ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : SET ดิ่งแรง 35 จุด ทำนิวโลว์รอบ 19 เดือน หวั่นสหรัฐฯชัตดาวน์ 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ธ.ค. 61 7:45: น.

 

   "หุ้นไทย"ดิ่งหนักเกือบ 35 จุด กังวลสหรัฐฯชัตดาวน์ โบรกฯคาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,626 จุดจนถึงสิ้นปี แนะนักลงทุนรอลุ้นผลประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯชี้ชะตาตลาดหุ้นทั่วโลก 27 ธ.ค.นี้ ระบุหากการเจรจาล้มเหลวเสี่ยงกระทบหนัก แม้มีเม็ดเงิน LTF-RMF ช่วยพยุงดัชนี เชียร์สะสมหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะกลุ่มเท่านั้น 

*** หุ้นไทยดิ่งวันเดียว 34.64 จุด นิวโลว์รอบ 1 ปี 7 เดือน

    ดิ่งหนัก!! ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)วันที่ 25 ธ.ค. 61 ปิดตลาดที่ 1,556.65 จุด ลดลงไปถึง 34.64 จุด หรือ 2.18% มูลค่าการซื้อขาย 33,013.19 ล้านบาท  โดยระหว่างวันลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,555 จุด ทำสถิติต่ำสุดรอบ 1 ปี 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ค.60 

*** ผันผวนยันสิ้นปี ให้กรอบ 1,550 - 1,626 จุด

    บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีนี้คาดจะแกว่งตัวในกรอบ 1,577-1,626 จุด โดยมีปัจจัยลบจากทั้งในและต่างประเทศ ประกอบไปด้วยความกังวลของตลาดส่งออกไทยที่อาจจะหดตัวจากผลกระทบของสงครามการค้า, แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของทั้งเฟดและธปท. บวกกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลงต่อเนื่องจากความต้องการที่ลดลงสวนทางกับปริมาณน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าดัชนีจะยืนเหนือแนวรับในโซน 1,575-1,580 จุดจนถึงสิ้นปีนี้ ด้วยแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบมองว่ากรอบขาลงเริ่มจำกัด และมีโอกาสที่จะฟื้นตัวในช่วงต้นปี 62 หนุนด้วยกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ที่จะเริ่มลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่หากไม่เป็นไปตามเป้าจะทำให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับลง

    ด้านน.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงและมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,550 - 1,590 จุดไปถึงสื้นปีนี้ โดยปัจจัยด้านลบที่กดดันการลงทุนในช่วงนี้ยังคงหนีไม่พ้นปัญหาของสหรัฐ ซึ่งล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์อีกครั้งหลังวุฒิสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโก
    รวมถึงความกังวลตัวเลขจีดีพีของสหรัฐในช่วงไตรมาส 3/61 ขยายตัวเพียง 3.4% ชะลอตัวจาก 4.2% ในช่วงไตรมาส 2/61 นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.9% ในช่วงไตรมาส 4/61 และจะชะลอตัวลงมากขึ้นในปีหน้าจากผลกระทบของสงครามการค้า 

*** ลุ้น LTF - RMF ช่วยหนุน

    อย่างไรก็ดีคาดว่าดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี จะได้รับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินซื้อ LTF และ RMF ช่วยพยุงดัชนี และการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนภาครัฐในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ EEC รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยในเดือนพ.ย.61 พลิกกลับมาเติบโต 4.54% จากหดตัว 0.51% ในเดือนต.ค. ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโต 5.18%

*** จับตาเจรจา 27 ธ.ค.นี้ ชี้ชะตาตลาดหุ้น!

    น.ส.วิลาสินี เผยต่อว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ คือ ในวันที่ 27 ธ.ค. จีน เปิดเผยตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และสหรัฐฯจะจัดการประชุมวุฒิสภาอีกครั้งเรื่องงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐกับเม็กซิโก รวมทั้งในวันที่ 28 ธ.ค. สหรัฐฯ  เปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนพ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย.  และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

    บล.เออีซี เผย จากข้อมูลในอดีตภาวะปิดหน่วยงานหากมีระยะเวลาไม่นาน (1-5 วัน) จะมีผลกระทบที่ไม่มาก แต่จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นหากหน่วยงานรัฐฯ ปิดดำเนินการเป็นเวลานาน ซึ่งในปี 54 ปิด 20 วัน ทำให้ดัชนี DJIA ปรับลง 1.7% ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนรอติดตามการเจรจาครั้งถัดไปของวุฒิสภาในวันที่ 27 ธ.ค. เพื่อประเมินผลกระทบอีกครั้ง เพราะฝั่งทรัมป์มีแรงกดดันที่จะต้องผลักดันนโยบายดังกล่าวให้ได้ภายในปีนี้ ก่อนที่พรรคเดโมแครตจะได้เสียงข้างมากในวุฒิสภาซึ่งจะทำให้การเสนอนโยบายดังกล่าวเป็นไปได้ยากขึ้น

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุ ประเด็นที่ตลาดหุ้นไทยให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ตลาดหุ้นสหรัฐจะฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์หลังลงไป 20% จากจุดสูงสุด ซึ่งมองว่าแรงกดดดันที่เกิดในตลาดหุ้นสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงท้ายๆแล้ว เพียงแต่รอสัญญาณที่ชัดเจนเรื่องดอกเบี้ยและมาตรการสร้างความเชื่อมั่นเท่านั้น

*** แนะเก็บหุ้นมีประเด็นบวกเฉพาะกลุ่ม

    นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด จากภาวะตลาดในขณะนี้แนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช็อปช่วยชาติ ได้แก่ IRC, NDR, SE-ED, COL รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากการช็อปช่วงตรุษจีน ได้แก่ CPALL, MAKRO, BJC และหุ้นเข้าคำนวณ SET50 ได้แก่ GULF, WHA และ SET100 ได้แก่ AEONTS, ANAN, GOLD, GULF, MBK, PLANB ซึ่งจะมีผลในช่วงครึ่งแรกของปี 62
    ขณะที่บล.เออีซี แนะนำทยอยสะสมหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศขนาดกลาง-ใหญ่ 3 กลุ่มหลักที่ยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม คือ 1.กลุ่มสื่อ แนะนำ PLANB, VGI, MAJOR 2. กลุ่มค้าปลีก แนะนำ ROBINS, CPN และ3.กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA, WHA

*** ชี้ดัชนีมีโอกาสฟื้น หลัง PE หุ้นไทยเริ่มต่ำ

    บล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดตลาดจะผันผวนไปถึงสิ้นปีนี้ที่ 1,580-1,600 จุด ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงต่อไป จากมูลค่าของตลาดที่ระดับ PER 13.5 เท่า  และการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในครึ่งแรกปีหน้า เป็นตัวช่วยหนุน กลยุทธ์ในขณะนี้ จึงยังเน้นตั้งรับกลุ่มปลอดภัยอย่าง หุ้นกลุ่มไฟฟ้า และรอซื้อเมื่อปรับลงแรงในหุ้นเกี่ยวกับปัจจัยในประเทศ ท่องเที่ยว, ธนาคาร, ค้าปลีก, รับเหมาฯ 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด