ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : ลุ้น SET พุ่งแตะ 1,690 จุด รับเฟดจ่อหั่นดอกเบี้ย-ครม.ใหม่ฟื้นศก. 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มิ.ย. 62 7:51: น.

 

   จับตา SET สัปดาห์นี้ แขวนไว้กับผลประชุมเฟด - โผครม.ชุดใหม่ โบรกฯ ประสานเสียงเห็นสัญญาณเฟดลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมดัน SET ขึ้นไปถึง 1,685-1,690 จุดได้  ส่วนครม.ชุดใหม่ให้รอดูนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก คาดหุ้นกลุ่ม EEC - รับเหมาฯ - นิคมฯ และค้าปลีกยังบวกรับข่าวได้อีก ฟากตลาดเงินเตือนระวังผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า  

*** เชื่อเฟดหั่นดบ.หนุนตลาดระยะสั้น เพราะศก.โดยรวมยังชะลอ 
   นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า คาดการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (17-21 มิ.ย.62) ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างจำกัด โดยมีแนวต้าน 1,670-1,682 จุด ด้านแนวรับประเมินไว้ที่ 1,660 จุด 
    โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงวันที่ 18-19 มิถุนายนนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญคือให้ติดตามถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ว่าจะทำให้ความคิดเห็นของนักลงทุนคาดการณ์เรื่องเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้หรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบันมีมุมมองว่ามีโอกาสจะลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมนี้แน่นอนแล้วประมาณ 80% อย่างไรก็ตามประเด็นการลดดอกเบี้ยต้องติดตามสถานการณ์หลังจากนั้น เพราะหากลดดอกเบี้ยแล้วเศรษฐกิจดีก็จะเป็นผลดี แต่หากลดแล้วส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่คิดไว้จะกดดันตลาดหุ้น 
    "เรามองว่าอาจจะมีเหตุการณ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้น แต่เศรษฐกิจอาจจะยังไม่ดีดังนั้นโทนของเฟดที่ออกมาอาจจะเป็นบวกต่อตลาดได้บ้างระยะสั้น แต่ระยะยาวยังไม่ดี" นายอดิศักดิ์กล่าว 
    ด้านการเมืองในประเทศซึ่งจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มองว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มรับข่าวไปแล้ว โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์คือกลุ่มอ้างอิงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) , รับเหมา,นิคมอุตสาหกรรม ,ค้าปลีก ซึ่งราคาหุ้นแม้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปบ้างแล้ว แต่ภาพรวมกลุ่มนี้ยังมีประสิทธิภาพดีกว่าดัชนี (Outperfrom)  
      โดยเมื่อวันศุกร์ (14 มิ.ย.62) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,672.33จุด ลดลง 1.81 จุด หรือ -0.11% มูลค่าการซื้อขาย 927.66 ล้านบาท      

***เตือนระวังแรงขาย หากผลประชุมเฟดไม่เป็นไปตามคาด 
    ด้านบล.ซีเอสจี - ซีไอเอ็มบี เปิดเผยว่า หากการประชุมเฟดในกลางสัปดาห์ ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลก และราคาน้ำมันดีดตัวกลับและหนุนให้ดัชนี SET ขึ้นมาที่กรอบ 1,685-1,690 จุด 
    บล.คันทรี่กรุ๊ป เปิดเผยว่า  ได้เล็งเห็นถึงความเสี่ยงจากความคาดหวังเรื่องผลประชุมเฟด หลังจากที่ช่วง 10 วันก่อนหน้านี้เจอโรม พาวเวลประธานเฟด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เศรษฐกิจของสหรัฐกลับมาฟื้นตัวได้ จากการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกคาดการณ์ว่าเฟดจะทำการ ลดดอกเบี้ยลงและเป็นปัจจัยที่ทำให้ SET Index ปรับตัวขึ้นมากว่า 3.3% แต่อย่างไรก็ ดีหากการประชุมในสัปดาห์นี้ปรากฎว่าเฟดยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายหรือเปลี่ยน แปลงเส้นทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไป ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจจะเกิดการเทขาย แต่ในทางกลับกันหากเฟดมีแผนลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็จะเป็นบวกต่อตลาดหุ้น
    บล.เคจีไอ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ จะแกว่งตัวในกรอบแคบ  เพื่อรอปัจจัยสำคัญ ทั้งการตั้งคณะรัฐมนตรี  และการจัดตั้งรัฐบาล  ผลการประชุม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันที่ 19 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยถึง 0.50% ในการประชุมเดือน ก.ย. 2562  
        
*** ส่องหุ้น 4 กลุ่มน่าลงทุนประจำสัปดาห์      
    บล.เออีซี เปิดเผยว่า ?สัปดาห์หน้ามอง SET Index แกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,685 จุด หนุนด้วยสภาพคล่องทางเงินในตลาดที่เพิ่มขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หันมาพิจารณาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ขณะที่ปัจจัยการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้น หนุนรัฐบาลดำเนินโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งทำให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศเดินหน้าได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ด้วย Earning Yield Gap  ของตลาดหุ้นไทยเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ขยับเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 3.52% ยังช่วยดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติให้ไหลเข้า  แนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มหลัก ดังนี้
    กลุ่มเนื้อสัตว์คาดได้อานิสงส์บวกจากราคาเฉลี่ยของเนื้อหมูและเนื้อไก่ในประเทศเพิ่มขึ้น และต้นทุนกากถั่วเหลืองนำเข้าที่มีราคาเฉลี่ย  ลดลง แนะนำ CPF   และ TFG   ขณะที่กลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถคาดมีโอกาสเติบโตได้ดีจากอัตราการขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการกู้ยืมเงินของกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ยังมีอยู่มากและได้รับผลบวกจากการที่ ธปท. เข้ามาควบคุมด้านกฏระเบียบอย่างเข้มงวดทำให้คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในกลุ่มของผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบมากขึ้น แนะนำ SAWAD  และ MTC รวมถึงกลุ่มค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากการเมืองไทยที่ชัดเจนมากขึ้นบวกกับได้อานิสงส์บวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่คาดมุ่งเป้ามาที่การบริโภคของภาคเอกชนเป็นอันดับต้นๆ แนะนา CPALL  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่งจากการดำเนินงาน ได้แก่กลุ่มพลังงานทางเลือกแนะนำ TPCH  - SSP  และ BAFS 
    
*** หวั่นเงินไหลเข้าไทยทำบาทแข็งค่า หลังเฟดจ่อหั่นดบ. 
     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การประชุมนโยบายการเงินวันที่ 18-19 มิถุนายน 2562 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)  เฟดมีโอกาสปรับมุมมองเงินเฟ้อลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและอาจส่งสัญญาณแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงของเศรษฐกิจภายนอกมากขึ้น ซึ่งการส่งสัญญาณดังกล่าวของเฟด คงจะเป็นการเปิดช่องว่างในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า หากพัฒนาความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประมาณการเงินเฟ้อของเฟดสูงขึ้น  สนับสนุนการพิจารณาความเหมาะสมของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า      
    จุดสนใจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคงหนีไม่พ้นการประชุม G20 ในวันที่ 28-29 มิถุนายน 2562 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี  จิ้นผิงจะมีการหารือกัน โดยในกรณีที่การหารือไม่ได้ข้อสรุปอาจจะส่งผลให้สหรัฐฯ ขยายการเก็บภาษีนำเข้าให้ครอบคลุมสินค้าจีนที่เหลือมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งหากสถานการณ์สงครามการค้าลุกลามออกไป คงเป็นปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่การเติบโตกำลังชะลอลงในปัจจุบันเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจจะเพิ่มโอกาสที่เฟดอาจจะตัดสินในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า 
    ผลต่อเศรษฐกิจไทย คาดการณ์ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ฯ อันส่งผลให้ค่าเงินบาทในระยะข้างหน้ามีโอกาสปรับตัวแข็งค่าขึ้น และกดดันให้ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลาง-ยาวของไทยปรับลดลง

 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด