ 87% ของแผนการเบิกจ่าย ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้จะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายให้ได้อีก 130,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 95%
   นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในหน่วยงานที่คมนาคมดูแล ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
   ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวการปรับคณะกรรมการบริหารของการบินไทย (THAI) แลท่าอากาศยานไทย  (AOT) นั้น ยืนยันเป็นเพียงการปรับคณะกรรมการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ส่วนจะมีการโยกย้ายหรือโละทั้งหมดหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานที่จะต้องประเมิน KPI ออกมา โดยภายในสัปดาห์หน้าจะได้ทราบผลการประเมินของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้ของกระทรวงคมนาคมทั้งหมดว่าจะผ่านหรือไม่
   “หากต้องเปลี่ยน โยกย้ายทุกอย่างมันก็มีเรื่องของมันมีคณะกรรมการสรรหา ทุกอย่างมีขั้นตอน โดยเราทำงานร่วมกันกับกระทรวงการคลังได้ดีไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนข่าวรือบอร์ด THAI AOT มันไม่ใช่ แต่ทุกอย่างมันมี KPI การทำงาน ซึ่งเราก็ต้องประเมิน มันเป็นเรื่องปกติ”นายศักดิ์สยาม กล่าว

   นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ขณะนี้ สคร.มีมาตรการในการเร่งรัดและติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยจะมีมาตรการระยะสั้น คือ การกำกับการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามแผน โดยให้กำหนดกรอบเวลาในแต่ละขั้นตอน การเร่งรัดการก่อหนี้โครงการที่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาโดยให้จัดทำแผนการก่อหนี้เป็นรายโครงการและรายงานความคืบหน้าให้ สคร.เป็นรายเดือน
   ขณะที่มาตรการระยะกลาง ให้แก้ไขปัญหาระหว่างการดำเนินโครงการ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเร่งจัดทำโครงการเพิ่มและสะท้อนเบิกจ่ายจริง โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่เป็นปีปฏิทินให้พิจารณาเสนอโครงการลงทุนที่มีความพร้อมและเร่งด่วนเพื่อขออนุมัติขยายกรอบงบลงทุนปี 2562 และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกรอบปีงบประมาณให้จัดทำประมาณการเบิกจ่ายให้สะท้อนความสามารถในการเบิกจ่ายลงทุนได้จริงด้วย นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ สคร. จัดทำระบบการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เข้มข้นมากขึ้น และให้มีการประสานงานระหว่างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งหากติดขัดให้รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทันที

    นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ ปี 2562 มีผลการเบิกจ่ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 61- มิ.ย. 62) จำนวน 129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมโดยเป็นผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณจำนวน 71,525 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินจำนวน 58,290 ล้านบาท

ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจสะสมถึงเดืนมิถุนายน 2562

หน่วย:ล้านบาท

ชื่อรัฐวิสาหกิจ

แผนลงทุนทั้งปี 2562

แผนเบิกจ่ายสะสม

ผลเบิกจ่ายสะสม

ร้อยละเบิกจ่าย/

แผนสะสม

1.  ปีงบประมาณ จำนวน 34 แห่ง

160,888

87,242

71,525

82%

1.1 การรถไฟแห่งประเทศไทย

76,184

39,120

25,510

65%

1.2การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

24,385

19,327

22,290

115%

1.3 บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน)

17,912

7,162

4,941

69%

1.4 การประปาส่วนภูมิภาค

13,000

2,675

4,469

167%

1.5 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

6,203

4,327

810

19%

1.6การเคหะแห่งชาติ

4,677

3,165

2,858

90%

1.7 การประปานครหลวง

4,500

2,862

3,412

119%

1.8 องค์การเภสัชกรรม

2,034

852

536

63%

1.9 การท่าเรือแห่งประเทศไทย

2,010

1,277

1,277

100%

1.10 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

1,986

1,954

1,917

100%

1.11 บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

1,250

663

663

100%

1.12 รัฐวิสาหกิจแห่งอื่นๆ จำนวน 23 แห่ง

6,747

3,857

2,839

74%

2.  ปีปฏิทิน จำนวน 11 แห่ง (รวม)

173,062

62,405

58,290

93%

2.1 บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

49,670

15,221

11,016

72%

2.2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

48,194

22,348

22,348

100%

2.3การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

34,714

12,500

12,500

100%

2.4การไฟฟ้านครหลวง

20,576

5,660

6,969

123%

2.5 บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)

6,380

2,632

1,823

69%

2.6บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

4,875

1,192

1,673

140%

2.7บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

4,160

1,547

566

37%

2.8 บริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

3,300

1,055

1,004

95%

2.9รัฐวิสาหกิจแห่งอื่นๆ  จำนวน 3 แห่ง

1,193

249

392

157%

   รัฐวิสาหกิจที่ สคร. กำกับดูแล 45 แห่ง ที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าแผนหลายโครงการเฉพาะการลงทุนพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น งานก่อสร้างปรับปรุงขยายของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง
   ทั้งนี้ มีโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผน เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – ชุมพรของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการทางพิเศษสายพระราม3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ซึ่งถึงแม้ว่าปัจจุบันโครงการเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง และเริ่มมีการตรวจรับงานและทยอยเบิกจ่ายได้แล้ว แต่เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในช่วงแรกส่งผลให้การดำเนินโครงการและการเบิกจ่ายของโครงการในภาพรวมยังล่าช้ากว่าแผน

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด