ข่าวหุ้นล่าสุด

ผู้ว่าธปท.พร้อมคุย Facebook หวั่น Libra เป็นช่องทางฟอกเงิน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ก.ค. 62 16:18 น.

   ผู้ว่าธปท. พร้อมหารือ เฟซบุ๊ก เรื่อง Libra  เหตุยังกังวลเรื่องระบบการพิสูจน์ตัวตน  - ช่องทางการฟอกเงิน  ประเมินจะมาแทนสกุลเงินท้องถิ่นได้ยาก หากระบบการเงินในประเทศนั้นๆ ยังมีประสิทธิภาพ พร้อมประกาศปีนี้จะหนุน fintech ให้เป็น value financial network หนุนระบบการเงินไทยทันการเงินโลก

   นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน Bangkok FinTech Fair 2019 : Collaboration for the future of Finance ณ ศูนย์การเรียนรู้ ธปท.ว่า ธปท.พร้อมหารือกับเฟซบุ๊ก เรื่องเงินดิจิทัลลิบรา (Libra) ที่เฟซบุ๊คจะนำออกมาในปีหน้า ว่า  สิ่งที่ธปท.กังวล คือ เรื่องการพิสูจน์ตัวตน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เนื่องจากปัจจุบัน ยังไม่มีรายละเอียดในเรื่องของวิธีปฏิบัติที่ยังชัดเจน และต้องมั่นใจว่า ระบบดังกล่าว สามารถวางใจได้ว่าความเสี่ยงต่างๆได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะเป็นเรื่องของเงินของประชาชน
   ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า สกุลเงินลิบรา จะเข้ามาทดแทนเงินท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วนั้น มองว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ว่ามีระดับการพัฒนาระบบการเงินมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในประเทศที่ สกุลเงิน ของท้องถิ่น ได้รับความไว้วางใจ ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนโอกาสที่ลิบรา จะเข้ามาทดแทน ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือว่า ในประเทศที่ระบบการชำระเงินมีประสิทธิภาพ ต้นทุนถูก ประชาชนไว้ใจ สกุลเงินอย่างลิบราก็ไม่สามารถมาทดแทนได้ง่ายเช่นเดียวกัน เพราะอย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการให้บริการทางการเงิน คือ ความไว้ใจ
   “วันที่จะพูดคุยกับ เฟซบุ๊คยังไม่ได้สรุปว่าเป็นวันไหน แต่ได้ติดต่อระหว่างกันไปแล้ว ทุกวันนี้เราเชื่อมั่นในธนาคารพาณิชย์ อยู่ในประเทศไทย ประชาชนฝากเงินไว้กับธนาคาร ลองคิดดูว่า หากระบบธนาคาร ระบบการเงินมีประสิทธิภาพ สามารถทำธุรกรรมได้ถูก และไม่มีต้นทุน ทำไมต้องโอนเงินออกไปไว้ในอี-วอลเลท ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนในโลก ใครไปบริหารจัดการ และบริหารจัดการอย่างไร ระบบหลังบ้านเชื่อถือได้หรือไม่ และทำให้เกิดความยุ่งยากเพราะต้องโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของเราเอง”นายวิรไท กล่าว
   แต่อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่ค่าเงินไม่มีเสถียรภาพ ธนาคารกลางขาดความไว้วางใจ สกุลเงินผันผวนตลอดเวลา อาจจะเป็นประเทศที่มีโอกาสมากกว่าที่เงินดิจิทัลแบบลิบรา จะเข้ามาให้บริการและได้รับความนิยมจากประชาชนได้
   ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ การให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้ถูกต้องในเรื่องนี้ และคิดว่าทุกคนก็ห่วงเงินของประเทศตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.จะติดตามใกล้ชิด เพราะมันเป็นหนึ่งในตัวอย่างพัฒนาการของดิจิทัล เอสเซท ที่มันเกิดขึ้นตลอดเวลา
   สำหรับการจัดงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ว่า ฟินเทค หรือ เทคโนโลยีทางการเงินเป็นเรื่องที่ธปท.ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ คือ เทคโนโลยีทางการเงินจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มประสิทธิภาพทางภาคการเงิน และหากภาคการเงินมีผลิตภาพและมีประสิทธิภาพดี ต้นทุนถูก ก็จะช่วยลดต้นทุนของทั้งระบบเศรษฐกิจด้วย ทำให้ประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็ดีขึ้นด้วย
   นอกจากนี้ สิ่งสำคัญ คือ จะต้องส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพราะว่าที่ผ่านมาการให้บริการทางการเงิน อาจจะเข้าถึงเฉพาะกลุ่มในสังคม ไม่ได้กระจายไปสู่ประชาชนที่อยู่ในระดับฐานราก เพราะว่าต้นทุนการให้บริการทางการเงินในรูปแบบเดิมอาจจะสูง แต่ด้วย พัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงิน ก็มีเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ต้นทุนถูกมาก และสามารถใช้ประเมินความเสี่ยง มีทางเลือกในการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยรวม ที่จะส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน เรื่องสุดท้าย คือ เทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ มีบทบาท ที่สำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน สร้างภูมิต้านทานและภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นกับระบบการเงิน เช่น การปลอมแปลงต่างๆลดลง ระบบการตรวจจับความเสี่ยงดีขึ้น หากอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย
   สำหรับ ในประเทศไทย มีพัฒนาการทางด้านฟินเทค หรือ เทคโนโลยีทางการเงินค่อนข้างดี ถ้าเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งไทยได้รับการยอมรับว่า เป็นประเทศผู้นำในหลายเรื่อง ตัวอย่าง ที่เห็นชัด คือ ระบบการชำระเงิน พร้อมเพย์ ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นระบบที่โตเร็วสุดของโลก โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียน ทั้งเลขบัตรประชาชขนและเบอร์โทรศัพย์ที่เชื่อมพร้อมเพย์มากกว่า 50 ล้านไอดี มีธุรกรรมเฉลี่ย 6 ล้านรายการต่อวัน และหากดูภาพใหญ่การใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ มีเพิ่มสูงขึ้นมาก ในแต่ละเดือนมีธุกรรม 750 ล้านรายการ หรือเฉลี่ย 25 ล้านรายการต่อวัน เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้ถึงความสะดวก ต้นทุนถูกลงมาก ประเทศไทยต้นทุนการชำระเงินถูกที่สุดของโลก
   นอกจากนี้ ภายในสิ้นปีนี้ จะเริ่มนำระบบ E-KYC หรือ ระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ซึ่งมองว่าเป็นกลไกลพื้นฐานของการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งที่ผ่านมาต้องใช้ขั้นตอนต่างๆ และใช้ผ่านกระดาษเป็นจำนวนมาก แต่การยืนยันตัวตนในรูปแบบดังกล่าว จะเป็นกลไกพื้นฐาน และยกระดับการพัฒนาของฟินเทค สร้างระบบนิเวศใหม่ของดิจิทัล ไฟแนนซ์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีเงินฝากที่ทำ E-KYC ข้ามธนาคารได้ ในระยะต่อไป
   นายวิรไท กล่าวว่า ยอมรับว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้บางช่วงเวลาที่มีปริมาณธุรกรรมมาก อาจทำให้ระบบมีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ได้กำชัยสถาบันการเงิน และให้เพิ่มกำลังที่จะให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา เนื่องจากระบบหลังบ้านที่ต้องยกเครื่อง และยกระดับการพัฒนา โดยเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ธปท.ติดตามและให้ความสำคัญ
   “ธปท.ติดตาม และให้ความสำคัญ โดยให้ธนาคารมีแผนงานที่ชัดเจน ไม่ให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีก และตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ ธปท.เปิดเผย เรื่องของระยะเวลาการให้บริการ สถาบันการเงินไหนมีปัญหาจะเปิดให้ประชาชนได้รับทราบเป็นรายสถาบันการเงิน เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และเลือกใช้สถาบันการเงินที่มั่นใจได้ ว่ามีระบบที่ดี เป็นอีกกลไกที่จะขับเคลื่อนให้ระบบการชำระเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น”นายวิรไท กล่าว
   ในปีนี้ ธปท.จะให้ความสำคัญกับเรื่อง Fintech เนื่องจากมองว่า ฟินเทค จะเป็น value financial network และเชื่อว่าไทยซึ่งเป็นประเทศเล็กจะได้ประโยชน์มากจากบิ๊กดาต้า แต่ทั้งนี้ การที่จะทำให้ financial network เกิดขึ้นได้นั้น จะต้องประกอบด้วย 4 เรื่องสำคัญ
 สำหรับเรื่องแรก คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด โดยการเปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เชื่อมต่อได้ง่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มบความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่น 2.ระบบต่างๆเชื่อมโยงกันได้ ทั้งจากสถาบันการเงิน และที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน 3.โครงสร้างและแรงจูงใจที่เหมาะสม เช่น การเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ต้นทุนที่ถูกลง และที่สำคัญ คือ การสร้างความมั่นใจต่อระบบที่นำมาใช้ 4.เรื่องโครงสร้างการกำกับดูแลที่สมดุล โดยจะต้องมีความยืดหยุ่นไม่เข้มงวดจนเกินไป จนทำให้ innovation ไม่สามารถเข้ามาในระบบได้ หรือ ปล่อยเกินไปจนเกิดความเสี่ยง เป็นต้น

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     ดาริน ปริญญากุล 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด