ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : ลุ้น SET หลังสงกรานต์แตะ 1,700 จุด-ฟันด์โฟลว์ทะลักต่อเนื่อง 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 เม.ย. 62 7:35: น.

 

  

        กูรูประสานเสียง  SET หลังสงกรานต์ทะยานต่อ พบสถิติ 10 ปีย้อนหลังตลาด บวกถึง 8 ปี  แถมปีนี้มีแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้ากลุ่มพลังงานต่อเนื่อง แย้มอาจได้เห็นทะลุ 1,700 จุด  พร้อมจับตางบแบงก์ Q1/62 ที่จะประกาศครบวันที่ 19 เม.ย.นี้ - โฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ เปิดโผหุ้น 4 กลุ่มน่าเก็บ ทั้ง กลุ่มกระแสเงินสดแกร่ง - ท่องเที่ยว - นิคมฯ และโรงพยาบาล     
         
*** แรงซื้อต่างชาติ หนุน SET หลังสงกรานต์พุ่งต่อ 
        บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี  เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้น เม.ย. ถึงก่อนปิดสงกรานต์ดัชนี SET ขึ้นมาเล็กน้อย 0.9 % จากแรงซื้อคืนของต่างชาติ ส่วนหลังสงกรานต์ดัชนี SET  ตั้งแต่วันที่ 17 ถึงปลายเดือน เม.ย. ในระยะเวลา 10 ปี พบว่าดัชนี SET มักขึ้นได้แรง จะมีเพียงแค่ 2 ปีที่ติดลบ คือ ปี 2558 ประมาณ -2% กว่าๆ และปี 2560 ที่ประมาณ -0.2% 
    โดยปีที่ดัชนีขึ้นช่วงหลังสงกรานต์จะอยู่ในกรอบตั้งแต่ 1% ถึง 6% ส่วนปีนี้เรามองว่ามีแนวโน้มสูงมากๆ ที่ดัชนีจะขึ้นต่อจากแรงซื้อของต่างชาติ และการดีดตัวของหุ้นพลังงาน นอกนั้นจะเป็นเหตุมาจากการซื้อเก็งกำไรงบ Q1/62 หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่คาดว่าจะประกาศหมดในวันที่ 18-19 เม.ย. 
      แรงซื้อที่เห็นได้ชัดของนักลงทุนต่างประเทศ คือหุ้นในกลุ่มพลังงาน หากมาดูว่าหุ้นพลังงานหลักหรือ Oil&Gas ของไทยในช่วงหลังสงกรานต์ พบว่ามีเพียงปีเดียวที่ดัชนีกลุ่มติดลบคือ 2558 แต่ติดลบน้อยมากประมาณ -1.5% นอกนั้นจะขึ้นในแดนบวกประมาณ 4-6% หากดัชนี กลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นได้หลังสงกรานต์ จะไม่แปลกที่ดัชนี SET จะดีดตัวขึ้นตาม ภาพรวมๆของดัชนี SET ในสัปดาห์หน้า ขึ้นอยู่กับการประกาศงบ Q1/62 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนปัจจัยที่คาดว่าจะกดดันตลาด ยังคงเป็นปัจจัยการเมืองภายใน ส่วนประเด็นภายนอกคาดยังเป็นเชิงบวกกับตลาด
     กรอบดัชนี SET ที่มีแนวโน้มว่าจะถึงในสัปดาห์หน้าคือ 1,680-1,690 จุด การที่ผ่านทะลุ 1,700 จุดหรือไม่ยังคงต้องติดตาม ราคาน้ำมัน ทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐและงบกลุ่มสถาบันการเงิน เรามองว่าหากปัจจัยที่กล่าวมายังอยู่ในเชิงบวก มีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะขึ้นทะลุ 1,700 จุดประมาณต้นหรือกลาง พ.ค. แต่หากไม่เป็นไปตามคาดคือ มีปัจจัยในเชิงลบเข้ากดดันไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวลงของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ การย่อตัวลงของราคาน้ำมันหรือมีปัจจัยกดดันจากการเมืองภายใน ดัชนี SET จะกลับลงมาเล่นต่ำกว่า 1,650 จุด

*** สถิติชี้ SET ขึ้นได้อีก 1%  ใน 3 วันทำการ  
    บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า สถิติบ่งชี้ว่า SET INDEX ชอบขึ้นก่อนหยุดสงกรานต์โดยถ้าย้อนไป 5 ปี (2557-2561) จะพบว่าวันทำการสุดท้ายก่อนหยุดสงกรานต์ เป็นวันที่ SET INDEX มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยจะขึ้นเฉลี่ย 0.4% ภายใต้ความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80% ส่วนเปิดหลังสงกรานต์มาแล้ว SETINDEX ก็มักขึ้นต่อได้เฉลี่ย 1% ใน 3 วันทำการ ภายใต้ความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก 80% เช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่มีอะไรน่าห่วง โดย VIX Index ยังแกว่งในโซนต่ำแถว 13 จุด, Yield Curve สหรัฐฯกลับเป็นปกติ, และ CDS Spread บ้านเราที่ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จึงเป็นไปได้สูงที่การเคลื่อนไหวของ SET INDEX ในช่วงก่อนและหลังสงกรานต์ปีนี้จะเหมือนอดีตที่ผ่านมา  

*** ลุ้นน้ำมันยืน 63.47 เหรียญ  - เส้นเทคนิค 1,605 จุด หนุน SET ต่อ  
    บล.เอเชียเวลท์ เปิดเผยว่า สิ่งที่นักลงทุนยังต้องระมัดระวังในช่วงก่อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ คือ ราคาน้ำมันดิบ WTI ตราบเท่าที่ยังสามารถปิดตลาดเหนือ 63.47 ดอลลาร์/บาร์เรล ยังถือเป็นแรงหนุนสำคัญในการปิด Falling Gap แรกของ SET Index เป็นอย่างน้อย แต่ต้องเริ่มกลับมาระมัดระวังในกรณีที่ Price Pattern ของน้ำมันดิบ WTI เกิดการอ่อนตัวลงและปิดตลาดต่ำกว่า 63.47 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง  
    อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องระวังคือ ปัจจัยทางเทคนิค นั่นคือการเปิด Rising Gap ครั้งใหม่ในกรอบการแกว่งตัวที่ 1,605-1,695 จุด ซึ่งจะทำให้ในกรอบการแกว่งตัวปัจจุบันเกิดการเปิดทั้ง Falling Gap และ Rising Gap ส่งผลให้รูปแบบราคาของ SET Index กลับมาเกิดการแกว่งตัวอย่างผันผวนอีกครั้งจนกว่า Gap ด้านใดด้านหนึ่งจะได้รับการปิดเสียก่อน โดยคาดว่า Rising Gap ครั้งใหม่หากเกิดขึ้นน่าจะได้รับการปิดก่อน 
    
*** รอบทสรุปการเมือง-รัฐบาลผสมชุดใหม่   

    บล.เออีซี  เปิดเผยว่า   สัปดาห์หน้าหลังสงกรานต์เรามองทิศทางของ SET Index แกว่งในกรอบผันผวน 1,645-1,675 จุด โดยนักลงทุนควรระมัดระวังปัจจัยลบจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส.ฝ่ายค้าน บวกกับนักลงทุนควรจับตางบการเงินช่วง Q1/62 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งจะเป็น Leading Indicator ของ Real Sector ดังนั้นจึงมองว่าหลังสงกรานต์ ดัชนีอาจเผชิญความผันผวนต่อ

*** เปิดโผ หุ้น 4 กลุ่ม น่าเก็บ 
    บล.เออีซี เปิดเผยว่า แนะนำลงทุน หุ้น 4 กลุ่มในช่วงหลังสงกรานต์ ดังนี้   
      กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ BGRIM (บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 15-20%YoY หลังรับรู้รายได้โครงการ ABPR3, ABPR4 และ ABPR5 กำลังการผลิตไฟรวม 399 MW เต็มปี บวกกับมีโครงการใหญ่ที่จะ COD ในปี 62 ทั้งโครงการ Solar DTE1&2 กำลังการผลิต 420 MW และโครงการ Phu Yen TTP อีก 257 MW ซึ่งบริษัทคาดเริ่ม COD ในช่วง 2H62) และ SSP (ปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16MWและโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW)
              กลุ่มท่องเที่ยว ที่รับอานิสงส์บวกจากการท่องเที่ยวในประเทศที่คึกคัก แนะนำ AOT (นอกจากช่วงสงกรานต์ที่แนวโน้มผู้โดยสารจะโต YoY แล้วในช่วง ม.ค.-ก.พ. 62 เผยจำนวนเที่ยวบินโต 5.59%YoY และจำนวนผู้โดยสารโต 3.47%YoY) และ ERW (ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 10-15%YoY หนุนด้วยแผนเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่งให้ปีนี้ โดยแบ่งเป็นโรงแรม Hop Inn 7 แห่ง 573 ห้อง และโรงแรมขนาดกลาง 2 แห่งจำนวนห้องรวม 501 ห้อง อีกทั้งตั้งเป้า RevParไม่รวม Hop Inn โต3-5%YoY และ Occupancy Rate ที่ 80% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง)
            กลุ่มนิคมและโลจิสติกส์ ที่ได้อานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำ AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,274 ไร่, พื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,837 ไร่ และที่ดินสำหรับ Commercial Area รวม 1,227 ไร่ โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 1,005 ไร่จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 863 ไร่), WHA (คาดได้แรงหนุนจากธุรกิจนิคมและโลจิสติกส์ที่เติบโตดี โดยบริษัทตั้งเป้าขายที่ดินใหม่ 1,600 ไร่ จากปีก่อนมียอดขาย 1,232 ไร่ หลังล่าสุดเปิดตัวนิคมแห่งใหม่พื้นที่ 2,000 ไร่ ซึ่งมีลูกค้าจีนเตรียมเซ็นสัญญาซื้อแล้วราว 285 ไร่ พร้อมปรับราคาขายและค่าเช่าที่ดินในเขต EEC ขึ้นอีก 10%) นอกจากนี้มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำ BEM (ตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต 5-7%YoY จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วันทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%YoY ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%YoY)
            กลุ่มโรงพยาบาล ที่มองเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจยามตลาดผันผวน จากกระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยคัดกรองหุ้นจากข้อมูลของ Bloomberg Consensus ที่มี Earning Growth ปี 62 โต และยังมี Upside เลือก EKH (ปี 62 ตั้งเป้ารายได้โตหนุนด้วยการเปิดให้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) พระราม 9 สามารถให้บริการได้เต็มปีทำให้สามารถรองรับคนไข้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจาก 300 ราย/ปีจากเดิมที่ 200 ราย/ปีนอกจากนี้เตรียมเปิดอาคารกุมารเวชแห่งใหม่ในช่วงต้นปี 62 ซึ่งจะมีจำนวนห้องและเตียงเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 53 เตียงจากเดิมที่มี 86 เตียง), BCH (แรงหนุนจากการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือ และการเพิ่มศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิ พร้อมกับแนวโน้มสดใสของ WMC และ IVF), BDMS (คาดกำไรปี 62 โต YoYจากแผนยกระดับการให้บริการที่เน้นกลุ่มโรคซับซ้อนมากขึ้น และพัฒนาการของโครงการ Wellness Clinic  รวมทั้งคาดมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น RAM ซึ่งคาดจะบันทึกในช่วง 1Q62 (4.6 ล้านนหุ้น ที่ราคา 2,800 บาท/หุ้น) ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำมาชำระหนี้เพื่อลดภาระทางการเงิน)  

 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด