ข่าวหุ้นล่าสุด

กนง.หวั่นหนี้รถ-บ้าน และยอดคงค้างอสังหาฯ กระทบระบบการเงินในอนาคต

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ก.ค. 62 10:36 น.

   กนง.เผย รายงานการประชุมครั้งที่ 4 เมื่อ 26 มิ.ย.62 ชี้คณะกรรมการเห็นพ้อง  ศก.โลกชะลอ - เทรดวอร์ -Brexit ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดเงินในอนาคต พร้อมหั่นจีดีพีปีนี้ และปีหน้าเหลือ  3.3% และ 3.7% ตามลำดับ  พร้อมกังวลความเสี่ยงระบบการเงิน ทั้งจากหนี้รถ - บ้าน ห่วงตลาดอสังหาฯ เหตุพบยังมีอุปทานเหลือในบางพื้นที่ แถมแรงซื้อต่างชาติชะลอตามภาวะศก. ฟากเงินเฟ้อยังทรงตัวแต่หวั่นในอนาคตโตช้า หลังตลาดออนไลน์แข่งหั่นราคา และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลดต้นทุน  
  
   ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 4/2562วันที่ 26 มิถุนายน 2562  โดยกรรมการที่เข้าร่วมประชุม นายวิรไท สันติประภพ (ประธาน) นายเมธี สุภาพงษ์ (รองประธาน) นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ นายคณิศ แสงสุพรรณ นายสุภัค ศิวะรักษ์นายสมชัย จิตสุชน
    โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า ตลาดการเงินในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูงจากหลายปัจจัย ได้แก่ (1) แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว (2) การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และ (3) พัฒนาการของ Brexit ที่ยืดเยื้อและไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดดันให้ราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนได้ทั้งนี้ คณะกรรมการฯเห็นว่าการแข็งค่าของเงินบาทที่ค่อนข้างเร็วอาจไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และจะเป็นผลเสียต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยคณะกรรมการฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมครั้งนี้
   คณะกรรมการฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 และ 2563 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าและบริการเป็นสำคัญ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 3.3 ในปี 2562 และร้อยละ 3.7 ในปี 2563 โดยต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ร้อยละ 3.8 และ 3.9 ตามลำดับ จากการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศที่อาจรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการส่งออกของไทย  และการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่อาจต่ำกว่าคาด  ผลกระทบในกรณีที่เกิด no-deal Brexit ปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของจีน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์  รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินนโยบายภาครัฐ และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่อาจชะลอลงมากกว่าคาด 
   คณะกรรมการ ประเมินว่ายัง มีความเสี่ยงบางจุดในระบบการเงินอาจสร้างความเปราะบางให้กับเสถียรภาพระบบการเงินในอนาคตอาทิ  การก่อหนี้ของครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับระบบสหกรณ์ออมทรัพย์และการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะอุปทานคงค้างในบางพื้นที่ และอุปสงค์จากต่างชาติที่ปรับลดลงจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชะลอลง จนส่งผลต่อการระบายอุปทานที่อยู่อาศัยคงค้างได้
   คณะกรรมการฯ เห็นว่ามาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินที่ดำเนินการไปในช่วงก่อนหน้าช่วยลดความเปราะบางในระบบการเงินได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีการดูแลและป้องกันความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะต่อไปยังจ าเป็นต้องได้รับการดูแลด้วยเครื่องมือที่หลากหลายทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสม มาตรการก ากับดูแลสถาบันการเงิน (microprudential) และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential)
   ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้  แต่เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอนจากความความผันผวนของราคาน้ำมัน ความผันผวนของสภาพอากาศและภัยแล้ง รวมทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำที่อาจปรับเพิ่มในปีนี้  รวมถึงผลกระทบจากการ ขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นช้ากว่าในอดีต ซึ่งอาจมีนัยต่อกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่เหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรทบทวนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเพิ่มความยืดหยุ่นและมองไปข้างหน้ามากขึ้น


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด