ข่าวหุ้นล่าสุด

ชาญอิสสระ พร้อมเปิดสัมผัส Issara Residence Rama 9 บ้านหรูแนวคิดใหม่

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.พ. 62 16:03 น.


  ชาญอิสสระ  เปิดสัมผัสประสบการณ์ “อนันตกาลแห่งความสุข ใจกลางเมือง  An infinite happiness of urban living” ที่สุดของบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ Issara Residence Rama 9 ในทำเลศักยภาพ ชูความเหนือระดับด้วยสังคมคุณภาพที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยจำนวนเพียง 20 หลัง ภายใต้แนวคิดบ้านล้อมสวน ย่าน New CBD บนถนนพระราม 9 ในราคาเริ่มต้น 100 ล้านบาท มั่นใจด้วยประสบการณ์การพัฒนาตลาดระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ช่วยสร้างความมั่นใจผลักดันการขายได้ตามเป้า
  
นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากโครงการบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองที่เราเคยทำแล้วประสบความสำเร็จ คือบ้านอิสสระ พระราม 9 เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาแล้วเราพยายามมองหาที่ดินในเมืองเพื่อทำโครงการบ้านเดี่ยวที่จะเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อีกครั้ง เรามาได้ที่ดินแปลงนี้ ที่อยู่ใจกลางเมืองและเป็นย่าน New CBD จึงตั้งใจทำการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ นอกจากมีทำเลที่ดีแล้ว การสร้างความแตกต่างให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความสุข และความเป็นส่วนตัว อย่างแท้จริงให้กับการอยู่อาศัยซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ทั้งนี้ผู้พัฒนาโครงการต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
   “ปัจจุบันทำเลในการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวในย่านนิวซีบีดี (New Central Business District)ซึ่งเป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม รวมไปถึงสาธารณูปโภค โดยเฉพาะในย่านพระราม 9 ถือเป็นโจทย์ที่ยากมาก เพราะย่านนี้ราคาที่ดินมีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ย่านนี้เป็นย่านยอดนิยมอีกย่านหนึ่ง อีกทั้งผังเมืองที่จะประกาศใช้ใหม่ทำให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินดีขึ้นทำให้มูลค่าที่ดินแถวนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากแน่นอน” นายสงกรานต์ กล่าว
  ทั้งนี้การทำโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บนทำเลใจกลางเมืองผู้พัฒนาต้องสร้างความแตกต่างเพื่อให้โดดเด่นกว่าคู่แข่งขัน บริษัทได้พัฒนาโครงการ Issara Residence Rama 9 บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “บ้านล้อมสวน” ที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวกับการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยจำนวนบ้าน เพียง 20 หลังเท่านั้น และมีการพัฒนาออกมาด้วยการสร้างความแตกต่างสอดแทรกการออกแบบบ้านที่ต้องอยู่สบาย ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านครบครัน มีการนำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย ได้รับความสะดวกสบาย คุ้มค่า และปลอดภัยในการพักอาศัยให้มากที่สุด โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) เป็นผู้รังสรรค์งานออกแบบบ้าน
  “สิ่งสำคัญในการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ที่ตอบโจทย์คนเมือง นอกจากการมีโลเคชั่นที่ดีแล้ว เราต้องสร้างความแตกต่าง ทั้งการดีไซน์แบบบ้านให้มีความทันสมัย อยู่สบาย ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านสะดวกสบาย รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาแทรกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของสังคมคนเมืองที่ง่ายขึ้น อีกทั้งจากประสบการณ์อันยาวนานของชาญอิสสระ ที่พัฒนาโครงการอสังหาฯ ระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม อาทิโครงการบ้านอิสสระ พระราม 9, โครงการบ้านอิสสระ บางนา, โครงการอิสสระ คอนเลคชั่น สารทร, โครงการ ดิ อิสสระ ลาดพร้าว  เป็นต้น โดยโครงการต่างๆ นี้ล้วนมีการออกแบบ ที่สร้างความแตกต่างด้านการอยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า สำหรับโครงการ Issara Residence Rama 9 นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ที่ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ เส้นรัชดา-พระราม 9 ซึ่งถือเป็นทำเลที่ถูกมองว่าเป็น     New Hot Spot หรือย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่แวดล้อมด้วยออฟฟิศชั้นนำ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งถนนพระราม 9 ก็ถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางไม่ว่าจะเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจอย่างอโศก สุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย สาทร สีลม หรือจะมุ่งหน้าออก มอเตอร์เวย์ และสนามบินสุวรรณภูมิก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ประกอบกับที่ตั้งโครงการยังใกล้กับทางด่วนพิเศษศรีรัช-พระราม 9 และยังมีส่วนต่อขยายแนวรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มที่ตัดผ่านใกล้กับโครงการอีกด้วยด้วย” นายสงกรานต์ กล่าว
  อย่างไรก็ตามในส่วนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น รวมถึงมาตรการควบคุมสินเชื่อ(LTV) ใหม่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะประกาศใช้ในเดือนเมษายนปีนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะระดับกลาง-ล่าง ขณะที่ระดับบนซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
  ด้านนายเมธินทร์ จันทรอุไร กรรมการบริหาร บริษัทสถาปนิก 49 จำกัด (A49) ผู้ออกแบบโครงการ Issara Residence Rama 9 กล่าวว่าจุดเด่นของการออกแบบโครงการ คือการออกแบบบ้าน ที่อยู่ในเมืองให้สอดแทรกไปกับธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด บ้านล้อมสวน สร้างความเป็น Luxury Private ด้วยจำนวนเพียง 20 หลัง โดยต้องการให้ประสบการณ์กับผู้อยู่อาศัยเป็นปัจจัยหลักในการออกแบบ อีกทั้งยังนำแนวคิดหลักการของธรรมชาติที่มีผลต่อสถาปัตยกรรมในเขตร้อนชื้นอย่างในประเทศไทย ได้แก่ การป้องกันแดด การระบายอากาศ รวมทั้งการอาศัยพลังงานต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมภายนอกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับที่อยู่อาศัย ทั้งในภาพลักษณ์อาคาร และพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร โดยถ่ายทอดแนวคิดผ่านความเป็น “บ้านเขตร้อนสมัยใหม่” (Modern Tropical House) ที่ทำให้เกิดภาวะน่าสบาย (Comfort Zone) ในการอยู่อาศัย มีความเรียบง่ายตามวิถีของคนยุคใหม่ แต่ไม่ละทิ้งหลักการของธรรมชาติและประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ “อิสระ”
“เราต้องการออกแบบบ้านภายใต้แนวคิดของบ้านที่โอบล้อมธรรมชาติ เพื่อให้ตอบโจทย์วิถีคนเมือง มีพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกบ้านที่ลงตัว โดยการออกแบบจึงทำให้บ้านมีหน้าบ้าน 2 ฝั่ง แต่ละด้านมีความสวยงามแตกต่างกัน เราต้องการออกแบบให้เกิดประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่ข้างบ้านเป็นพื้นที่ใช้สอยภายนอก ที่สวยงามเสมือนเป็นหน้าบ้านอีกด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่เรียกว่าหน้าบ้านจะมีเยอะกว่าโครงการอื่นๆ” นายเมธินทร์ กล่าว
  ทั้งนี้ในส่วนของการออกแบบบ้านยังให้ความใส่ใจวิถีการอยู่อาศัยเป็นอันดับแรก ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของบริษัททำให้เราทราบว่าผู้อยู่อาศัยต้องการอะไร มีการใช้ชีวิตแบบคนเมืองอย่างไร ต้องการความเป็นครอบครัวที่มีพื้นที่ในการใช้สอยที่สอดรับกับทุกคนในครอบครัว ต้องการความคุ้มค่าในทุกตารางนิ้วของพื้นที่แต่ยังคงต้องมีความเป็นส่วนตัว ดังนั้นการสร้าง ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่าความคาดหมายคือเป้าของเรา
  สำหรับโครงการ Issara Residence Rama 9 ยังเน้นการออกแบบเพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์จากการใช้สอยพื้นที่ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งให้ฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ บ้านล้อมสวน และเพื่อให้ภายในบ้านสามารถรับแสงจากธรรมชาติมากขึ้น และยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจึงใช้กระจกสูงถึงฝ้า และดีไซน์ให้มีชายคาที่ยื่นยาวผสมกับองค์ประกอบตกแต่งที่มีลักษณะเหมือนแผ่นไม้แนวตั้งสำหรับการบังแดด และเพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถช่วยลดพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในอาคารได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับบ้านโครงการอื่นที่มีปริมาณกระจกเท่ากัน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติเต็มที่ แต่ไม่รู้สึกร้อน พร้อมกันนี้ยังมีการออกแบบ Super living – dining ที่มีความสูงของพื้นถึงฝ้าถึง 9 เมตร ทำให้บ้านดูโอ่โถง เพิ่มความหรูหรา และมีการถ่ายเทอากาศที่ดีทุกห้อง
   “นอกจากการคำนึงถึงหลักการธรรมชาติ และการประหยัดพลังงานในการออกแบบเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ความปลอดภัยในการอยู่ การออกแบบยังให้ความสำคัญกับ Universal Design เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุหรือผู้ใช้วีลแชร์ โดยมีการทำทางลาดเอียงสำหรับเข้าบ้าน รวมถึงขนาดของลิฟท์ที่เหมาะสมด้วย พร้อมมีการออกแบบคลับเฮาส์ที่มีความทันสมัย และลงตัวกับพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย ส่วนชั้นที่ 3 เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 25x8.45 เมตร พร้อมห้องสตรีม แยกชายหญิงอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับทุกครอบครัวที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ชั้นหนึ่งยังมีลานอเนกประสงค์ ห้องประชุม และห้องทำงานนิติบุคคลด้วย” นายเมธินทร์ กล่าว
  ขณะที่นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการแข่งขันตลาดบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ที่เปิดตัวแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่มีราคาตั้งแต่ 70 ล้านบาทขึ้นไป ว่ามีเพียง 7 โครงการเท่านั้น หรือคิดเป็นบ้าน 271 หลัง โดยแบ่งเป็น 3 ทำเลหลัก ได้แก่ ทำเลใจกลางเมืองหรือซีบีดีอาทิ สุขุมวิท สาทร ทำเลกรุงเทพฯ ชั้นกลาง อาทิ รัชดาภิเษก-พระราม 9 พัฒนาการตอนต้น และทำเลชานเมืองโดยรอบ อาทิ เกษตรนวมินทร์  กรุงเทพกรีฑา บางนา
  จากการศึกษาถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายโดยซีบีอาร์อีพบว่า ผู้บริโภคต้องเลือกระหว่างการมีบ้านเดี่ยวที่มีเนื้อที่แต่อยู่ชานเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางแต่ละวันไม่น้อย ในขณะที่ถ้าต้องการอยู่ใจกลางเมือง ก็จำเป็นต้องเลือกอยู่ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านแนวสูงที่มีมากกว่า 3 ชั้นขึ้นไป ซึ่งพื้นที่แต่ะละชั้นถูกออกแบบมาเพียงแค่เป็นห้องนอน ไม่มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมในครอบครัว  อีกทั้งไม่มีพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณบ้าน หรือเลือกอยู่คอนโดมิเนียม ซึ่งก็มีข้อจำกัดในการมีสัตว์เลี้ยง และมีที่จอดรถไม่เพียงพอสำหรับสมาชิกทุกคน
 Issara Residence Rama 9 บ้านเดี่ยวที่จับกลุ่มตลาดซุปเปอร์ลักชัวรี่โดยเลือกทำเลรัชดา-พระราม 9 ซึ่งตอบโจทย์ในด้านทำเลอันเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อบ้านของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการบ้านใกล้เมืองที่มีพื้นที่ใช้สอยมากเพียงพอ จะเห็นได้ว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลกรุงเทพฯ ชั้นกลาง เส้นรัชดา-พระราม 9 ซึ่งต้องถือว่าเป็นทำเลย่านธุรกิจแห่งใหม่ หรือ New Hot Spot ที่แวดล้อมด้วยออฟฟิศเกรดเอ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางไม่ว่าจะเข้าสู่ใจกลางเมืองจากอย่างอโศก สุขุมวิท สาทร หรือมุ่งหน้าออกมอเตอร์เวย์ และสนามบินสุวรรณภูมิก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก และในอนาคตอันใกล้มีส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที
ปัจจัยที่สอง การพัฒนาในด้านการออกแบบบ้านทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากเพียงพอ และมีขนาดพื้นที่ในแต่ละห้องที่ใหญ่กว่าคอนโดมิเนียมหรือบ้านเดี่ยวระดับบนที่มีขายอยู่ทั่วไป คำนึงถึงทุกรายละเอียดของการใช้สอย อาทิ ห้องอเนกประสงค์ประเภทอื่นๆ ซึ่งหาไม่ได้ในโครงการทั่วไป เช่น ห้องออกกำลังกาย หรือห้องเก็บเสื้อผ้ารองเท้าขนาดใหญ่ เป็นต้น และปัจจัยที่สาม ในด้านวัสดุอุปกรณ์ทุกประเภทในโครงการที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีที่สุด เรียกได้ว่าสูงกว่ามาตรฐานโครงการบ้านในระดับเดียวกัน และหากจะเปรียบเทียบผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่เลือกจะอยู่อาศัยในทำเลใจกลางเมือง หรือทำเลรอบนอกย่านธุรกิจแล้ว  คงเทียบได้กับคอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ซึ่งหากต้องการพื้นที่ใช้สอย วัสดุพรีเมี่ยมเกรดเดียวกันในราคา 100 ล้านบาท จะได้พื้นที่ใช้สอยเพียง 250-300 ตร.ม. เท่านั้น ในขณะที่บ้านเดี่ยวในโครงการนี้ให้พื้นที่ใช้สอยได้ถึง 700 ตร.ม. ขึ้นไป
มีเพียงไม่กี่โครงการเท่านั้นที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมา และ Issara Residence Rama 9 เป็นหนึ่งในโครงการที่นับว่าหาได้ยากในปัจจุบันที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง
  นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ Issara Residence Rama 9 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ มีความเป็น Luxury Private เพียง 20 หลังเท่านั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ ประมาณ 9 ไร่ บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 13 บนพื้นที่ดินขนาด 113-208 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 700-842 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 100 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือ พื้นที่สวนที่ให้ความเป็นส่วนตัว อบอุ่นด้วยธรรมชาติสำหรับครอบครัว พร้อมที่จอดรถ 4-8 คัน รวมถึงการให้บริการ Lifestyle Concierge Service บริการที่จะช่วยสร้างไลฟ์สไตล์ความเป็นส่วนตัว แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกบ้านภายในโครงการ อีกทั้งยังมีงานบริการด้านต่างๆ ไว้คอยดูแลและอำนวยความสะดวก อาทิ บริการด้านโฮมแคร์ ที่จะช่วยดูแลและบำรุงรักษาตั้งแต่เรื่องภายในบ้านและภายนอกบ้านอย่างครบครัน, บริการด้านสุขภาพที่ช่วยให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, บริการด้านการจัดเลี้ยง จัดกิจกรรมที่ครบวงจร และบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่จะคอยดูแลให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นในทุกๆ เรื่องเมื่อเข้ามาอยู่ภายในโครงการ
  นอกจากนี้ภายในโครงการยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยด้วยการนำระบบ Home Automation มาใช้ซึ่งคือนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เอาอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านมาทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยการควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต (Internet of Things : IoT) โดยจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และยังช่วยประหยัดพลังงานได้ โดยการ Control ผ่าน Mobile Application บน Smart Phone หรือ Tablet
  “นวัตกรรมนี้สามารถช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบความปลอดภัยว่ามีการ เปิด/ปิด ประตู หรือ ไฟ เรียบร้อยแล้วหรือไม่ ก่อนออกจากบ้าน, การแจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อมีผู้บุกรุก หรือมีสัญญาณตรวจจับควันไฟ เมื่อตัว Smoke Detector ทำงาน ซึ่งจะช่วยทำให้เจ้าของบ้านทราบเหตุและระงับได้ทันท่วงที นอกจากนี้การควบคุมผ่าน Mobile Application ยังสามารถสั่งให้ไฟแสงสว่าง และแอร์ทำงานล่วงหน้า หรือปรับ Scenario ตามความต้องการ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความปลอดภัยด้วย Gate ทางเข้า-ออกโครงการถึง 2 ชั้น, Video Door phone, Burglar Alarm, CCTV เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน” นายดิฐวัฒน์ กล่าว
  สำหรับโครงการ Issara Residence Rama 9 ถือเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยให้กับชีวิตคนเมือง ให้ความเป็นส่วนตัวสูง มีความเป็นธรรมชาติด้วยสวนใหญ่ภายในบ้าน พร้อมมีการเลือกใช้อุปกรณ์เกรดเอมาตฐานระดับโลกเข้ามาใช้ภายในบ้าน โดยมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ASHER, BRAYDEN, และ CEDRIC ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 700-842 ตารางเมตร ขนาดบ้าน 3ชั้น เริ่มตั้งแต่ 4-5 ห้องนอน 4-5 ที่จอดรถ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ครัว Panty ครัวไทย ห้องแม่บ้าน สระว่ายน้ำ พร้อมลิฟท์ภายในบ้าน โดยในปัจจุบันมียอดขายก่อนบ้านตัวอย่างแล้วเสร็จกว่า 60%
  ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำโครงการ Issara Residence Rama 9 ซึ่งถือเป็นโครงการบ้านหรูในสไตล์แนวคิดสมัยใหม่ ที่เป็นการมอบความสุขที่ยาวนานให้แก่ผู้อยู่อาศัย ล่าสุดเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดแรก “อนันตกาลแห่งความสุข ใจกลางเมือง  An infinite happiness of urban living” เพื่อเป็นการสื่อถึงความสุขที่ยาวนานเมื่อเราได้สัมผัสกับการอยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้ โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้ ทาง Thairath TV ช่อง 32, PPTV ช่อง 36, Nation TV ช่อง 22, TNN 24 และ ช่อง 3HD 33 และช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมถึงสื่อออนไลน์ของทาง Charn Issara อีกด้วย


เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด