ข่าวหุ้นล่าสุด

TPCH เผยปี 65 รายได้โตกว่าปีนี้ หลัง COD 2 โครงการ รวม 6 MW

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ธ.ค. 64 11:02 น.

 TPCH เผยปี 65 รายได้โตกว่าปีนี้ หลัง COD โรงไฟฟ้าฯ 2 โครงการ รวม 6 MW แย้มอยู่ระหว่างศึกษา BCG Model หวังต่อยอดธุรกิจโรงไฟฟ้า

   นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยในงาน Opportunity day ว่าบริษัทคาดรายได้ปี 65 จะเติบโตกว่าปีนี้ เนื่องจากมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) อีก 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 6 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน จ.ปัตตานี กำลังการผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์ และ โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา จ.ยะลา กำลังการผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะ COD ได้ในไตรมาส 1/65

  ประกอบกับจะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปีของโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) ขนาดกำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะแห่งแรกของบริษัท โดยคาดว่าจะสามารถ COD ได้ในไตรมาส 4/64 ตามแผน โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ อยู่ระหว่างการทดสอบระบบการจ่ายไฟฟ้า และ เมื่อโรงไฟฟ้าขยะฯ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 116.3 เมกะวัตต์ จากเดิม 106.8 เมกะวัตต์

  สำหรับปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าประเภทชีวมวลที่ COD ไปแล้ว จำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP , PTG ,TPCH 5 , TPCH 1 และ TPCH 2 และยังมีโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลานและ โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและ มีแผนกำหนด COD ในปีหน้า เชื่อว่า โครงการทั้งหมดจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ผลงานของบริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคง

  นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษา และ พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติมอีกประมาณ 4-6 แห่ง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และ อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอัตราผลตอบแทนในการลงทุน(IRR) ของแต่ละโครงการ เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการลงทุนในระยะยาว

  โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 65 เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 250 เมกะวัตต์ภายในปี 66 แบ่งออกเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ ขนาด 200 เมกะวัตต์ และ โรงไฟฟ้าขยะ ขนาด 50 เมกะวัตต์

  ในขณะที่แนวทางการดำเนินงานในอนาคต บริษัทจะมองไปที่ BCG Model หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ ( Bioeconomy), เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติของภาครัฐ

  โดย BCG Model จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ที่ 4.3 ล้านล้านบาท บริษัทก็มีแนวทางที่จะเข้าไปสู่โมเดลดนี้ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อต่อยอดจากโรงไฟฟ้าชุมชนฯ หลังบริษัทไม่ผ่านการคัดเลือกการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ในทุกโครงการ

  อย่างไรก็ตาม การที่มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบหลักการในการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 65 สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) กำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 5.08 บาทต่อหน่วย (FiT Premium 8 ปี 0.70 บาท/หน่วย) และ สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) กำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 10 – 50 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 3.66 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลาการสนับสนุน 20 ปี จะส่งผลให้บริษัทได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์

  ทั้งนี้ อัตรารับซื้อไฟฟ้าดังกล่าว ยังต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จึงจะได้ข้อสรุปอีกครั้ง

 

 

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh