ข่าวหุ้นล่าสุด

(เพิ่มเติม) ธปท.เตรียมหั่นเป้าจีดีพี-ส่งออกปีนี้ เตือนค่าเงินบาทผันผวน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 พ.ค. 62 13:19 น.

   ผู้ว่า ธปท.รับ สงครามการค้าฉุดศก.-ส่งออก เตรียมหั่นเป้าจีดีพี-ส่งออก มิถุนายนนี้ ด้านสหรัฐเตรียมประกาศรายชื่อประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน มั่นใจไม่ติดแบล็คลิสต์ ยันไม่เคยแทรกแซงค่าเงินเพื่อการค้า รับตลาดสินเชื่อบ้านชะลอจากเกณฑ์ LTV พร้อมประเมินผลกระทบกลุ่มแบงก์อีกครั้ง 

   นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายว่า ในเดือนมิถุนายนนี้ ธปท.จะพิจารณาปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจล และเป้าหมายการส่งออก จากปัจจุบันที่คาดจะเติบโต 3.8 และ 3% ตามลำดับ  เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว จากผลกระทบมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน มีความไม่แน่นอน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เป็นปัจจัยกดดัน ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
   “ท่ามกลางการกีดกันทางการค้าที่สร้างความไม่แน่นอน โดยเฉพาะล่าสุดที่มีสัญญาณเรื่องการเก็บภาษีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคห่วงโซ่การผลิต ซึ่งถือเป็นเรื่องต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้ส่งออกจะต้องเร่งปรับตัว หาตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น สำหรับการประมาณการเศรษฐกิจนั้น ในเดือนมิถุนายนนี้ ธปท.จะทบทวนประมาณการอีกครั้ง โดยยอมรับว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ เนื่องจากช่วงก่อนหน้ามองว่า สงครามการค้าเริ่มมีสัญญาณที่ดี”นายวิรไท กล่าว
   ส่วนกรณีที่สหรัฐจะประกาศรายชื่อประเทศที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องการแทรกแซงค่าเพิ่มขึ้นเป็น 20-25 ประเทศ จากปัจจุบันที่ 13 ประเทศนั้น ยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางการค้า แต่หากมีชื่อไทยติดอยู่ในประเทศที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษนั้น อย่าตกใจ เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้ไทยติดอยู่ในรายชื่อ อาจมีสาเหตุจาก ไทยเป็นประเทศที่เกินดุลการค้า หรือเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ใช่สาเหตุการแทรกแซงค่าเงินอย่างแน่นอน และยืนยันว่า หากมีรายชื่อติดอยู่จะไม่มีผลอะไรกับการดำเนินนโยบายทางการเงินแน่นอน
   ด้านสถานการณ์ค่าเงินบาท ยอมรับว่า ค่าเงินมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีปัจจัยจากภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่สร้างความไม่แน่นอน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ ดัชนีหุ้น ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งยืนยันว่า การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจจะต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ
   นอกจากนี้ผู้ว่าธปท.ยังระบุถึงกรณีที่สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในเดือนเมษายนลดลงเพราะมาตรการควบคุมสินเชื่อของธปท. (LTV) ว่า เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีผลกระทบ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมเหตุสมผล และจะส่งผลดีในอนาคตเพราะจะสามารถลดความร้อนแรงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร  อย่างไรก็ตามธปท.จะประเมินผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์อีกครั้งว่าได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างไร




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด