ข่าวเด็ด บจ.

KTAM เปิด IPO ขายกองทุนมั่งมีศรีสุข RMF

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ต.ค. 63 13:31 น.

 

  นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเปิดเสนอขาย กองทุน มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 ตุลาคม 2563 เน้นการลงทุนโดยการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ในหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ผ่าน Fund of Funds ภายใต้บริษัทจัดการกองทุน

   โดยมีกลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ดัชนีชี้วัดของกองทุนมั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ คือ 3% ต่อปี 5% ต่อปี 7% ต่อปี และ9% ต่อปี* ตามลำดับ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และอยากได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้ในระยะยาว

  กองทุนมั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ ประกอบด้วย 4 กองทุน ที่เน้นการกระจายน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมกับวัฏจักรเศรษฐกิจระยะยาวในแต่ละช่วงเวลาและความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ (Strategic Asset Allocation) ในขณะเดียวกัน ผู้จัดการกองทุนก็สามารถเพิ่มหรือลดน้ำหนักสินทรัพย์ได้ตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาดที่อาจจะมีความผันผวนสูงได้ในระยะสั้น (Dynamic Tactical Asset Allocation)

  1. กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTMUNG-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ประมาณการสัดส่วนการลงทุนเน้นตราสารทุน 75% ตราสารหนี้สัดส่วน 15% ตราสารทางเลือก 10%

  2. กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTMEE-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ตั้งแต่ปานกลางถึงสูง มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 50% ตราสารหนี้สัดส่วน 40% ตราสารทางเลือก 10%

  3. กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSRI-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยถึงปานกลาง มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ 65% ตราสารทุน 25% ตราสารทางเลือก 10%

  4. กองทุนเปิดกรงไทยสุขใจ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSUK-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความผันผวนน้อย มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนตราสารหนี้ 80% ตราสารทุน 10% และตราสารทางเลือก 10%

  นางชวินดา กล่าวเสริมว่า กลุ่มกองทุนมั่งมีศรีสุขเพื่อการเลี้ยงชีพนี้เหมาะกับ สภาวะการณ์ตลาด ณ ปัจจุบัน เพราะแนวโน้มผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน รวมถึงความผันผวนของตลาดหรือสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลกก็มีความผันผวนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องคอยติดตามวางแผนการลงทุนที่ยากขึ้นตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรอดเร็ว

  และมองว่า การเลือกลงทุนในกลุ่มกองทุนดังกล่าว จะสามารถช่วยนักลงทุนได้ โดยนักลงทุนสามารถที่จะเลือกตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังตามที่ต้องการ เพื่อให้เหมาะกับแผนทางการเงินในอนาคตได้สะดวกมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และไม่ต้องการปรับพอร์ตบ่อยๆ เพราะกลุ่มกองทุนนี้จะมีการติดตามและกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหน่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือได้ว่ากองทุน “มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ” นี้ สามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้เป็นอย่างดี

  นอกจากนื้ กองทุน “มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ” ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับนักลงทุน เพียงทำรายการสับเปลี่ยนสุทธิจากกองทุนประเภท RMF อื่นๆ ภายใต้การจัดการของบลจ.กรุงไทย มายังกองทุน “มั่งมีศรีสุข” เพื่อการเลี้ยงชีพ ในช่วงระหว่างวันที่ 12 ต.ค. 2563 – 30 ธ.ค. 2563 ทุกๆ 50,000 บาท รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS 100 บาท ตามเงื่อนไขที่บลจ. กรุงไทย กำหนด สำหรับเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป คือ 500 บาท

   ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ktam.co.th หรือขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ บลจ. กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 ในเวลาทำการ

  คำเตือน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษียณอายุ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด (Market Risk)/ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ (Lliquidity Risk)/ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk)/ ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุน (High Concentration Risk) เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนมีนโนบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน / * อัตราผลตอบแทนที่ใช้เป็นตัวชี้วัดข้างต้น เป็นเพียงการกำหนดตัวชี้วัดของกองทุนที่เกิดจากการจัดทำแบบจำลองการลงทุนย้อนหลัง 7 ปี ซึ่งกองทุนมิได้รับประกัน ผลตอบแทนดังกล่าว ทั้งนี้ มูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนอาจมีความเคลื่อนไหวไปตามสภาวะตลาดในขณะนั้น ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนน้อยกว่า หรือมากกว่าอัตราผลตอบแทนที่กำหนดเป็นตัวชี้วัดได้ โดยระยะเวลาลงทุนที่เหมาะสมควรเป็นการลงทุนในระยะกลาง-ยาว


เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด