ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : BANPU จับมือพันธมิตรญี่ปุ่น ลุยรถยนต์ไฟฟ้า-แบตเตอรี่ 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 62 7:32: น.

 

 

  BANPU ทุ่มงบ 635 ล้านบาท ส่งบ.ย่อย "บ้านปู อินฟิเนอร์จี" ลุยรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ FOMM  ผ่านการถือหุ้น FOMM Corporation  จากญี่ปุ่น 21.5% ต่อยอดธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ ฟากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินอีก 5 ปี รถยนต์ไฟฟ้าในไทยกินส่วนแบ่งอยู่ระดับ 1 ใน 4 ของยอดขายรถยนต์รวมต่อปีทั้งประเทศ หรือประมาณ 240,000 คัน
           
***  BANPU หันมาลุยรถยต์ไฟฟ้า  

    นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)  หรือ BANPU แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด (BPIN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ ได้ลงนามในสัญญาเพื่อทำการลงทุนโดยเป็นหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ในบริษัท FOMM Corporation ( FOMM) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Compact EV) การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 635 ล้านบาท)
    การลงทุนดังกล่าว ทำให้ BPIN ถือหุ้นที่สัดส่วนร้อยละ 21.50 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวธุรกิจที่สำคัญสำหรับ BPIN ในการขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีความล้ำหน้าและทันสมัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก FOMM มุ่งเน้นการพัฒนาบนพื้นฐานของความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่โดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การประกอบชิ้นส่วน การรับประกันและตรวจสอบคุณภาพบริการขายและจัดส่งไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป
    “การลงทุนครั้งนี้เป็นอีกก้าวธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มบ้านปูฯ ในการขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีความล้ำหน้าและทันสมัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคืออีกหนึ่งโซลูชันที่เราได้ศึกษา และเชื่อมั่นว่าจะเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตได้ดีถือเป็นการต่อยอดธุรกิจจากการลงทุนในบริษัทผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และในวันนี้ เรามีความยินดีที่ได้ลงทุนในบริษัท ฟอมม์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคมีโซลูชันมากขึ้นแล้ว ยังช่วยต่อยอดความพร้อมในการผลักดัน ขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต ทั้งในเรื่อง เทรนด์รถยนต์ในอนาคต และเทรนด์ของเทคโนโลยี ควบคู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น” นางสมฤดี กล่าว 

*** รู้จัก FOMM  ยานยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น  
    FOMM ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นบริษัทผู้ออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าจากเมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อการพัฒนารถไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับการเดินทางระยะสั้น สอดคล้องกับชื่อ FOMM ซึ่งย่อมาจาก First One Mile Mobility รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กนี้นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังได้รับการออกแบบให้สามารถรับปัญหาในสภาวะน้ำท่วมฉับพลันซึ่งทีมงานได้แรงบันดาลใจในการสรรสร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบลอยน้ำได้นี้หลังเหตุสึนามิในญี่ปุ่นเมื่อปี 2554 และในปี 2559 FOMM ได้ขยายธุรกิจมายังประเทศไทย โดยจัดตั้ง บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเชีย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น เพื่อนำเทคโนโลยียานยนต์มาปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
    ??นอกจากการลงทุนดังกล่าวแล้ว หน่วยงาน Banpu Innovation & Ventures หรือ BIV ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้ บ้านปู เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านการวิจัย พัฒนา และสนับสนุนให้เกิดความคิดเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้พลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือระหว่างกันในการถ่ายทอดวิทยาการ ความรู้ต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาและลงทุนในธุรกิจ โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power plants), การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (micro-grids), รถยนต์ไฟฟ้า (EV), สถานีชาร์จรถไฟฟ้า และ แบตเตอรี่ ซึ่งภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ยานพาหนะไฟฟ้าภายใต้การพัฒนาของ FOMM ได้มีการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่พัฒนาและผลิตโดยบริษัท Durapower Technology (Singapore) Pte.,Ltd.* ซึ่งบ้านปูฯ เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 47.68

*** ภาครัฐฯ ส่งสัญญาณหนุนเต็มที่ 
    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมร่วมกับ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน  ว่าจะแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน จำนวน 2 คณะ เกี่ยวกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยายนต์ไฟฟ้าทั้งรถสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล และการส่งเสริม Non Motorized Transportation ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะได้ร่วมกันกำหนดแผนการปฏิบัติการที่ชัดเจนร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมีกรอบแนวคิดการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ดังนี้ 
    1. การขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และมั่นคงด้วยพลังงานทางเลือกใหม่ และระบบขนส่งที่ประหยัดพลังงาน
    2. การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์สร้างโครงข่าย การเชื่อมโยงระบบคมนาคมภายในประเทศและระหว่างประเทศ
    3. การเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ด้วยการออกแบบและบริการเพื่อคนทุกกลุ่ม (Universal Design & Service Design)

*** กูรูคาด อีก 5 ปี รถยนต์ไฟฟ้าในไทยกินส่วนแบ่ง 25%   
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า  ตั้งแต่ปี 2562 เราจะเริ่มเห็นถึงทิศทางการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวสูงขึ้นมากในไทย หลังค่ายรถต่างยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าอีก 5 ปีข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของไทยน่าจะมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นไปอยู่ระดับ 1 ใน 4 ของยอดขายรถยนต์รวมต่อปีทั้งประเทศ หรือคิดเป็นประมาณ 240,000 คัน โดยมีโครงการรถยนต์อีโค-ไฮบริด และไมลด์ไฮบริด ที่น่าจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะแรก และในปี 2566 ซึ่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้าใกล้จุดที่เต็มอัตราการผลิตนั้น จำนวนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องผลิตออกมาเพื่อรองรับตลาดในประเทศนี้คาดว่าจะมีปริมาณอย่างน้อย 260,000 ลูก
    ไม่เพียงเท่านี้ การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดส่งออกเองก็มีโอกาสเติบโต เมื่อค่ายรถหลายค่ายต่างเข้ามาลงทุนในไทยโดยมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมาก เพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ และจากฐานการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าโลกที่ยังมีอยู่จำกัด ทำให้ไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตใหม่มีโอกาสส่งออกแบตเตอรี่ OEM และ REM ไปยังตลาดอื่นๆด้วย เช่น ญี่ปุ่น และประเทศที่ไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปอย่างอาเซียน และโอเชียเนีย ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับส่งออก ปี 2566 จะมีปริมาณไม่น้อยกว่า 170,000 ลูก
     จากทิศทางการให้ความสำคัญกับประเทศไทยโดยค่ายรถหลายค่ายต่างมีแผนเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทำให้โอกาสในระยะยาวสำหรับธุรกิจผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังเปิดอยู่มาก ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ณ ปี 2566 ไทยน่าจะมีการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 430,000 ลูก คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 3 ของตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าโลก ส่งผลให้ไทยกลายมาเป็นผู้นำฐานการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน และโอเชียเนีย รวมถึงเป็นฐานการผลิตใหญ่อันดับ 4 ของภูมิภาคเอเชียได้ในอนาคต
 
*** ส่องบจ.เบิกร่องทำรถยนต์ไฟฟ้า  
    สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวม บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ ลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า มีดังนี้ 
    - บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA จัดตั้ง 2 บริษัทย่อย ประกอบด้วย บริษัท ไมน์ โมบิลิตี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“MMC”) ดำเนินธุรกิจหลักเพื่อประกอบ ผลิต และจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ชื่อ MINE Mobility   และ บริษัท อีเอ สเตชั่น จำกัด (“EA Station”) ธุรกิจหลักเพื่อเป็น Hub station และ logistic (ยังไม่เปิดดำเนินการ) รวมถึงลงทุนในอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) หรือแบตเตอรี่ ในไต้หวัน ด้วยการเข้าถือหุ้นบริษัท Amita Technologies Inc. ถึง 70% และผลักดัน Amita ขึ้นเป็นผู้นำในระดับโลกด้วยการเตรียมลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาด 50 กิ๊กะวัตต์ 
    - บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH  มี บริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซีสเต็ม จำกัด  เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในอัตรา 100%  เพื่อจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (Smart Patrol Car)  และทำอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
     - บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยีฯ หรือ AJA ลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุน  บริษัท ไรเซน เอนเนอร์จีฯ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน 45% นำเข้า-จัดจำหน่าย รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD จากจีน (EV),  สถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า, โรงงานผลิตแบตเตอรี่เก็บพลังงานไฟฟ้า, รีไซเคิลแบตเตอร์รี่ และผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ประกอบรถบัส รถไฟฟ้ารางเดี่ยว แบรนด์ BYD  โดยที่ผ่านมาได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า ในโครงการแท็กซี่ วีไอพี 100% ของกรมขนส่งทางบก ไปแล้ว 101 คัน และตามแผนงาน คาดว่าจะส่งมอบครบ 1,000 คันในปี 2562 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด