ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : SCC ยิ้มรับ Q2 กำไรโต 33% แต่ห่วงครึ่งปีหลังยังเสี่ยงสูง 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 ก.ค. 63 7:34: น.

 

  " ปูนซิเมนต์ไทย"  อวดกำไรโค้ง 2 ปีนี้แตะ 9.3 พันล้านบาท โต 33% จากธุรกิจเคมีคอลส์ดีขึ้น พร้อมปันผลระหว่างกาล 5.50 บาท/หุ้น แต่กังวลธุรกิจปูนซีเมนต์-ก่อสร้าง ยังไม่ฟื้นตัว หลังโควิด-19 ระบาดส่งผลกระทบการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับต่างชาติ แต่หวังพึ่งการลงทุนภาครัฐ หนุนความต้องการเพิ่ม พร้อมคงงบลงทุนปีนี้ 5.5-6.5 หมื่นล้านบาท ไม่เน้นขยายกำลังผลิต-ซื้อกิจการ หลังประเมินทุกธุรกิจครึ่งปีหลังยังเผชิญความท้าทาย จากความกังวลโควิด-19 ระบาดรอบ 2  

 

***  ธุรกิจปูน-ก่อสร้างยังไม่ฟื้นตัว

    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า   ขณะนี้ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างจะยังคงไม่ฟื้นตัว  จากที่มีผลกระทบต่อการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับนักลงทุนต่างชาติ  ขณะที่การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจะมีส่วนสนับสนุนความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเป็นหลัก  แต่การใช้ปูนซีเมนต์ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มพาณิชย์จะยังคงชะลอตัว เพราะผลกระทบจากโควิด
      ขณะที่ธุรกิจเคมิคอลส์ ถือว่าช่วงนี้เป็นความท้ายทายทางธุรกิจเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19  ซึ่งจะต้องติดตามแนวโน้มต้นทุน และราคาขาย ซึ่งยอมรับว่าธุรกิจดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน 
    สำหรับธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง แนวโน้มความต้องการบริโภคในประเทศยังเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่จะต้องติดตามการส่งออก เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นกัน

 

*** ครึ่งปีหลังยังเผชิญความท้าทาย

    ทั้งนี้ประเมินว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปี 63 ในทุกกลุ่มธุรกิจยังมีความท้าทายและยังต้องกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รอบ 2 
     ดังนั้น ในช่วงที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  แม้บริษัทไม่ได้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเหตุการณ์มีความไม่แน่นอนสูง เพื่อให้สามารถปรับตัวและเตรียมแผนการรองรับได้ทันท่วงที
    ดังนั้นจึงได้ดำเนินธุรกิจให้มีโฟกัสมากยิ่งขึ้น ทั้งการเตรียมพร้อมรับมือในกรณีที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Prepare for the Worst) เช่น การเตรียมการขายและการขนส่งล่วงหน้า หากมีการปิดเมือง การวางแผนสำหรับโอกาสทางธุรกิจที่เข้ามาได้ทุกเมื่อ (Plan for The Best)  ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ (Digital Transformation) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่าที่สุด 

 

 *** คงงบลงทุนปีนี้ 5.5-5.6 หมื่นลบ.

     ด้านนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน SCC เปิดเผยว่า บริษัทยังคงงบลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 55,000-65,000ล้านบาท  โดยครึ่งปีแรกใช้เงินลงทุนแล้วประมาณ 22,000 ล้านบาท  และรึ่งปีหลังจะมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้นตามแผนที่วางไว้  โดยไม่เน้นการลงทุนขยายกำลังการผลิต หรือการเข้าซื้อกิจการ  

    ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดในมือ จำนวน 88,000ล้านบาท และกำลังพิจารณาออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อชดเชยของเดิมที่จะครบกำหนดในสิ้นปี 63

 

*** กำไร Q2/63 โต 33%

     นายรุ่งโรจน์  กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 มีกำไรสุทธิ 9,383.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,043.16 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่ดีขึ้น การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการจัดการการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์ที่ดีขึ้น

     ขณะที่มีรายได้จากการขาย 96,010 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง และลดลง 9%  จากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้ของธุรกิจหลักลดลง  แบ่งเป็น

     - ธุรกิจแพคเกจจิ้ง  มีรายได้จากการขาย 21,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการซื้อธุรกิจ และลดลง 11% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณความต้องการซื้อสินค้าที่ลดลงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

    - ธุรกิจเคมิคอลส์ มีรายได้จากการขาย 34,758 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 9% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง 

    - ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง  มีรายได้จากการขาย 42,506 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากความต้องการของตลาดลดลงจากมาตรการปิดเมือง

 

*** ครึ่งปีแรก กำไรวูบ 13% 

     สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี  63  มีรายได้จากการขาย 201,751 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง และมีกำไร  16,355 ล้านบาท ลดลง 13%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลงในไตรมาสที่ 1/63

    - ธุรกิจแพคเกจจิ้ง มีรายได้จากการขาย 45,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

     - ธุรกิจเคมิคอลส์ มีรายได้จากการขาย 73,087 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง โดยมีกำไรสำหรับงวด 6,342  ล้านบาท ลดลงร้อยละ 34 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงและผลประกอบการของบริษัทร่วมลดลง

    -  มีรายได้จากการขาย 88,751 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการของตลาดลดลงจากมาตรการปิดเมือง 

     โดยครึ่งปีแรกของปี 2563 เ มียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services - HVA) 91,003 ล้านบาท คิดเป็น 45%  ของยอดขายรวม และยังมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออก ทั้งสิ้น 86,638 ล้านบาท คิดเป็น  43%  ของยอดขายรวม ลดลง 2%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

 *** ปันผลระหว่างกาล 5.50 บาท 

    คณะกรรมการ SCC อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี  63 ในอัตรา 5.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 6,600 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันศุกร์ที่ 28  ส.ค.63 กำหนดผู้ที่ไม่มีสิทธิ์รับเงินปันผล (XD) ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค.63 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเงินปันผล (Record date) ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.63 
 

***  ประเมินสถานการณ์ก่อนขายไอพีโอ SCGP  

     ส่วนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP  คำขอได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ภายนอกต่าง ๆ เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจ ภาวะตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน

     " เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันภายในช่วงครึ่งหลังของปี 63 หรือไม่ ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ และภาวะตลาดการเงินการลงทุน" นายรุ่งโรจน์ กล่าว 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด