ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ สแกนกำไรหุ้นโรงพยาบาลไตรมาส 3/62 ยก BCH-EKH ดูดีสุด

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ต.ค. 62 10:05 น.

   โบรกฯ คาดกำไร 6 หุ้น รพ.งวด Q3/62 ส่อแววลดลง 9% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุฐานสูง แต่เทียบ QoQ ยังสดใส เหตุกลับสู่ไฮซีซั่น แย้มปีหน้าหลายแห่งรอรับอานิสงส์ค่าหัวประกันสังคมขึ้น ยก BCH - EKH งบดี น่าลงทุน   

   บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า คาดกำไรปกติหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ภายใต้ Coverage  จำนวน  6 บริษัท ใน Q3/62 ที่ 3,106 ล้านบาท (+38%QoQ ,-9% YoY)  โดยผลประกอบการเติบโต QoQ เนื่องจากเข้าไฮซีซั่น ของธุรกิจ กอปรกับ ไตรมาสก่อนได้รับผลกระทบจากเทศกาลรอมฎอน ของชาวมุสลิม ซึ่ง พบว่าใน Q3/62 ลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลางเริ่มกลับมาใช้บริการมากขึ้นเทียบ YoY กำไรปรับลดลงจากฐานที่สูงปี ก่อนซึ่ง Q3/61 มีโรคระบาดรุนแรง

   โดย 6 โรงพยาบาลได้แก่  บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ  BDMS , บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ,  บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH , บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH , บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9  และ บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNH

   สำหรับโรงพยาบาลคาดมีผลกำไรปรับลดลงได้แก่     BDMS  (-12%YoY) ซึงมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น  รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง หลังขายหุ้น RAM ออกไปตั้งแต่ เดือน ก.พ 2562 ที่ผ่านมา  และส่วนแบ่งกำไรจาก BH ที่ปรับลดลง 6%YoY  TNH (-18%YoY) จากต้นทุนค่าเช้าที่เพิ่มขึ้นหลังต่อสัญญาเช่าใหม่  

   ส่วนโรงพยาบาลที่คาดว่ามีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น YoY  นำโดย BCH คาดกำไร (+12%YoY) จากรายได้กลุ่มเงินสดและประกันสังคม และ  WMC ที่จะกลับมาเติบโตในระดับปกติจากไตรมาสก่อนที่ ได้รับผลกระทบจากการย้ายศูนย์เบาหวาน   และโรงพยาบาลเล็ก EKH ยังเห็นกำไรเติบโตดีต่อเนื่องจากศูนย์ IVF   ภาพรวมปี 2562 เราคาดกำไรปกติกลุ่มโรงพยาบาลภายใต้ Coverage ของเรา 6 บริษัท ที่ 11,724 ล้านบาท -1.1%YoY    
 

*ปี 63 รับอานิสงส์ค่าหัวประกันสังคมเพิ่มช่วยหนุน  

   ปี 2563 มองการแข่งขันรุนแรงขึ้น  แต่กลุ่มประกันสังคมยังมีลุ้นปรับขึ้นค่าหัว ในปี 2563 เรามองแนวโน้มการแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลรุนแรงมากขึ้น จากอุปทานจำนวนเตียงจดทะเบียนเพิ่มมากกว่า 3.2 พันเตียง  หรือไม่ต่ำกว่า 7.8% ของเตียงจดทะเบียนโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบัน มีการยื่นขอปรับขึ้นสำหรับค่าเหมาจ่ายรายหัว ราว 10%   

   อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มโรงพยาบาลที่รับประกันสังคม เรามองว่ามีประเด็นบวกรออยู่จากการยื่นปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม   โดย หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ จากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม  ได้แก่ BCH  สัดส่วนรายได้ประกันสังคม 1H62 ที่ (35%)   RJH (45%)  CHG (34%)  LPH (33%)  CMR (25%)  และ VIBHA ซึ่งได้ผลบวกทางอ้อมจากการถือหุ้น CMR ราว 83.75%   ซึ่งเรามองเป็น Upside ต่อการปรับเพิ่มประมาณการ ซึ่งตลาดยังไม่ได้รวมในประมาณการ

    ในปี 2562 ผลประกอบการดูไม่สดใสนัก โรงพยาบาลเล็กมีผลประกอบการเติบโตดีกว่าโรงพยาบาลใหญ่ที่ฐานกำไรสูง  ขณะที่ 1-2 ปีข้างหน้า เรามองการแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากอุปทานโรงพยาบาลใหม่ที่เปิดเพิ่มในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้  และปัจจัยเรื่องการควบคุมราคายาที่ยังเป็นประเด็นกวนใจ  

* แนะ BCH - EKH เด่นสุด 

   อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมมีประเด็นบวกที่รออยู่คือ  การยื่นขอปรับขึ้นค่าหัวสำหรับงวดปีงบประมาณ 2563 มากกว่า 10% จะเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง  สำหรับการลงทุนเราเลือกในเชิง selective โดย เลือก “ซื้อ  BCH (TP21.80THB)   ราคาหุ้นปรับลดลงสะท้อนประเด็นลบผลประกอบการที่เติบโตในระดับน่าผิดหวังในครึ่งปีแรกไปแล้ว

   นอกจากนี้มีประเด็นบวกจากการรอปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า และหุ้นที่มีผลการดำเนินงาน Outperform กลุ่ม ได้แก่ EKH (TP9.00 THB) หุ้นโรงพยาบาลเล็กที่มีกำไรเติบโตดีสุดในกลุ่มโรงพยาบาล  และซื้อขายที่ PEG เพียง 0.9x ต่ำสุดในกลุ่มที่ค่าเฉลี่ย 3.6x 

* ตาราง คาดการณ์กำไรสุทธิ Q3/62  หุ้น 6 โรงพยาบาล  

หุ้น  Q3/62 Q2/62 เปลี่ยนแปลง  Q3/61 เปลี่ยนแปลง 
  (ลบ.) (ลบ.) QoQ (%) (ลบ.) YoY (%)
BCH 401 244 64 357 12
BDMS 2534 1865 36 2879 -12
EKH 48 38 26 46 6
LPH 30 18 67 50 -41
PR9 93 36 158 87 7
TNH 71 82 -13 87 -18
รวม 3106 2201 41 3418 -9
           
*TNH เป็นงบจริงสิ้นสุด ก.ค.62       

  BCH - เราคาดกำไรปกติ Q3/62จะเติบโต   53%QoQ และ 12%YoY เป็น 401 ล้านบาท เทียบ YoY คาดรายได้เติบโต 11%YoY เป็น 2,473 ล้านบาท หลักๆมาจากธุรกิจประกันสังคม  ที่มีการเติบโตตามฐานผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น 10%YoY และคาดว่าจะมีการบันทึกรายได้คงค้างที่ได้รับจากประกันสังคมเข้ามาราว  60 – 80 ล้านบาท 

   ทั้งนี้ไม่มีการบันทึกรายการตั้งสำรอง ประกันสังคมที่เป็นลบเหมือนไตรมาสก่อน  ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้นตามผลของขนาดรายได้ที่เพิ่มขึ้น และโรงพยาบาล WMC ที่คนไข้กลับมาใช้บริการได้ตามปกติจาก ไตรมาสก่อนได้รับผลกระทบจากการย้ายศูนย์เบาหวาน จากชั้น  10 มาชั้น 1     

   BDMS – เราคาดกำไรปกติ Q3/62 ที่ 2,534 ล้านบาท (+36%QoQ ,-12%YoY)   เทียบ YoY ปรับลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อน  และบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจาก  ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มจากการเปิดให้บริการ Movenpick BDMS wellness Resort Bangkok และ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค.ที่ผ่านมาตามลำดับ 

   ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับลดลงจาก  20.7% ใน Q3/61 เหลือ 19.5%   กอปรกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง   44%YoY เหลือ 237 ล้านบาท  เป็นผลจากบริษัทขายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัทรามคำแหง (RAM) ใน Q1/62 ซึ่งเทียบ Q3/61 บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก RAM ราว 167 ล้านบาท และคาด BH ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 24.92% กำไรจะปรับลดลง 6%YoY   

   EKH- คาดกำไรปกติ Q3/62 ที่ 48 ล้านบาท (+26%QoQ +6%YoY) ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง รายได้จากการให้บริการยังเติบโตสูง 19%YoY เป็น 223 ล้านบาท  จาก 1) กลุ่มคนไข้เงินสด โดยคาดอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก Q3/61 ที่ 60% เป็น 71% 2) รายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 60 เคส                                       

   LPH - คาด Q3/62 มีกำไรปกติที่ 30 ล้านบาท (+7%QoQ ,-41%YoY) แม้คาดว่ารายได้จะยังเติบโตดีราว 6%YoY เป็น 423 ล้านบาท  จากการเติบโตของกลุ่มเงินสด OPD  แต่บริษัทมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น  และมีกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรปกติปรับลดลงจาก Q3/61 ที่ 12% เหลือเพียง 7% 

   PR9 - คาด Q3/62 มีกำไรปกติที่ 93 ล้านบาท (+48%QoQ ,+7%YoY) โดยคาดรายได้เติบโต 5%YoY เป็น 745 ล้านบาท หลักๆมาจาก 1) การเติบโตของกลุ่มคนไข้ OPD ที่เพิ่มขึ้นราว 11% ส่วนคนไข้ IPD ปรับลดลง 2% จากฐานที่สูงปีก่อนที่มีโรคระบาด    และ 2) ผลบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีราว 3%   

   TNH – รายงานกำไรปกติ  Q4/62 งวดสิ้นสุด ก.ค.2562 ที่ 71 ล้านบาท (-13%QoQ ,-18%YoY) สาเหตุหลักที่ผลประกอบการปรับลดลง มาจาก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการต่อสัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่ ซึงบริษัทมีการต่ออายุเป็นระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่เดือน พ.ย 61 จากเดิมที่ จากเดิมที่ 1.7 ล้านบาทต่อปี เป็น 22 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นถึง 1186%จากเดิม กระทบต่อ อัตรากำไรสุทธิราว 1.9% 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด