ข่าวหุ้นล่าสุด

UPA เพิ่มทุน 1.68 หมื่นล้านหุ้น ใช้แลกหุ้น GTG ลุยธุรกิจกัญชา-กัญชง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.ค. 64 12:08 น.

   UPA ประกาศเพิ่มทุน 1.68 หมื่นล้านหุ้น เพื่อเข้าซื้อกิจการ"โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป(GTG)" ด้วยการแลกหุ้น เพื่อรุกธุรกิจกัญชง-กัญชา ครบวงจร โดยแบ่งหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 8.44 พันล้านหุ้น ใช้แลกหุ้น GTG จำนวน 96.5% คิดเป็นมูลค่า 2.78 พันลบ. พร้อมจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 4.64 พันล้านหุ้น เพื่อเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 4 ต่อ 1 ในราคาขายหุ้นละ 0.33 บาท ส่วนที่เหลือ 3.7 พันล้านหุ้น ใช้รองรับ UPA-W2 ที่จะแจกให้ผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 5 ต่อ 1

   นายกวิน เฉลิมโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจํานวน 8,405,373,455.50 บาท จากทุนจดทะเบียนจํานวน 5,065,171,462.50 บาท เป็นจํานวน 13,470,544,918.00 บาท โดยการออกออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 16,810,746,911 หุ้น(ราคาพาร์ 0.50 บาท) โดยแบ่งการจัดสรรดังต่อไปนี้

         1. จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 3,970,359,482 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 21.37 ของทุนชําระแล้วของบริษัทฯภายหลังการเพิ่มทุน ให้แก่บคุคลในวงจํากัด(Private Placement) คือ บริษัทจํากัดซึ่งจะจัดตั้งขึ้น ภายใต้กฎหมายไทย โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกระบวนการโอนกิจการทั้งหมด(Entire Business Transfer หรือ EBT) สำหรับบริษัทที่ 1 ในราคาห้นุละ 0.33 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,310,218,629.06 บาท เพื่อชําระเป็นค่าตอบแทนในการเข้าทํารายการลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป จำกัด(GTG)

           โดยบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 1 จะโอนห้นุสามัญของ GTG ในจํานวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,550,788 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 45.34 ของจํานวนหุ้นชําระแล้วของ GTG ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,310,218,629.06 บาท ให้แก่บริษัทฯภายใต้กระบวนการ EBT คิดเป็นอัตราหุ้นสามัญของบริษัทฯ จํานวน 872.455382 หุ้น ต่อหุ้นสามัญของ GTG จํานวน 1 หุ้น

            2. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯจํานวนไม่เกิน 1,916,573,340 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10.32 ของทุนชําระแล้วของบริษัทฯภายหลังการเพิ่มทุน ให้แก่บคุคลในวงจํากัด(Private Placement) คือ บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 2 ในราคาหุ้นละ 0.33 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 632,469,202.20 บาท เพื่อชําระเป็นค่าตอบแทนในการเข้าทํารายการลงทุนในห้นุสามญัของ GTG

            โดยบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 2 ตกลงที่จะโอนหุ้นสามัญของ GTG ในจํานวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,196,758 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 21.89 ของจํานวนหุ้นชําระแล้วทั้งหมดของ GTG ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 632,469,202.20 บาท ให้แก่บริษัทฯภายใต้กระบวนการทํา EBT คิดเป็นอัตราหุ้นสามัญของบริษัทฯ จํานวน 872.455382 หุ้น ต่อหุ้นสามญัของ GTG จํานวน 1 หุ้น

            3. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จํานวนไม่เกิน 2,336,942,409 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 12.58 ของทุนชําระแล้วของบริษัทฯภายหลังการเพิ่มทุนให้แก่บคุคลในวงจํากดั (Private Placement) คือ บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 3 ในราคาหุ้นละ 0.33 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 771,190,994.97 บาท เพื่อชําระเป็นค่าตอบแทนในการเข้าทํารายการลงทุนในหุ้นสามัญของ GTG

            โดย บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 3 ตกลงที่จะโอนห้นุสามญัของ GTG ในจํานวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,678,581 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 26.69 ของจํานวนหุ้นชําระแล้วของ GTG ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 771,190,994.97 บาท ให้แก่บริษัทฯ ภายใต้กระบวนการทํา EBT คิดเป็นอัตราหุ้นสามัญของบริษัทฯ จํานวน 872.455382 หุ้น ต่อหุ้นสามัญของ GTG จํานวน 1 หุ้น

            4. จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ จํานวนไม่เกิน 225,843,800 หุ้น หรือ คิดเป็นร้อยละ 1.22 ของทุนชําระแล้วของบริษัทฯภายหลังการเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) คือ บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 4 ในราคาหุ้นละ 0.33 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 74,528,454.00 บาท เพื่อชําระเป็นค่าตอบแทนในการเข้าทํารายการลงทุนในหุ้นสามญัของ GTG

            โดย บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นบริษัทที่ 4 ตกลงที่จะโอนห้นุสามญัของ GTG ในจํานวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 258,860 ห้นุ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.58 ของจํานวนหุ้นชําระแล้วทั้งหมดของ GTG ซึ่งมีมลูค่ารวมทั้งสิ้น 74,528,454.00 บาท ให้แก่บริษัทฯ ภายใต้กระบวนการทํา EBT คิดเป็นอัตราหุ้นสามัญของบริษัทฯ จํานวน 872.455382 หุ้น ต่อหุ้นสามัญของ GTG จํานวน 1 หุ้น

          ทั้งนี้ ณ วันโอนกิจการ บริษัทฯ จะรับโอนหุ้นสามัญของ GTG มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,788.41 ล้านบาท และ บริษัทฯ จะชําระค่ากิจการทั้งหมดของบริษัทที่จะจัดตั้งจํานวน 4 บริษัท ด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทนุของบริษัทฯ แทนการชําระค่าตอบแทนด้วยเงินสด (Payment in Kind) จํานวนไม่เกิน 8,449,719,031 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 45.48 ของหุ้นที่ออกและชําระแล้วของบริษัทฯภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้

          5. จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯจํานวนไม่เกิน 4,645,015,489 หุ้น เพื่อเสนอขายหลังจากการเสนอขายห้นุเพิ่มทุนให้แก่บคุคลในวงจํากัด (Private Placement) เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) โดยมีรายละเอียดการจัดสรรรดังนี้

         เสนอขายในอัตราส่วน 4 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ (คิดเป็นจํานวนหุ้นที่ใช้ในการจัดสรรทั้งสิ้น 4,645,015,489 หุ้น) กรณีมีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง ในราคาเสนอขายห้นุละ 0.33 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 1,532.86 ล้านบาท และกําหนดวันจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม 2565 หรือ วันที่คณะกรรมการจะกําหนดเป็นอย่างอื่น

          6. จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน จํานวน 3,716,012,391 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิ ของใบสําคัญแสดงสิทธิ(UPA-W2) ที่จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ โดยไม่คิดมลูค่า ในอัตรา 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 ใบสําคัญแสดงสิทธิ โดยกําหนดราคาการใช้สิทธิของ UPA-W2 เท่ากับ 0.60 บาท โดยอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวอยู่ที่ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ออก

          ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ออกและเสนอขาย UPA-W2 จํานวน 3,716,012,391 หน่วย ซึ่งจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

         นายกวิน กล่าวว่า ผลประโยชน์ที่ UPA คาดว่าจะได้รับจากการเข้าซื้อกิจการ GTG ด้วยการแลกหุ้น คือ การขยายขอบเขตการลงทุนไปยังธุรกิจหลักของ GTG ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชา-กัญชง (cannabis and hemp) เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์-พาณิชย์ และเทคโนโลยีการเกษตรซึ่งส่งเสริมธุรกิจหลักของ GTG และ เพิ่มโอกาสในการสร้างทางเลือกใหม่ในการลงทุน และสร้างรายได้ให้บริษัทฯ นอกเหนือไปจากรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจสาธารณูปโภค และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ 

   ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเข้าซื้อหุ้น GTG ทั้ง 100%  ทั้งนี้ GTG เป็นผู้ประกอบการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำด้านธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจรในประเทศ 

   การลงทุนครั้งนี้ ช่วยให้ UPA ก้าวสู่ธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจร และสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจเพิ่มเติมจากธุรกิจหลักของบริษัทในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการให้การตอบรับและให้ความสนใจของธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์ของ GTG ไปใช้ในการผลิตสินค้าของตน ซึ่งขณะนี้ GTG ก็ได้ร่วมทดลองและพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่กับบริษัทหลายแห่ง ซึ่ง GTG มีเป้าหมายจะทำตลาดทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศด้วย

   “ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรเพื่อความเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราจึงตัดสินใจลงทุนซื้อกิจการ GTG ซึ่งเป็นผู้ประกอบการตัวจริงในวงการอุตสาหกรรมกัญชง-กัญชาของไทย ที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีโรงสกัดสาร CBD ด้วยเทคนิคการสกัด CO2 ที่ทันสมัย ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันการเติบโตของ UPA ในอนาคต จากปัจจุบันที่เรามีความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสาธารณูปโภคในกลุ่มประเทศ CLMV+T ” นายกวิน กล่าว 

   นายกฤษณ์ ธีรเกาศัลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป จำกัด หรือ (GTG) กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ประกอบการธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจรของไทย ที่เห็นโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ลงทุนก่อสร้างศูนย์วิจัยกัญชง-กัญชามาตรฐาน GMP ครอบคลุมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ ขั้นตอนการเพาะปลูก การจัดตั้งโรงสกัด ไปจนถึงการส่งออก

   โดยในปี 61 ที่ผ่านมา GTG ได้รับอนุญาตจากภาครัฐให้นำเข้าสายพันธุ์กัญชง-กัญชาจากต่างประเทศจำนวน 12 สายพันธุ์เพื่อมาทำการศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์โดยแลกเปลี่ยนเทคนิคทางวิชาการด้านการเพาะปลูก กับมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปี จน GTG ประสบความสำเร็จในการพัฒนากัญชงสายพันธุ์ Raksa® (รักษา) ที่เหมาะสมกับสภาพดินและอากาศของไทย อีกทั้งยังให้สารสกัด CBD ในดอกแห้งคุณภาพสูงถึง 15.8% ซึ่งถือว่ามากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมกัญชา-กัญชงโลกที่อยู่เพียง 10% และยังให้ปริมาณ THC ต่ำกว่า  1% ตามที่กฎหมายไทยกำหนด 

   ทั้งนี้ กัญชงสายพันธุ์ Raksa®  ของ GTG ยังสามารถให้สารสกัดในรูปแบบ Full Spectrum CBD ที่ได้มาตรฐาน GMP รายแรกของประเทศไทย ซึ่งมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่กำลังจะมีการออกกฎหมายตามมา  GTG พร้อมนำองค์ความรู้การเพาะปลูกช่วยสร้างความมั่นคงด้านผลผลิตทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยมีแผนงานก่อสร้างโรงเรือนระบบปิดมาตรฐาน ISO 8 cleanrooms, เพื่อเพิ่มการเพาะปลูกกัญชงขึ้นอีก 2 แห่งในจังหวัดเชียงราย พร้อมจะเริ่มดำเนินการปลูกได้ในสิ้นเดือนสิงหาคม และยังมีโรงเรือนระบบปิดในกรุงเทพฯ อีกแห่งที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์ต่อไป  

   ทั้งนี้ ราคาหุ้น UPA ณ เวลา 10.40 น. อยู่ที่ระดับ 0.47 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท หรือ 14.63% มูลค่าการซื้อขาย 444 ล้านบาท  

ลักษณะธุรกิจของ UPA
พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาธุรกิจพลังงาน

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด